โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

นับถอยหลังเตรียมปิดฉากคดี ‘โทโมโกะ’ ผ่านมา 18 ปี ยังจับคนร้ายไม่ได้

เดลินิวส์

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.18 น. • เดลินิวส์
เตรียมนับถอยหลัง 2 ปี สิ้นสุดอายุความ คดี

ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยภาพสเกตช์ชาย-หญิงต่างชาติ ที่อาจเป็นพยานเห็นตัวคนร้าย หรือเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่ถูกฆาตกรรมบริเวณทางขึ้นสะพานหิน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย เหตุเกิดวันที่ 25 พ.ย. 2550 ซึ่งปัจจุบันผ่านมาเกือบ 18 ปี นั้น

วันที่ 25 มิ.ย. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ย้อนห้วงเวลากระบวนการตามหาความจริงจากเริ่มต้นโดยตำรวจท้องที่ ก่อนมีการเคยรับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งปัจจุบันคดียังไม่คลี่คลาย และถูกจับตาอายุความที่จะสิ้นสุดในปี 2570

เหตุเกิดที่สุโขทัย

  • วันที่ 25 พ.ย. 2550 น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพียงลำพัง พบถูกฆาตกรรมด้วยการปาดคอ เสียชีวิตอยู่บริเวณทางขึ้นสะพานหิน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย
  • ในที่เกิดเหตุสิ่งของที่หายไป คือ กล้องดิจิทัล กับหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ส่วนเงินคนร้ายไม่ได้นำไปด้วย
  • จุดเกิดเหตุค่อนข้างเปลี่ยว คนร้ายไม่ทิ้งหลักฐาน ขณะนั้นมีเพียงเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีน้ำเงิน เสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำตาล ไม้กวาดทางยาว ขวดน้ำตราช้างศึก หลักฐานที่นำมาตรวจหาดีเอ็นเอ คือ ไม้กวาดหักที่พบคราบเลือด แต่น้อยเกินกว่าตรวจพิสูจน์ได้ และดีเอ็นเอปริศนาของผู้ชาย บริเวณด้านหลังขอบกางเกงของโทโมโกะ
  • เนื่องจากไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้ ตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบ จึงยุติคดีชั่วคราวเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2552

ปี 2556 รับเป็นคดีพิเศษ

  • วันที่ 31 ก.ค. 2556 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ ตามการร้องขอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เนื่องจากเป็นคดีที่ส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ระหว่างนั้นมีการไล่ตรวจสอบดีเอ็นเอบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงวันเกิดเหตุเกือบ 400 คน แต่ไม่พบความเกี่ยวข้อง
  • ต่อมาวันที่ 26 ก.ย. 2559 ดีเอสไอต้องยุติคดีไว้ชั่วคราว แต่ยังทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน อาศัยข้อมูลที่ได้รับมาเป็นระยะ

ปี 2560 มีผู้แจ้งเบาะแสผ่านเฟซบุ๊กดีเอสไอ จนมีการออกเลขสืบใหม่ที่ 153/2560 พร้อมเก็บดีเอ็นเอบุคคลเพิ่มเติม เป็นในส่วนพ่อค้าบริเวณดังกล่าว แต่ก็ยังไม่พบดีเอ็นเอที่ตรงกับขอบกางเกงโทโมโกะ

ปี 2562 มีเบาะแสสงสัย จึงขอหมายเลขสืบครั้งที่ 2 เลขที่ 30/2562 อีกครั้ง แต่เนื่องจากผู้ต้องสงสัยดังกล่าวเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2553 ทำให้ต้องมีการไปเก็บดีเอ็นกับญาติเพื่อนำมาพิสูจน์เปรียบเทียบ โดยมีการเดินทางไปเก็บดีเอ็นบุคคลเพิ่มที่ไต้หวัน แต่สุดท้ายไม่ปรากฏดีเอ็นเอที่ตรงกับดีเอ็นเอที่ขอบกางเกงของโทโมโกะ ซึ่งในปีเดียวกันนี้มีข้อมูลน่าสนใจโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สามารถตรวจดีเอ็นเอโดยวิธีใหม่และน้ำยาใหม่ วิเคราะห์รูปแบบสารพันธุกรรมบนโครโมโซม Y (ดีเอ็นเอเพศชาย) เทียบเคียงผู้ต้องสงสัย โดยสกัดได้ดีเอ็นเอเพศชายก่อนนำไปวิเคราะห์ พบเป็นกลุ่มเอเชียตะวันออก และบ่งชี้เฉพาะได้ 7 ประเทศ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น ในจำนวนนี้ไม่มีไทย จึงมีข้อสันนิษฐานว่าผู้เกี่ยวข้องอาจไม่ใช่คนไทย

นอกจากนี้ ในปี 2562 ดีเอสไอ ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย เคยประกาศให้เงินรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมคนร้าย เป็นเงิน 1.6 ล้านบาท (จากดีเอสไอ 1 ล้านบาท /ภ.จว.สุโขทัย 5 แสนบาท/พ่อโทโมโกะ 1 แสนบาท)

-มีอีกข้อมูลน่าสนใจที่เคยพบคนใกล้ชิดโทโมโกะเป็นชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งเดินทางกลับประเทศหลังวันเกิดเหตุ 1 วัน ขณะนั้นบุคคลดังกล่าวไม่ยอมให้ความร่วมมือเก็บดีเอ็นเอ

ปี 2568 เปิดภาพสเกตช์ 'พยาน' ต่างชาติ

-วันที่ 24 มิ.ย. 2568 ดีเอสไอเผยแพร่ภาพสเกตช์ 2 บุคคล เป็นชายชาวฝรั่งเศส และหญิงชาวยุโรป ที่คาดว่าเป็นพยานที่อาจพบเห็นเหตุการณ์ หรือเห็นคนร้าย เพื่อเข้ามาให้ข้อมูล หากสามารถนำไปสู่การจับกุมมีเงินรางวัลให้ 2 ล้านบาท

ขณะที่ นายสุวพิชญ์ มโนภาส ผอ.ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผอ.กองคดีความมั่นคง ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนที่ 6/2568 เผยที่มาภาพสเกตช์ มาจากข้อมูลของพยานบุคคลอดีตพนักงานร้านกาแฟในตัวเมือง และภาพวงจรปิดในอดีต

หากวันที่ 25 พ.ย. 2570 หากไม่ได้ตัวคนร้าย ถือว่าคดีขาดอายุความ เนื่องจากคดีฆาตกรรมตามกฎหมายไทยมีอายุความ 20 ปี ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยมีข้อเรียกร้องจากครอบครัวโทโมโกะ เสนอแก้กฎหมายให้คดีฆาตกรรมไม่มีอายุความเหมือนเช่นกฎหมายญี่ปุ่น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...