โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ติดดอย หรือ ตกรถ” ออมทองอย่างไรได้ผลตอบแทนดี-ปลอดภัยมิจฉาชีพ

PostToday

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 10.25 น.

นายธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวในงานสัมมนา Thailand Investment Forum 2025 : Great Depression พลิกเกมฝ่าวิกฤติ จัดโดย กรุงเทพธุรกิจ ฐาน และโพสต์ทูเดย์ ในหัวข้อ “ ทองคำยุคใหม่ : ออมอย่างมั่งคั่ง ทันภัยไซเบอร์” ว่า การลงทุนทองผ่านแอปพลิเคชันซื้อขายทองกำลังเป็นที่นิยม ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะมีช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเป็นช่องทางในการหลอกหลวงได้ ซึ่งการหลอกลวงส่วนใหญ่มี 2 รูปแบบคือ การลงทุนต่ำ ได้ผลตอบแทนสูง และการหลอกขายทองล้างสต็อกในราคาถูก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ร้านทองมีกำไรจากการขายทองแค่ 0.02%

สิ่งที่นักลงทุนทองต้องรู้คือ การซื้อขายทองผ่านแอปพลิเคชันมี 2 รูปแบบ คือ ร้านทองเปิดเอง กับ ร้านทองจับมือกับเปิดกับธนาคาร ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนต้องรู้คือ กำลังซื้อขายทองกับร้านทองร้านไหน เพราะธนาคารจะไม่รับผิดชอบ ซึ่งนอกจากต้องตรวจสอบประวัติของร้านทองแล้ว นักลงทุนเองก็ต้องเลือกร้านทองที่สามารถเลือกรับทองได้ตลอดเวลี่ต้องการ ซึ่งเรื่องนี้ พบว่า มีนักลงทุนหลายคนไม่รู้ว่าสามารถรับทองมาเก็บได้ เพราะคิดเพียงแค่ว่า ฝากได้ และซื้อขายตามราคา ขึ้น ลง จึงเกิดปัญหาการถูกหลอก เพราะไม่มีทองจริง ดังนั้นการเก็บทองไว้กับตัวเองเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด

นายธีรรัฐ กล่าวว่า สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้อีกอย่างหนึ่ง คือ น้ำหนักทอง แม้แต่การซื้อทองที่ร้านค้าโดยตรง ผู้ซื้อก็ต้องชั่งน้ำหนักทองทุกครั้ง โดยทองคำแท่ง น้ำหนักจะอยู่ที่ 15.244 กรัม ขณะที่ทองคำรูปพรรณ น้ำหนักจะอยู่ที่ 15.16 กรัม

เมื่อถามว่า นักลงทุนต้องดูจังหวะในการเข้าซื้อทองช่วงไหนถึงจะดีที่สุด นายธีรรัฐ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุนทอง ต้องมีเงินเย็น และใจเย็น ไม่ควรมีความคิดไปกู้เงินกับการลงทุนทอง เพราะทองในระยะยาวขึ้นแน่นอน ดังนั้นแนวทางการลงทุนทองต้องคุ้นเคยกับคำว่า ติดดอย คือ ซื้อทองในราคาสูงเกินไป และ ตกรถ คือ ซื้อทองในช่วงเวลาราคาลงไม่ทันในการทำกำไร

วิธีการลงทุนเพื่อไม่ให้เกิดสิ่งนั้นเกิดขึ้น คือ การออมทอง แบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) เป็นวิธีการสะสมทองคำในระยะยาว ด้วยวิธีการนี้ นักลงทุนจะทยอยซื้อทองคำในจำนวนเงินที่เท่ากันในแต่ละช่วงเวลา การซื้ออย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าราคาทองคำจะขึ้นหรือลง ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและทำให้ได้ราคาทองคำเฉลี่ยในระยะยาว แม้จะไม่มีกำไรหวือหวา แต่ในระยะเวลา 5 ปี 10 ปี ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแน่นอน

เมื่อดูสถิติในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ราคาทองขึ้นมา 70% สำหรับนักลงทุน แน่นอนคือ ขาขึ้น แต่เมื่อขึ้นเยอะ ก็เหนื่อย เชื่อว่าน่าจะใกล้ถึงจุดพักฐาน ยกตัวอย่างการซื้อทองของธนาคารจีน ที่ซื้อทองทุกราคา ไม่สนใจเรื่องราคาขึ้นลงมาโดยตลอด เมื่อฟังข่าว อาจคิดว่า ราคาทองไม่น่าพักฐาน แต่เมื่อดูไส้ในแล้ว พบว่าปริมาณการซื้อของเขาน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตราบใดที่ระบบเศรษฐกิจของโลกขึ้นอยู่กับภาวะเงินเฟ้อ เชื่อว่า การลงทุนทองในระยะยาวดีมาก เมื่อถึงเวลาพักฐานอาจลงมาจาก 52,000 บาท ถึง 15-20% ได้ ดังนั้นแนะนำว่าหากราคาทองลงมาต่ำกว่า 50,000 บาท ควรซื้อเก็บไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...