โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครดิตบูโร ชี้หนี้ครัวเรือนไทยเกินจุดอันตราย แนะเร่งอุ้มกลุ่มเปราะบางหนี้เสีย 1.2 แสนล้าน

JS100

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.28 น. • JS100:จส.100
เครดิตบูโร ชี้หนี้ครัวเรือนไทยเกินจุดอันตราย แนะเร่งอุ้มกลุ่มเปราะบางหนี้เสีย 1.2 แสนล้าน

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กล่าวถึง สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยล่าสุด ไตรมาส 4 ปี 2567 หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 16.4 ล้านล้านบาท หรือ 88.4% ต่อจีดีพี ซึ่งถือว่าเกินระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยระบุว่าเป็น 'จุดอันตราย' ที่ 80% ต่อจีดีพี

จากข้อมูลเครดิตบูโร พบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือกลุ่มรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระและแรงงานนอกระบบ ซึ่งรายได้ยังไม่ฟื้นกลับมาสู่ระดับก่อนโควิด แม้ผ่านมาหลายปี ส่งผลให้เกิดภาวะ “หลุมรายได้” ขณะที่ภาระหนี้และดอกเบี้ยยังคงสะสมต่อเนื่อง

รายได้โตปีละ 3% แต่ภาระหนี้โตปีละ 5% สมการนี้ไม่มีใครรอดแน่” นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้กู้ประมาณ 3.3 ล้านคน ที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท แต่กลับตกอยู่ในสถานะหนี้เสีย รวมเป็นมูลหนี้เสียกว่า 120,000 ล้านบาท หรือประมาณ 10% ของหนี้เสียทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ควรได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน

สถานการณ์สินเชื่อในภาพรวมยังสะท้อนถึงความกังวล โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่มีแนวโน้มผิดนัดชำระสูง รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อ “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” (Buy Now Pay Later) ที่ขยายเข้าสู่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น

นายสุรพลกล่าวว่า หากไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หนี้เสียจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม และอย่ามองประชาชนเป็นเพียงตัวเลขในกราฟ หากไม่มีมาตรการ ที่จริงจัง และ เข้าเป้า ปัญหานี้จะไม่ใช่แค่เรื่องหนี้ครัวเรือนอีกต่อไป แต่อาจเป็นจุดเริ่มของวิกฤตเศรษฐกิจระดับชาติ

#หนี้ครัวเรือน

#เครดิตบูโร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...