‘หมอโอ๊ค’ เปิดปัจจัยเร่งมะเร็งลุกลาม! คนไทย 99% อาจทำอยู่ แต่ไม่รู้ตัว!!
The Bangkok Insight
อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 05.32 น. • The Bangkok Insight"หมอโอ๊ค DoctorSixpack" เปิดปัจจัยเร่งมะเร็งลุกลาม! ชี้คนไทย 99% อาจทำอยู่ ไม่รู้ตัว เสี่ยงอายุสั้น
นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ หมอโอ๊ค DoctorSixpack ได้โพสต์ข้อความระบุว่า 15 ข้อ เร่งมะเร็งลุกลาม! คนไทย 99% อาจทำอยู่ ไม่รู้ตัว
ปัจจัยเร่งมะเร็งลุกลาม! คนไทย 99% อาจทำอยู่ ไม่รู้ตัว
สูบบุหรี่ / ควัน / ฝุ่น / ยากันยุง
- ควันบุหรี่ = Group 1 Carcinogen มีสารพิษกว่า 7,000 ชนิด เช่น Benzene, Formaldehyde, Arsenic
มีอย่างน้อย 70 ชนิดที่กระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์ - บุหรี่มือสอง (Secondhand Smoke) แม้ไม่สูบเอง แต่สูดดมจากคนรอบข้าง = รับสารพิษเช่นกัน
เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด 20–30% - ฝุ่น PM2.5 = ฝุ่นระดับถุงลมปอด เข้าได้ลึกถึงระดับ Alveoli ทำให้เซลล์ปอดอักเสบ → กลายพันธุ์ เสี่ยงมะเร็งปอด แม้ไม่เคยสูบบุหรี่
- ควันจากยากันยุง สาร pyrethrin และสารระเหยบางชนิดเมื่อสะสม = กระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์ในทางเดินหายใจ
- อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ - ค่าฝุ่นสะสม คนที่อาศัยในกรุงเทพ หรือเมืองที่ค่าฝุ่นเฉลี่ยเกิน 10 µg/m³ = ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
น้ำหนักเกิน / อ้วนลงพุง
- ไขมันในช่องท้อง = เพิ่มฮอร์โมนผิดปกติ ไขมันผลิต Estrogen และ Insulin → กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์
- ดัชนีมวลกาย (BMI) > 30 = ความเสี่ยงสูง มะเร็งเต้านม, ลำไส้ใหญ่, มดลูก, ตับ และไต พบเพิ่มในคน BMI สูง
- ไขมันพอกตับ = จุดเริ่มของความเสื่อม ตับอักเสบเรื้อรัง = เสี่ยงกลายพันธุ์ของเซลล์ตับ
- อ้วน = ภาวะอักเสบเรื้อรังทั้งระบบ กระตุ้นการหลั่ง Cytokines ที่ส่งเสริมการโตของเนื้องอก
- ลดน้ำหนัก 5–10% = ลดความเสี่ยงทันที แค่ลดน้ำหนักเล็กน้อยก็เห็นผลทางสุขภาพชัดเจน
กินเนื้อแปรรูป
- แฮม ไส้กรอก เบคอน = ใส่ไนไตรต์ (Nitrite) กลายเป็น Nitrosamines → สารก่อมะเร็งในกระเพาะและลำไส้
- รมควัน = ได้รับสาร PAHs สารที่เกิดจากการเผาไหม้ไขมันในอุณหภูมิสูง
- โซเดียมสูง = ดึงน้ำ + ทำลายเซลล์ผิวทางเดินอาหาร เยื่อบุอ่อนแอ = เซลล์ผิดปกติเข้าสู่กระบวนการกลายพันธุ์ได้ง่าย
- เด็กกินตั้งแต่เล็ก = สะสมสารพิษเร็ว ร่างกายยังไม่พร้อมล้างพิษ สารตกค้างนานขึ้น
- WHO จัดเนื้อแปรรูปเป็น Group 1 Carcinogen อยู่ในระดับเดียวกับบุหรี่และแอลกอฮอล์
