โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การท่าเรือฯ เดินหน้าติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาโรงพักสินค้า 5 ล้านกิโลวัตต์/ปี

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 พ.ย. 2567 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2567 เวลา 05.07 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพ 20 พ.ย.-“มนพร” สนับสนุน การท่าเรือฯ ใช้พลังงานสะอาด เดินหน้าติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาโรงพักสินค้า ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ถึง 5 ล้านกิโลวัตต์/ปี ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวเป็นท่าเรือสีเขียวชั้นนำ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในยุคที่ทั่วโลกตื่นตัวและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมมีนโยบายในการขับเคลื่อนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Logistics) เพื่อร่วมขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามแนวคิด ESG สำหรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา หรือ Solar Rooftop ถือเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อย CO2 และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ อีกทั้งยังช่วยยกระดับให้การท่าเรือฯ เป็นท่าเรือสีเขียวชั้นนำอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) นำไปสู่อนาคตแห่งความยั่งยืนร่วมกัน

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า การท่าเรือฯ มีแผนพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และควบคุมมลพิษอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตอบสนองนโยบายของภาครัฐ หนึ่งในโครงการสำคัญ คือการติดตั้ง Solar Rooftop ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดประมาณ 3.798 MWp เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองภายในหน่วยงานลดการรับซื้อไฟฟ้าซึ่งเป็นการติดตั้งด้วยระบบโซล่าเซลล์แบบออนกริด (On Grid) คือ ใช้ได้ทั้งไฟฟ้าที่ผลิตจากแผงโซล่าเซลล์ และไฟฟ้าที่รับมาจากการไฟฟ้านครหลวง โดยในปัจจุบันติดตั้งใน 2 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณอาคารที่จอดรถของสำนักงาน และหลังคาอาคารโรงพักสินค้า อีกทั้งในอนาคตการท่าเรือฯ มีแผนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มเติม ณ อาคาร PAT Arena การท่าเรือฯ บนพื้นที่ 3,020 ตารางเมตร ขนาดกำลังการผลิต 622.08 kWp คาดการณ์ความสามารถการผลิตไฟฟ้ารวมในอนาคตของทั้งหน่วยงานได้ประมาณ 5,035,765 กิโลวัตต์/ปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 2,574 ตัน/ปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 55,341 ต้น นับเป็นการตอบโจทย์และช่วยส่งเสริมเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมตามหลัก ESG ได้อย่างมีนัยสำคัญอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาท่าเรือเพื่อก้าวสู่การเป็น Carbon Neutral Port ภายในปี 2050 ด้วยนโยบาย 2D ประกอบด้วย Decarbonization การสนับสนุนให้เกิดสังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสะอาดพร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในท่าเรือและพื้นที่โดยรอบเพื่อสร้างท่าเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ Digitalization การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการทำงาน รวมถึงการบริหารจัดการท่าเรือด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะใช้เครื่องมือทุ่นแรงพลังงานไฟฟ้าที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ไทยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป.-513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...