โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อินโนเวสท์ เอกซ์ มองหากไทยถูกเก็บภาษี 15-20% คาด GDP โต 1.1-1.4% SET ยืนเหนือ 1,000 จุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 07.29 น.

อินโนเวสท์ เอกซ์ วิเคราะห์สถานการณ์ภาษีส่งออกของไทย 3 กรณี ความน่าจะเป็น 60% หากไทยถูกเก็บภาษี 15-20% คาด GDP โต 1.1-1.4% SET ยืนเหนือ 1,000 จุด เหตุตลาดรับรู้ข่าวเยอะแล้ว

วันที่ 4 ก.ค.2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX)ประเมินว่า ช่วงสั้นดัชนีตลาดหุ้นไทย ( SET) จะยังแกว่งตัวไซด์เวย์ ระหว่างรอข้อสรุปของการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ภายใต้ตัวอย่างข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-เวียดนาม ซึ่งเวียดนามถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญด้านยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯมากกว่าไทย จึงทำให้เป็นไปได้ที่ไทยอาจถูกเก็บภาษีส่งออกสินค้าไปสหรัฐไม่ต่างจากเวียดนามที่ระดับ 20% (สูงกว่ากรณีฐานของเราที่ 15%) ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามความคืบหน้าในการเจรจาอย่างใกล้ชิด

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น สำหรับนักลงทุนที่มองเป็นโอกาสสะสมในช่วงอ่อนตัวและยังรับความเสี่ยงได้ต่ำ

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ วิเคราะห์สถานการณ์ภาษีส่งออกของไทย แบ่งได้เป็น 3 กรณี

  • กรณีแย่ที่สุด (Worse Case): ความน่าจะเป็น 30% หากไทยถูกเก็บภาษีส่งออก 25-37% คาดการณ์ GDP ปีนี้จะหดตัว -1.1% ถึง +0.5% และ SET อาจหลุด 1000 จุด
  • กรณีฐาน (Base Case): ความน่าจะเป็น 60% หากไทยถูกเก็บภาษีส่งออก 15-20% คาดการณ์ GDP จะเติบโต 1.1-1.4% และ SET ยังคงยืนเหนือ 1000 จุดได้ เนื่องจากตลาดได้สะท้อนปัจจัยนี้ไปแล้ว
  • กรณีดีที่สุด (Best Case): ความน่าจะเป็น 10% หากไทยถูกเก็บภาษีส่งออกเพียง 10% คาดการณ์ GDP จะเติบโต 1.7% และ SET มีโอกาสกลับไปแตะ 1200 จุด

ในกรณีที่ไทยต้องยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เช่นเดียวกับเวียดนาม INVX มองว่าผลกระทบระยะสั้นต่อเศรษฐกิจโดยรวมมีจำกัด แต่จะส่งผลกระทบแตกต่างกันในแต่ละภาคส่วน

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ

  • ภาคเกษตรกรรม (เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์นม เนื้อหมูสด) และภาคยานยนต์และชิ้นส่วน เนื่องจากไทยเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเหล่านี้จากสหรัฐฯ ในระดับสูง

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงบวก

  • ภาคเครื่องจักร จะเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภาคพลังงานและปิโตรเคมี จะช่วยลดต้นทุนนำเข้าเชื้อเพลิงและวัตถุดิบ และภาคการบริโภค จะได้ประโยชน์จากราคาสินค้าสหรัฐฯ ที่ถูกลง

หุ้นแนะนำสอดคล้องสถานการณ์

  • หุ้น Defensive ที่ผันผวนต่ำและผลการดำเนินงานต้านทานความเสี่ยงภายนอกได้ อีกทั้งยังสามารถจ่ายปันผลสม่ำเสมอ แนะนำ ADVANC DIF BCH
  • หุ้น Undervalue (PER PBV < -1SD) และฐานะการเงินแข็งแกร่ง อีกทั้งสามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ แนะนำ BDMS BBL TIDLOR
  • ขณะที่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรในหุ้นที่คาดฟื้นตัวเร็ว

หากข้อสรุปการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯเป็นบวกต่อไทย (ไทยโดนภาษีตามคาดหรือต่ำกว่าเวียดนาม) แนะนำ AMATA, GPSC, WHA

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...