โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘วอนท์ วอนท์’ สแน็กไต้หวัน เปิดแผนชิงซีนขบเคี้ยวในไทย มอง ‘เจ้าตลาด’ เป็นแรงบันดาลใจขายขนม

The Better

อัพเดต 15 พ.ย. 2567 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2567 เวลา 07.10 น. • THE BETTER
‘วอนท์ วอนท์’ ยักษ์ขนม-เครื่องดืมไต้หวัน ที่เข้ามาไทยตั้งแต่ 5 ปีก่อน ถึงตอนนี้บอกพร้อมมากต่อการร่วมวงชิงส่วนแบ่งตลาดในแต่ละเซ็กเมนต์ โดยใช้ ‘ความสนุกของรสชาติ’ สินค้า พาสู่ผู้นำตลาดใน 3-5 ปี

นฤวรรณ์ ปูควนัช ผู้บริหารฝ่ายการตลาดและบริหารงานลูกค้าประจำประเทศไทย บริษัท วอนท์ วอนท์ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ทำตลาดขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มแบรนด์ ‘วอนท์ วอนท์’ เล่าถึงจุดเริ่มต้นแบรนด์ซึ่งมาจากประเทศไต้หวันและไเข้ามาอยู่ในไทยตั้งแต่ ปี 2562 ที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอสินค้าขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มคุณภาพสูงน่ารับประทานประเภทต่างๆ อย่าง QQ Gummies และ Roll-Mi มาแนะนำสู่ผู้บริโภคชาวไทย

ด้วย วอนท์ วอนท์ มองว่าตลาดขนมในประเทศไทยมีชีวิตชีวาและมีศักยภาพเติบโตสูง ตามวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

นฤวรรณ์ กล่าวว่า “ผู้คนจำนวนมากมองหาขนมที่มีนวัตกรรมและคุณภาพสูง ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยให้การเปิดรับทั้งรสชาติและประสบการณ์ใหม่ ๆ สูง ที่วอนท์ วอน์ มองเห็นโอกาสการเติบโตในตลาด” พร้อมเสริมว่า“จะนำประสบการณ์หลายสิบปีในไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จมาต่อยอดสู่การสร้างความแข็งแกร่งในตลาดไทย เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านรสชาติและคุณภาพ”

พร้อมกล่าวอีกว่า แม้ วอนท์ วอนท์ จะเป็นรายใหม่จากต่างประเทศที่เข้ามาในตลาดสแน็กในไทยที่มีผู้เล่นจำนวนหลากหลายอยู่ก่อนหน้า ซึ่ง วอนท์ วอนท์ กลับมองว่า “ผู้นำตลาดเป็นแรงบันดาลใจมากกว่าคู่แข่งที่ต้องกลัว” ด้วยความสำเร็จของผู้เล่นดังกล่าวได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ตลาดในไทยยังมีความต้องการขนมขบเคี้ยวสูง’

สอดคล้องกับเป้าหมายวอนท์ วอนท์ ที่ต้องการนำเสนอสิ่งที่สดใหม่และไม่เหมือนใคร ทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส และบรรจุภัณฑ์ที่โดนใจผู้บริโภค ในปัจจุบัน

“ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะทำให้วอนท์ วอนท์ สามารถสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีของเราเอง และการแข่งขันผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อไป” นฤวรรณ์ กล่าว

สำหรับ ผลิตภัณฑ์ที่ถือเป็นกลุ่มสินค้าเรือธงของ วอนท์ วอนท์ ได้แก่

  • โรล-มี (Roll-Mi)
  • คิวคิว กัมมี่ (QQ Gummies)
  • ผลิตภัณฑ์นมยูเอชที ตรา ว้อนท์ ว้อนท์* (UHT Milk Product – WANT WANT Brand)

โดยในปี 2567 วอนท์ วอนท์ ได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดเมืองไทยรวม 5 กลุ่ม ประกอบด้วย คิวคิว กัมมี่ (QQ Gummies), คิวคิว กัมมี่ จูซซี่ พลัส (QQ Gummies Juicy Plus), โรลลี่ (Rollie), ไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็ง (Frozen) และล่าสุด โรล-มี (Roll-Mi) พร้อมวางแผนนำเข้าผลิตภัณฑ์อื่นๆ มาทำตลาดเพิ่ม ในอนาคต

