โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

บุรีรัมย์ ผนึกกำลัง เอาก์สบวร์ก ร่วมมือพัฒนาระบบเยาวชน-ศักยภาพบุคลากรฟุตบอล

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 12.25 น.

บุรีรัมย์ ผนึกกำลัง เอาก์สบวร์ก ร่วมมือพัฒนาระบบเยาวชน-ศักยภาพบุคลากรฟุตบอล

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก 10 สมัย บรรลุข้อตกลงร่วมมือกับ เอฟซี เอาก์สบวร์ก ยอดทีมจากบุนเดสลีก้า ประเทศเยอรมนี ที่ก่อตั้งสโมสรมากว่า 118 ปี เป็นระยะเวลา 3 ปี ร่วมกันพัฒนาระบบฟุตบอลเยาวชน ไปตลอดจนช่วยกันเดินหน้าพัฒนาบุคลากรด้านฟุตบอล เพื่อให้ก้าวทันโลกฟุตบอลสมัยใหม่

สืบเนื่องจากโครงการบุนเดสลีก้า ดรีม “Bundesliga Dream” เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการค้นหานักฟุตบอลระดับเยาวชน ที่มีฝีเท้าดีจากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงนักเตะเยาวชนของประเทศไทย ไปเป็นตัวแทน เพื่อเปิดประสบการณ์ฟุตบอล และฝึกทักษะลูกหนังกับทีมในบุนเดสลีก้า ประเทศเยอรมนี เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยหนึ่งในนั้นมี “เคน” ภาณุวิชญ์ เจยาคม ซึ่งเป็นนักเตะของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี ได้ถูกคัดเลือกโดยสโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก เพื่อให้ไปฝึกทักษะฟุตบอล และเรียนรู้ข้อมูลเบื้องหลังของการก้าวไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ในอนาคต รวมถึงได้เรียนรู้ประสบการณ์พิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เล็งเห็นคุณภาพ และการพัฒนาบริหารจัดการระบบอคาเดมี รวมถึงการพัฒนาบุคลากรผู้ฝึกสอน อย่างมืออาชีพ ได้จับมือทำการต่อยอด ร่วมมือกับ สโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนาพัฒนาเยาวชน ให้ก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของฟุตบอลอาชีพในอนาคต

ปิแอร์ แลมเมอร์เมเยอร์ ตัวแทนกรรมการบริหารของสโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า พวกเราตั้งตารอคอยการเปิดตัวการเซ็นสัญญาจับมือทำความร่วมกันกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งการจับมือในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับเราทั้ง 2 สโมสร หลังจากจบโครงการบุนเดสลีก้า ดรีม ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยการพูดคุยกันถึงความร่วมมือครั้งนี้ สโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก ได้เล็งเห็นศักยภาพของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะทำให้สโมสรไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะกลายเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีแฟนบอลรู้จักเพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศ และในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งจะนำบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปสู่การเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศไทย ไปอย่างยาวนาน

“ทางสโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก เชื่อว่าการจับมือเป็นพันธมิตรลูกหนังกันในครั้งนี้ ทั้ง 2 สโมสรจะได้จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายระหว่างประเทศใหม่ๆ และจะสนับสนุนการเติบโตของกันและกัน การหารือกับตัวแทนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ผ่านมาเป็นไปในทางที่ดีมากๆ เพราะเราต่างเป็น สโมสรที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม รวมถึงมีการพัฒนาเยาวชน ที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก”

สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้นอกเชื่อจากการพัฒนาเยาวชน ทางสโมสรเอฟฟซี เอาก์สบวร์ก ของเราจะช่วยพัฒนาผู้ฝึกสอน โดยจะทำการส่งผู้ฝึกสออนจากศูนย์ฝึกเยาวชนของเรา มาที่จังหวัดบุรีรัมย์ และประเทศไทย เพื่อแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญกับผู้ฝึกสอนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี ในรูปแบบของการฝึกอบรมต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการพัฒนานักเตะเยาวชนที่บุรีรัมย์ อคาเดมี หลังจากนั้นนักเตะเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับโอกาสไปเยี่ยมชมศูนย์ฝึกเยาวชนของเอฟซี เอาก์สบวร์ก เพื่อเก็บประสบการณ์อันล้ำค่าในต่างประเทศ นอกเหนือจากการเข้าร่วมการฝึกซ้อม ทั้งนี้เราจะนำผู้ฝึกสอนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี เดินทางไปเรียนรู้ และดูงานแบบเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการฝึกซ้อม และกิจกรรมการพัฒนาเยาวชนของสโมสร นอกจากนี้เรายังมีแผนร่วมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะช่วยกันพัฒนาโปรแกรมการฝึกฟุตบอลอย่างมีมาตรฐานให้กับ “Buriram Soccer School” ซึ่งจะทำการสอนร่วมกันจากผู้ฝึกสอนที่มีปประสบการณ์จากทั้งสองสโมสร

