โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

OpenAI เปิดตัว Deep Research เครื่องมือ AI Agent สำหรับการทำวิจัยบน ChatGPT

BT Beartai

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 16.34 น.
OpenAI เปิดตัว Deep Research เครื่องมือ AI Agent สำหรับการทำวิจัยบน ChatGPT

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา OpenAI ได้ประกาศเปิดตัว Deep Research ซึ่งเป็น AI Agent หรือเครื่องมือเอไอที่ใช้เหตุผลสำหรับทำงานแทนมนุษย์อัตโนมัติบน ChatGPT เพื่อช่วยในการค้นคว้า วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากออนไลน์หลายร้อยแห่ง จากนั้นเขียนออกมาเป็นรายงานการวิจัยได้อย่างเรียลไทม์ ซึ่งปกติมนุษย์จะใช้เวลาเขียนงานวิจัยหลายชั่วโมง แต่เครื่องมือนี้ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่สิบนาทีเท่านั้น ซึ่งตอนนี้พร้อมให้บริการแล้วสำหรับผู้ใช้ ChatGPT ระดับ Pro และคิวต่อไปก็เป็นผู้ใช้ระดับ Plus และ Team

Deep Research เป็นเครื่องมือบน ChatGPT ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลการใช้เหตุผลรุ่นใหม่ o3 ที่ปรับแต่งให้เหมาะสำหรับการท่องเว็บและวิเคราะห์ข้อมูล มาช่วยในการค้นคว้า วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างรายงานได้ในระดับนักวิจัย โดยมีความสามารถรับคำสั่งทั้งที่เป็นข้อความ รวมไปถึงรูปภาพ และไฟล์ PDF ซึ่งเป็นความก้าวหน้าสู่ AGI (เอไอที่ฉลาดเทียบเท่ามนุษย์) ที่จะสามารถสร้างงานวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ออกมาได้

ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ โดยมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างชัดเจนและสรุปแนวคิด ซึ่งทำให้สามารอ้างอิงและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ง่าย โดยเครื่องมือจะสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์จำนวนมากผ่านการค้นหาเพียงครั้งเดียว จึงช่วยประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับเราได้

OpenAI เผยว่าเป้าหมายของ Deep Research ก็คือเครื่องมือช่วยทำงานแทนมนุษย์ เพื่อทำงานกับข้อมูลเชิงลึกในสาขาต่าง ๆ เช่น การเงิน วิทยาศาสตร์ นโยบาย และวิศวกรรม ด้วยการค้นคว้าที่ละเอียด แม่นยำและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคสำหรับการค้นคว้าก่อนซื้อสินค้า เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์

การใช้งาน Deep Research ให้ผู้ใช้เปิดแชตบอต ChatGPT จากนั้นเลือกที่ ‘deep research’ แล้วให้ป้อนข้อความคำถามลงไป รวมทั้งสามารถแนบไฟล์หรือสเปรดชีต เพื่อเพิ่มบริบทคำถามให้ชัดเจนมากขึ้น และเมื่อผู้ช่วยเอไอทำงาน สังเกตแถบด้านข้างจะแสดงสรุปขั้นตอนที่ได้ดำเนินการและแหล่งข้อมูลอ้างอิง จากนั้นใช้เวลา 5-30 นาที จะมีการแจ้งเตือนบอกว่าการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะแสดงผลลัพธ์สุดท้ายเป็นรายงานอยู่ภายในแชต ทั้งนี้อีกไม่กี่สัปดาห์ OpenAI จะเพิ่มรูปภาพ กราฟิกประกอบการนำเสนอข้อมูล และผลการวิเคราะห์อื่น ๆ ไว้ในรายงานให้ชัดเจนขึ้นด้วย

เดือนกันยายน 2024 OpenAI ได้ปล่อยโมเดลการใช้เหตุผลรุ่นแรก คือ o1 ออกมาให้ทดลองใช้งาน ซึ่งมีความสามารถในการเขียนโค้ด คณิตศาสตร์ และด้านเทคนิคอื่น ๆ แต่สำหรับการรวบรวมข้อมูลบนออนไลน์มากมายหลายแห่ง และการจัดการปัญหาที่ซับซ้อนสำหรับการทำงานและชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช้การขับเคลื่อนด้วย o3 โมเดลการใช้เหตุผลรุ่นใหม่ที่เหนือกว่า

สองสัปดาห์ที่ผ่านมา OpenAI ได้เปิดตัว Operator ซึ่งเป็น AI Agent ที่ช่วยทำงานแทนมนุษย์ได้อัตโนมัติผ่านเว็บเบราว์เซอร์ เพื่อช่วยลดความยุ่งยากในการทำงานออนไลน์ เช่น การจองที่พัก การจองร้านอาหาร หรือการสั่งซื้อสินค้า ซึ่งก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน Google ได้เปิดตัว AI Agent ตัวแรกที่สามารถทำงานต่าง ๆ บนเว็บแทนมนุษย์ได้อัตโนมัติผ่านต้นแบบการวิจัย Project Mariner ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ปล่อยออกมาให้งานกันเลย

นอกจากนี้ โมเดลที่ขับเคลื่อน Deep Research สามารถทำคะแนนความแม่นยำได้สูงสุด จากการทดสอบด้วย Humanity’s Last Exam ซึ่งในหมวดคำถามระดับผู้เชี่ยวชาญ (expert-level) เมื่อเปิดใช้เครื่องมือสืบค้นข้อมูลและ Python สามารถทำคะแนนได้ถึง 26.6% ส่วนโมเดล o3-mini (high) ทำคะแนนได้ 13% และ GPT-4o ทำได้แค่ 3.3%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...