ศึกษาตลาด-ตั้งโรงงานในไทย

นฤวรรณ์ กล่าวต่อถึงแผนการดำเนินธุรกิจในไทยว่า ต้องย้อนกลับไปก่อนช่วงแพร่ระบาดโควิด-2019 วอนท์ วอนท์ ได้เข้ามาสำรวจประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย โดยประธาน (Tsai Eng-meng/ไช่ เหยี่ยนหมิ) วอนท์ วอนท์ คนปัจจุบันได้กล่าวไว้ว่า ‘ที่ใดมีคน ที่นั่นมีตลาด’ ถือเป็นหลักคิดให้จัดตั้งบริษัทในเครือในทั้งสามประเทศนี้ และได้ก่อตั้งโรงงานในเวียดนาม

“ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่นำเข้าจากจีนและเวียดนาม แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินแผนการตั้งโรงงานในไทยอย่างรอบคอบ ด้วยหวังว่าในอนาคตจะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทยให้กับทุกคน” นฤวรรณ์ กล่าว

โรล-มี ราคา 5 บาท ชิงตลาดข้าวอบกรอบ

นฤวรรณ์ กล่าวถึงแผนการทำตลาด ‘วอนท์ วอนท์’ ได้เปิดสินค้าใหม่ล่าสุดข้าวอบกรอบ ‘โรล-มี’ (Roll-Mi) เข้ามาทำตลาด ด้วยจุดเด่นทั้งรูปแบบด้วยส่วนประกอบหลักที่ทำจากข้าว และรสชาติที่หลากหลาย เช่น รสไข่เค็ม สาหร่ายและชีส ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘ข้าวอบ อร่อยครบไม่ต้องทอด’ ที่แตกต่างไปจากผู้เล่นเดิมในตลาดส่วนใหญ่มักเป็นข้าวโพด

ซึ่ง Roll-Mi จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเหล่านี้และผู้บริโภคต้องการของว่างที่มีประโยชน์และเป็นมิตรต่อสุขภาพ

ขณะที่ กลุ่มเป้าหมายหลักของโรล-มี คือ นักเรียน รองลงมาคือพนักงานออฟฟิศ กลุ่มคนที่มองหาของว่างใหม่ ๆ รวมถึงนักท่องเที่ยว และผู้สนใจขนมที่มีรสชาติแปลกใหม่

พร้อมกำหนดราคาจำหน่ายสินค้าโรล-มี อยู่ที่ 5 บาท เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคได้ง่าย และทำให้โรล-มี สามารถแข่งขันในตลาดได้และเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการของว่างคุณภาพในราคาย่อมเยา ได้อีกด้วย

นฤวรรณ์ เสริมว่า สำหรับการทำตลาดโรล-มี จะวางจำหน่ายทั้งในช่องทางขายปลีกแบบดั้งเดิม (General Trade) และการค้าขายปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกที่คล้ายคลึงกัน พร้อมร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมในแต่ละจังหวัด เพื่อขยายการทำตลาดในวงกว้างขึ้นและผลักดันให้ผู้บริโภคสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ในสถานที่ต่างๆได

ขณะเดียวกัน วอนท์ วอนท์ ยังให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแบบโต้ ตอบผ่านการตลาดโซเชียลมีเดีย พร้อมวางแผนการทำงานร่วมกับเคโอแอล (KOL) อินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ในการทำตลาดผ่านการสื่อสารดิจิทัลคอนเทนต์ไปยังกลุ่มผู้บริโภคอายุน้อย และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความผู้กพันธ์ระหว่างแบรนด์สินค้าและกลุ่มเป้าหมาย ไปพร้อมกันด้วย

ทั้งนี้จากทิศทางการทำตลาดโรล-มี บริษัทฯ วางเป้าหมายหลักในเบื้องต้น เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มนักเรียนทั่วประเทศไทย มีโอกาสทดลองชิมสินค้า Roll-Mi ได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยในส่วนยอดขายได้กำหนดขึ้นเพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายมีโอกาสทำกำไรได้ พร้อมวางเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดภายใน 3 ถึง 5 ปี

โดยสอดคล้องกับหลักคิดของประธานวอนท์ วอนท์ ได้กล่าวไว้ว่า ‘คุณรุ่งเรือง ฉันรุ่งเรือง เราทุกคนรุ่งเรือง’ ด้วยเมื่อผู้จัดจำหน่ายมีโอกาสทำเงินได้ เป้าหมายยอดขายของวอนท์ วอนท์ จึงจะมีความหมายอย่างแท้จริง!!

ขณะที่ตลาดขนมขบเคี้ยวในปี 2566 คาดมีมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ขนมที่ทำจากข้าวอยู่ในอันดับที่ 5 ด้วยมูลค่า 2,127 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...