ไม่ออกกำลังกาย
- ร่างกายไม่เคลื่อนไหว = น้ำเหลืองไม่ไหลเวียน ระบบกำจัดของเสียล้มเหลว → เซลล์ผิดปกติคั่ง
- ภูมิคุ้มกัน Cellular Immunity ลดลง NK cells ทำลายเซลล์กลายพันธุ์ไม่ได้
- อินซูลินสูง = กระตุ้น IGF-1 เป็นตัวเร่งการโตของเซลล์เนื้องอก
- ไม่เผาผลาญไขมันเก่า = ความเสี่ยงสะสม ไขมันเก่าคือแหล่งสารพิษตกค้าง
- เดินเร็ววันละ 30 นาที = ลดความเสี่ยงทันที ไม่ต้องหนักมาก แค่ “เคลื่อนไหวสม่ำเสมอ” ก็พอ
ดื่มแอลกอฮอล์
- Alcohol → Acetaldehyde (สารก่อมะเร็ง) ทำลาย DNA โดยตรงในปาก คอ หลอดอาหาร
- ตับทำงานหนัก → เกิดการอักเสบเรื้อรัง อักเสบระยะยาว = พื้นฐานของเซลล์มะเร็ง
- ไม่มีปริมาณที่ปลอดภัย 100% แม้ดื่มวันละ 1 แก้วก็เพิ่มความเสี่ยง
- ร่วมกับการสูบบุหรี่ = ความเสี่ยงคูณสองส่งเสริมการดูดซึมสารพิษ
- แอลกอฮอล์ลดภูมิคุ้มกัน + เปลี่ยนเมตาบอลิซึม ส่งผลโดยรวมต่อระบบการซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย
วิตามินดี 3 ต่ำ
- ระดับ <30 ng/ml = เสี่ยงสูง ร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถควบคุมการกลายพันธุ์ของเซลล์
- วิตามินดีเป็นตัวกระตุ้น T-Cells และ NK Cells หากขาด = ฆ่าเซลล์ผิดปกติไม่ทัน
- พบในผู้หญิงเมืองไทยมาก (เพราะไม่โดนแดด) การหลบแดดใช้ครีม SPF = สร้าง D3 ไม่ได้เลย
- ควรเสริม 5,000–10,000 IU ต่อวัน (หรือวันเว้นวัน) แล้วตรวจระดับทุก 3–6 เดือน เป้าหมายระดับวิตามินดี3 ที่ 50-60-70-80 ng/ml ไม่ควรเกิน 100 ครับ ควรทานพอดีๆ ไม่มากไป ไม่น้อยไปครับ หากเกิน ให้หยุดทาน และตรวจซ้ำ พยายามให้คงระดับที่ 60 บวกลบ ครับ
- กินร่วมกับ K2 + แมกนีเซียม → ช่วยดูดซึมและป้องกันพิษ K2 พาแคลเซียมไปกระดูก, Mg ช่วยเปลี่ยน D3 เป็น active form
ขาดโอเมก้า 3
- โอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ภาวะอักเสบเรื้อรังคือดินแดนที่เซลล์มะเร็งเติบโตดี
ขาดโอเมก้า 3 = ภูมิคุ้มกันแย่ลง - DHA และ EPA ป้องกันเยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลาย เมื่อเยื่อเซลล์แข็งแรง เซลล์มะเร็งเข้ายึดครองได้ยากขึ้น
- โอเมก้า 3 ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ เต้านม และปอด งานวิจัยจาก AJCN (2018) พบความเกี่ยวข้องชัดเจน
- พบในอาหาร: ปลาไทย (ปลาทู, ปลาสำลี), แฟลกซ์, วอลนัท เน้นปลา “นึ่งหรือต้ม” ไม่ทอดเพื่อลดสารพิษ
- คนกินอาหารแปรรูปเยอะมักขาดโอเมก้า 3 โดยไม่รู้ตัว เพราะได้รับโอเมก้า 6 จากน้ำมันพืชสูง → ทำให้สัดส่วนผิด
ขาดไฟเบอร์ / จุลินทรีย์ลำไส้เสียสมดุล
- ไฟเบอร์คือ “อาหารของจุลินทรีย์ดีในลำไส้” ไม่มีไฟเบอร์ = จุลินทรีย์ดีตาย → แบคทีเรียร้ายครองระบบ