ด้าน นายชนน์ชนก ชิดชอบ รองประธานเจ้าหน้าบริหารและผู้อำนวยการสายงานฟุตบอล สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงการจับมือร่วมกันในครั้งนี้ว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของเรามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่สโมสรในลีกอาชีพระดับท็อปของโลกอย่างบุนเดสลีกา เยอรมนี อย่างสโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก ได้เล็งเห็นศักยภาพ และความมุ่งมั่นในการที่จะพัฒนาสโมสรทั้งในทีมชุดใหญ่ และทีมระดับเยาวชน อย่างจริงจังของเรา จึงเลือกที่จะจับมือกันเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ เราหวัง และยินดีเป็นอย่างยิ่งว่าการเซ็นสัญญาร่วมกันใน 3 ปีจากนี้ จะช่วยให้เราพัฒนานักเตะเยาวชนให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นนักเตะอาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงทีมงานสต๊าฟโค้ชของเราจะได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ เพื่อนำมาพัฒนาระบบการฝึกซ้อมนักเตะในบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี ของเรา เพื่อเป็นการต่อยอดไปสู่ฟุตบอลที่มีระดับสูงขึ้นจากที่เป็นอยู่

“เราหวังว่าในอนาคตอันสั้นนี้ เราจะพัฒนานักเตะระดับเยาวชนได้ดีขึ้น และสามารถส่งนักเตะไปเก็บเกี่ยวทักษะฟุตบอล เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความสามารถกับนักเตะเยาวชนของสโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก ได้ เพื่อให้การฝึกซ้อมของเราก้าวไปสู่ระดับสากล ส่วนในระยะยาว เราคาดหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้นักเตะไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และได้รับโอกาสไปฝึกฝีเท้าในยุโรป และนำกลับมาพัฒนาสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตนักฟุตบอลระดับคุณภาพของอาเซียน เพื่อป้อนสู่ทีมชาติไทย และเวทีสากลต่อไป”

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ต่ออีกว่า นอกจากเรื่องของนักฟุตบอลระดับอะคาเดมีแล้ว เรายังจะทำการแลกเปลี่ยนความรู้กันของผู้ฝึกสอนระดับเยาวชนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เอฟซี เอาก์สบวร์ก ด้วย เพื่อเป็นการยกระดับการฝึกซ้อมให้ก้าวทันสากลมากขึ้น และได้มีการเรียนรู้โลกฟุตบอลสมัยใหม่ที่ก้าวไปข้างหน้าแบบไม่มีหยุด สุดท้ายเราก็คาดหวังว่าการจับมือร่วมกันในครั้งนี้ เราจะเป็นอีกหนึ่งประกายความฝันให้เด็กๆ ในการหันเข้ามาสนใจการเล่นฟุตบอลมากขึ้น เราจะร่วมมือกันจัดการเรียนการสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆ ที่สนใจในกีฬาฟุตบอล เพื่อให้ได้เข้ามาเรียนทักษะฟุตบอลพื้นฐานที่ถูกต้อง ในรูปแบบการเรียนการสอนที่ 2 สโมสรช่วยกันพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้เด็กที่ได้เข้ามาเรียนใน “Buriram Soccer School” ได้จุดประกายความฝันการต่อยอดไปเล่นฟุตบอลในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต ซึ่งเรายังเปิดโอกาสในน้องๆ เยาวชนทั่วไปที่อยากเรียนรู้ทักษะฟุตบอลตามมาตรฐานทีมระดับบุนเดสลีก้า ได้มาสมัครเรียนฟุตบอลแบบจริงจังในคลาส Exclusive Football Camp ที่จะจัดในช่วงเดือนตุลาคมนี้ สามารถติดตามรายละเอียด ติดตามรายละเอียด Exclusive Football Camp ได้เร็วๆ นี้ ที่ www.buriramunited.com / Facabook Fanpage : Buriram United / Facabook Fanpage Buriram United Academy / Facebook Fanpage Buriram United Soccer School

“แน่นอนว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการสร้างสะพานเชื่อมวัฒนธรรมฟุตบอล ระหว่างฟุตบอลไทย กับ ฟุตบอลเยอรมนี ผมเชื่อว่าทั้ง 2 สโมสรจะขยายฐานแฟนคลับได้เพิ่มมากขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้อย่างแน่นอน”

ขณะที่ นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือในการพัฒนาฟุตบอลเยาวชน ระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับสโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก เป็นเหมือนดั่งส่วนขยายผลของโครงการ Bundesliga’s Dream Project ที่มีแนวคิดในการสร้างสรร ต่อยอด ให้เยาวชนจากทุกภูมิภาค จากหลายๆ สโมสร อคาเดมี ต่างๆ รวมถึงการคัดเลือกเยาวชนของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยร่วมกับ บุนเดสลีก้า ให้มีโอกาสได้ไปพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนประสบการณ์ในการประลองระหว่างการไปเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกับสโมสรชั้นนำในเยอรมนี กับ บุนเดสลีก้า ดังนั้นความร่วมมือระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับสโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก จึงเป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตนั้น แต่อีกส่วนที่สำคัญเกิดจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาฟุตบอลของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ทำให้สโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก เล็งเห็น และเดินทางมาจนถึงการลงนามความร่วมมือในวันนี้

“โครงการนี้ ดำเนินการเป็นปีที่ 3 หวังว่าจะสามารถดำเนินการต่อๆ ไป โดยการขยายโอกาส เพิ่มจำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจน การขยายผลในเรื่องนักกีฬาเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกจากสโมสรของเยอรมันได้มีโอกาสเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มประสบการณ์และเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเอง โดยการฝังตัวฝึกซ้อมร่วมกับสโมสรของเยอรมัน ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกสอน เทรนเนอร์ หรือเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การกีฬา”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บุรีรัมย์ ผนึกกำลัง เอาก์สบวร์ก ร่วมมือพัฒนาระบบเยาวชน-ศักยภาพบุคลากรฟุตบอล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...