อินโนเวสท์ เอกซ์ มองหากไทยถูกเก็บภาษี 15-20% คาด GDP โต 1.1-1.4% SET ยืนเหนือ 1,000 จุด
อินโนเวสท์ เอกซ์ วิเคราะห์สถานการณ์ภาษีส่งออกของไทย 3 กรณี ความน่าจะเป็น 60% หากไทยถูกเก็บภาษี 15-20% คาด GDP โต 1.1-1.4% SET ยืนเหนือ 1,000 จุด เหตุตลาดรับรู้ข่าวเยอะแล้ว
วันที่ 4 ก.ค.2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX)ประเมินว่า ช่วงสั้นดัชนีตลาดหุ้นไทย ( SET) จะยังแกว่งตัวไซด์เวย์ ระหว่างรอข้อสรุปของการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ภายใต้ตัวอย่างข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-เวียดนาม ซึ่งเวียดนามถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญด้านยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯมากกว่าไทย จึงทำให้เป็นไปได้ที่ไทยอาจถูกเก็บภาษีส่งออกสินค้าไปสหรัฐไม่ต่างจากเวียดนามที่ระดับ 20% (สูงกว่ากรณีฐานของเราที่ 15%) ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามความคืบหน้าในการเจรจาอย่างใกล้ชิด
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น สำหรับนักลงทุนที่มองเป็นโอกาสสะสมในช่วงอ่อนตัวและยังรับความเสี่ยงได้ต่ำ
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ วิเคราะห์สถานการณ์ภาษีส่งออกของไทย แบ่งได้เป็น 3 กรณี
- กรณีแย่ที่สุด (Worse Case): ความน่าจะเป็น 30% หากไทยถูกเก็บภาษีส่งออก 25-37% คาดการณ์ GDP ปีนี้จะหดตัว -1.1% ถึง +0.5% และ SET อาจหลุด 1000 จุด
- กรณีฐาน (Base Case): ความน่าจะเป็น 60% หากไทยถูกเก็บภาษีส่งออก 15-20% คาดการณ์ GDP จะเติบโต 1.1-1.4% และ SET ยังคงยืนเหนือ 1000 จุดได้ เนื่องจากตลาดได้สะท้อนปัจจัยนี้ไปแล้ว
- กรณีดีที่สุด (Best Case): ความน่าจะเป็น 10% หากไทยถูกเก็บภาษีส่งออกเพียง 10% คาดการณ์ GDP จะเติบโต 1.7% และ SET มีโอกาสกลับไปแตะ 1200 จุด
ในกรณีที่ไทยต้องยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เช่นเดียวกับเวียดนาม INVX มองว่าผลกระทบระยะสั้นต่อเศรษฐกิจโดยรวมมีจำกัด แต่จะส่งผลกระทบแตกต่างกันในแต่ละภาคส่วน
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ
- ภาคเกษตรกรรม (เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์นม เนื้อหมูสด) และภาคยานยนต์และชิ้นส่วน เนื่องจากไทยเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเหล่านี้จากสหรัฐฯ ในระดับสูง
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงบวก
- ภาคเครื่องจักร จะเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภาคพลังงานและปิโตรเคมี จะช่วยลดต้นทุนนำเข้าเชื้อเพลิงและวัตถุดิบ และภาคการบริโภค จะได้ประโยชน์จากราคาสินค้าสหรัฐฯ ที่ถูกลง
หุ้นแนะนำสอดคล้องสถานการณ์
- หุ้น Defensive ที่ผันผวนต่ำและผลการดำเนินงานต้านทานความเสี่ยงภายนอกได้ อีกทั้งยังสามารถจ่ายปันผลสม่ำเสมอ แนะนำ ADVANC DIF BCH
- หุ้น Undervalue (PER PBV < -1SD) และฐานะการเงินแข็งแกร่ง อีกทั้งสามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ แนะนำ BDMS BBL TIDLOR
- ขณะที่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรในหุ้นที่คาดฟื้นตัวเร็ว
หากข้อสรุปการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯเป็นบวกต่อไทย (ไทยโดนภาษีตามคาดหรือต่ำกว่าเวียดนาม) แนะนำ AMATA, GPSC, WHA