- ไฟเบอร์ช่วยขับสารพิษและไขมันส่วนเกิน ลดเวลาที่สารพิษสัมผัสเยื่อบุลำไส้
- สมดุลจุลินทรีย์ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันกว่า 70% NK Cells, T Cells และเซลล์เม็ดเลือดขาวควบคุมจากลำไส้
- ขาดไฟเบอร์ = อุจจาระตกค้าง + อักเสบทางลำไส้ เสี่ยงเกิด Polyp และกลายเป็นเซลล์ผิดปกติ
- แนะนำกินผักใบหลากสี + ถั่วเมล็ดแห้ง + ผลไม้เปลือกบาง เช่น แอปเปิ้ล มะละกอ เมล็ดเจีย
เครียดเรื้อรัง วิตก กังวล
- เครียด → คอร์ติซอลสูง → ภูมิคุ้มกันตก ร่างกายไม่สามารถฆ่าเซลล์ผิดปกติได้ดี
- ทำลายสมดุลลำไส้ – แกนสมอง–ลำไส้รวน ทำให้เกิดภาวะ “ลำไส้รั่ว” ที่ส่งผลถึงระบบอักเสบเรื้อรัง
- เครียด = นอนหลับแย่ = วิตามินดีตก วงจรเร่งมะเร็งอย่างเป็นระบบ
- วิตกเรื้อรังทำให้ร่างกายหลั่งสารอักเสบ Cytokines เพิ่มโอกาสที่เซลล์ปกติจะแปรสภาพ
- การหายใจลึก, สมาธิ, ธรรมชาติบำบัด = ตัวช่วยลดมะเร็งทางอ้อม พฤติกรรมเหล่านี้ช่วยควบคุมสมองอัตโนมัติให้ลดความตื่นตัวเกินไป
นอนน้อย / นอนไม่พอ / นอนดึก
- นอนไม่พอ = เมลาโทนินต่ำ → ซ่อมเซลล์ไม่ทัน เมลาโทนินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างเองตอนหลับลึก
- นอนไม่ลึก = ภูมิคุ้มกันไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ NK Cells ทำงานได้น้อยลง
- นอนดึก = ร่างกายไม่เข้าช่วงซ่อมแซมจริง เวลาซ่อมแซมจริงคือช่วง 22.00 – 02.00 น.
- คนทำงานกะดึก = เสี่ยงมะเร็งเต้านมและลำไส้เพิ่มขึ้นชัดเจน IARC จัด “shift work” เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 2A
- การปรับรูปแบบชีวิต + ออกแดดตอนเช้า ช่วย Reset วงจรหลับ อย่าพึ่งยา หากยังปรับพฤติกรรมได้ครับ
ติดหวาน / แป้ง / น้ำตาลเกินจำเป็น
- น้ำตาล → อินซูลินสูง → IGF-1 สูง = เซลล์โตไวผิดปกติ เซลล์ผิดปกติจะถูกเลี้ยงและไม่ถูกทำลายง่ายๆ
- อาหารพลังงานสูง – โปรตีนต่ำ – เสี่ยงมะเร็งลำไส้ ยิ่งกินขนมหวาน+ของมันเยอะ ยิ่งเร่งกระบวนการกลายพันธุ์
- ดื่มหวานทุกวัน = น้ำตาลในเลือดพุ่งตลอดเวลา ทำให้ร่างกายตกอยู่ในโหมดเร่งสร้างเนื้อเยื่อ = มะเร็งโตง่าย
- แป้งขัดขาว → ย่อยเร็ว → น้ำตาลสูง → อักเสบในเซลล์ อักเสบเรื้อรัง + น้ำตาลสูง = ดับเบิ้ลความเสี่ยง
- ลดหวาน = ลดความเสี่ยงเบาหวาน-อ้วน-มะเร็งพร้อมกัน เริ่มจากเลิกน้ำตาลในกาแฟ / งดขนมก่อนนอนครับ
ของทอด / ปิ้งย่าง / น้ำมันซ้ำ
- อาหารไหม้ → สาร PAHs, HCAs สูงมาก กระตุ้นการกลายพันธุ์ของ DNA ในทางเดินอาหาร
- น้ำมันทอดซ้ำ = สารอนุมูลอิสระสะสม โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มที่ไม่ทนความร้อน
- ปิ้งย่างบนเตาถ่าน = ฝุ่น ควัน และไขมันไหม้เข้าร่างกาย หายใจเข้าไปก็กระตุ้นมะเร็งปอด
