โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจความงามบูม เค.เอ็น.เอ ร่วมพันธมิตร ลงทุน 2,500 ล้าน ผลิตเครื่องมือแพทย์

เดลินิวส์

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 20.27 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 13.27 น. • เดลินิวส์
เค.เอ็น.เอ.ฯ ผนึกทีมแพทย์ผู้บริหารคลินิกความงามชั้นนำ และ ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยีฯ จากไต้หวัน ลงทุนกว่า 2,500 ล้าน เปิดโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความงามเป็นครั้งแรก ดันไทยเป็นศูนย์เมดิคัลฮับระดับสากล

นายนาดิ้รชา ปาทาน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.เอ็น.เอ. อินเตอร์ฟาร์มา จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมความงามและเครื่องมือแพทย์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับทีมแพทย์ผู้บริหารคลินิกความงามชั้นนำ ซึ่งนำโดยรัสมิ์ภูมิ คลินิก และกับ บริษัท ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อบริษัท เอลเธทิคส์ อลิแอนซ์ ออล จำกัด หรือ AAA เพื่อเปิดโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความงามเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งอยูที่จังหวัดปทุมธานี ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2,500 ล้านบาท

“หลังจากบริษัทได้ก่อตั้งมากว่า 3 ปี ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์มาจัดจำหน่าย เห็นว่ามูลค่านำเข้าเป็นแสนล้านบาท แต่ยังไม่สามารถผลิตเองได้ในไทย ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมความงามไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทมองเห็นศักยภาพของไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยีฯ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านชีวการแพทย์ และเวชศาสตร์ความงามระดับโลกจากไต้หวัน เป็นอันดับ 1 ทำให้เห็นโอกาสที่ไทยจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกได้แล้ว ร่วมกันผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางเครื่องมือแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความงาม หรือ เมดิคัลฮับในระดับสากลได้”

นายแพทย์อารอน เชีย-เซียน เซีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ศึกษาตลาดในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยที่มีความโดดเด่นในฐานะเมดิคัลฮับของภูมิภาค ทั้งในด้านบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดความงาม รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษี และการส่งเสริมลงทุนที่เอื้ออำนวย

สำหรับการลงทุนจะแบ่งเป็น เงินทุน 500 ล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องจักร การวิจัยและพัฒนา และสิทธิบัตรการผลิต 4 รายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในกลุ่มความงาม (Aesthetic) อีกกว่า 2,000 ล้านบาท ที่จะนำมาใช้ในโรงงานแห่งนี้ โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 และคาดว่าจะสามารถเริ่มขบวนการผลิตได้ในปี 2570 ซึ่งจะรองรับตลาดในไทย 30%และส่งออก 70% จะเริ่มส่งออกไปจีนและอินโดนีเซียก่อน หลังจากนั้นไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา โดยในปีแรกตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ 500 ล้านบาท จากตลาดส่งออก และคาดว่าจะใช้เวลาคืนทุนใน 3 ปี

ด้านนายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง และผู้ก่อตั้ง Rassapoom กล่าวว่า ตลาดความงามของประเทศไทยที่มีมูลค่า 76,500 ล้านบาท มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี ซึ่งปีล่าสุดเติบโต 2.8% แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจตก แต่ยังมีศักยภาพเติบโตสูง ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ธุรกิจความงามในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง 5 ปี และเป็นหนึ่งใน 10 ธุรกิจดาวเด่นประจำปี 2568 ซึ่งความร่วมมือกันครั้งนี้ ถือครั้งสำคัญระดับประเทศ ที่ไทยจะมีโรงงานเป็นครั้งแรก และทำให้ผู้บริโภคได้รับบริการด้วยต้นทุนที่ถูกลงอย่างน้อย 30% เพราะไม่ต้องนำเข้าที่มีภาษี 30% และร่วมกันต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามไทย และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฮับที่ครบวงจร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...