- ของทอดดูดซึมน้ำมัน = พลังงานสูงแฝง + สารพิษ ได้ทั้งอ้วน + ได้ทั้งความเสี่ยงโรค
- อาหารเหล่านี้เมื่อกินประจำ = กระตุ้นความอักเสบทั้งระบบ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีภูมิแพ้ / ลำไส้อ่อนแออยู่แล้ว
ถั่วลิสงที่มีเชื้อรา Aflatoxin
- Aflatoxin B1 = สารก่อมะเร็งตับอันดับ 1 พบในถั่วที่เก็บในอุณหภูมิร้อนชื้น
- ต้มไม่ฆ่าเชื้อ → ต้องอบ/คั่วด้วยความร้อนสูง การต้มไม่เพียงพอในการลดพิษ
- เชื้อรานี้ร่างกายไม่สามารถขับออกง่าย สะสมที่ตับ → ทำให้ตับแข็ง → มะเร็งตับ
- ถั่วราคาถูก บรรจุในถุงพลาสติกไม่มีฉลาก = เสี่ยงมากที่สุด โดยเฉพาะตามตลาดนัด หรือแหล่งผลิตที่ไม่มีมาตรฐาน
- เด็กที่กินถั่วลิสงประจำ เสี่ยงสะสมเร็วเพราะตับยังพัฒนาไม่เต็มที่
ปลาดิบ / พยาธิใบไม้ตับ
- พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) = มะเร็งตับท่อน้ำดี พบมากในคนกินปลาร้าดิบ ปลาส้ม ปลาน้ำจืดดิบ
- พยาธิทำให้ตับอักเสบเรื้อรัง → กลายเป็นมะเร็ง โดยไม่รู้ตัวและไม่มีอาการจนระยะท้าย
- การดอง / หมัก / เค็ม ไม่สามารถฆ่าพยาธิได้ ต้องผ่านการ “ปรุงด้วยความร้อนเท่านั้น”
- กินปลาดิบจากทะเลลึกยังเสี่ยงพยาธิตัวจี๊ด / อื่นๆ แม้ในญี่ปุ่นก็ยังมีเคสความเสี่ยง
- การเจาะเลือดเช็กพยาธิ = วิธีเดียวที่แน่นอน ถ้าสงสัย ให้ตรวจเลือดก่อนค่อยปรับพฤติกรรมครับ
ไม่กินผัก / ผลไม้ / ถั่วเมล็ดอ่อน
- ขาดไฟเบอร์ = ระบบขับถ่ายไม่ดี → สารพิษตกค้าง เยื่อบุลำไส้สัมผัสสารพิษนานขึ้น
- ไม่มีสารต้านอนุมูลอิสระ = เซลล์เสื่อมเร็ว สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน A, C, K, Polyphenols
- ผักหลากสีช่วยควบคุมฮอร์โมนผิดปกติ โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม – ลดการกระตุ้น Estrogen ผิดปกติ
- ถั่วเมล็ดอ่อน เช่น ถั่วแระญี่ปุ่น = โปรตีนจากพืชที่ดี เสริมภูมิแบบสมดุล ลดการกระตุ้น Insulin
- ผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล = ปรับสมดุลลำไส้ได้เยี่ยม และช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
สรุปจากหมอโอ๊ค ถ้าเพื่อนๆ เจอว่ากำลังทำอยู่หลายข้อ ลองค่อย ๆ ปรับทีละเรื่องนะครับ การลดความเสี่ยง = การให้โอกาสตัวเองมีชีวิตที่ยืนยาว มีคุณภาพ และแข็งแรงครับ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- รู้จัก ‘มะเร็งปอด’ ความเสี่ยงใกล้ตัว มะเร็งที่คนทั่วโลกป่วยและเสียชีวิตมากที่สุด
- ‘หมอเจด’ เปิด 10 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับมะเร็งปอด ชี้ 5 สิ่งในบ้านที่ทำให้เสี่ยง!!
- ‘โรคมะเร็งหลอดอาหาร’ ภัยเงียบที่ผู้สูงวัยควรใส่ใจ เช็กอาการด่วน!!
ติดตามเราได้ที่