หุ้นโรงพยาบาล บล.กสิกรฯมองเชิงบวก BDMS-PR9 เด่น
#bdms #ทันหุ้น – บทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดย บล.กสิกรไทย
.
รายได้อ่อนแอ อัตรากำไรลดลงในไตรมาส 1/68
ในบรรดาโรงพยาบาล 8 แห่งที่บล.กสิกรไทยวิเคราะห์ 4 แห่งมีกำไรดีกว่าคาด, 2 แห่งต่ำกว่าคาด และอีก 2 แห่งเป็นไปตามคาด โดย PR9 มีกำไรปกติเติบโตสูงสุด YoY
โรงพยาบาลต่ำกว่าครึ่งที่บล.กสิกรไทยวิเคราะห์ที่มีรายได้และกำไรปกติเติบโต YoY ขณะที่ส่วนใหญ่อัตรากำไรถูกกดดันจากต้นทุนและ SG&A ที่เพิ่มขึ้น
กำไรของกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 2/68 น่าจะอ่อนแอ QoQ จากปัจจัยฤดูกาลแต่เติบโต YoY ขณะที่ฝนที่มาเร็วและเคสโควิดที่เพิ่มขึ้น น่าจะบรรเทาผลกระทบ
.
ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 คละกัน โรงพยาบาล 8 แห่งที่บล.กสิกรไทยวิเคราะห์ พบว่า 4 แห่งมีกำไรดีกว่าคาด, 2 แห่งต่ำกว่าคาด และอีก 2 แห่งเป็นไปตามคาด โดย BCH รายงานกำไรดีกว่าคาดมากที่สุด (13%) จากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่ RJH มีกำไรต่ำกว่าคาดมากที่สุด (34%) จากภาษีจ่ายที่สูงกว่าคาด
BDMS และ KLINIQ รายงานผลประกอบการเป็นไปตามคาด ทั้งนี้ PR9 มีกำไรปกติเพิ่มขึ้น
YoY สูงสุด ตรงข้ามกับ RJH ที่กำไรลดลง YoY มากที่สุด กำไรปกติของกลุ่ม รพ. (ไม่รวม
KLINIQ) ลดลง 1% YoY ใกล้เคียงกับไตรมาส 4/2567
.
แนวโน้มการดำเนินงาน
มีเพียง KLINIQ และ PR9 เท่านั้นที่มีรายได้เติบโตในอัตราสองหลัก YoY ส่วนโรงพยาบาลที่เหลือมีรายได้เพิ่มหรือลดอยู่ในช่วง +/-6% YoY สำหรับรายได้รวมของกลุ่ม (ไม่รวม KLINIQ) เติบโต 3% YoY ปรับตัวดีขึ้นจากที่ทรงตัว YoY ในไตรมาส 4/2567 ซึ่งเป็นผลจากฐานสูง ทั้งนี้ มีเพียง BH และ EKH ที่รายงานรายได้จากผู้ป่วยเงินสดลดลง YoY จากจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่ลดลง นอกจากนี้รายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) มีแนวโน้มโตได้ดีกว่าผู้ป่วยใน (IPD) ส่วนโรงพยาบาลในระบบประกันสังคม (SSO)
ทั้งหมดรายงานรายได้ SSO ลดลง 3-7% YoY จากการลดลงของเคสโรคยาก รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติและคนไทยเติบโตในระดับปานกลางที่ 3-4% YoY โดยพบว่าโรงพยาบาลส่วนใหญ่มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น QoQ หลังผ่านฤดูกาลจ่ายโบนัสในไตรมาส 4/2567 แต่ยังคงหดตัว YoY จากต้นทุนและ SG&A ที่เพิ่มขึ้น
.
ประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ในกลุ่มที่กำไรดีกว่าคาด PR9 มีผลประกอบการแข็งแกร่งที่สุด โดยเป็นกำไรที่ดีกว่าคาดแบบมีคุณภาพ สะท้อนส่วนแบ่งตลาดรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น มีการประหยัดต่อขนาดที่ดีขึ้น และมีความซับซ้อนของโรคมากขึ้น แม้กำไรของ BDMS จะสอดคล้องกับประมาณการ แต่ผลการดำเนินงานสะท้อนโมเมนตัมของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่แข็งแกร่ง และมีการควบคุมต้นทุนที่ดี ขณะที่ RJH มีผลการดำเนินงานน่าผิดหวังมากที่สุด โดยส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ควรจะได้ โรงพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ในระบบ SSO และมีรายได้ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น ดูมีผลประกอบการที่เด่นกว่า รพ. อื่น ๆ ส่วนโรงพยาบาลในระบบ SSO แม้มีการฟื้นตัวของกำไร QoQ อย่างแข็งแกร่งเนื่องจากไม่มีการปรับลดรายได้ SSO แต่กำไร YoY ลดลงหรือโตเลขหลักเดียว
.
แนวโน้มไตรมาส 2/2568
ขณะที่กำไรของโรงพยาบาลทั้งหมดในไตรมาส 2/2568 มีแนวโน้มถูกกดดัน QoQ จากช่วงโลว์ซีซัน แต่ฝนที่มาเร็ว และจำนวนเคสโควิดที่เร่งตัวขึ้นน่าจะช่วยลดผลกระทบบางส่วน ทั้งนี้คาดว่าโรงพยาบาลส่วนใหญ่น่าจะรายงานกำไรที่เติบโตได้ในเชิง YoY บล.กสิกรไทยคาดว่าโรงพยาบาล SSO ที่มีรายได้ผู้ป่วยต่างชาติน้อย จะมีการเติบโตของกำไร YoY จำกัด แม้ว่าจะได้ประโยชน์จากฐานกำไรต่ำในไตรมาส 2/67
.
บล.กสิกรไทยมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดย BDMS และ PR9 เป็นหุ้นเด่นของบล.กสิกรไทย ผลประกอบการในไตรมาส 1/2568 บ่งชี้ว่าโรงพยาบาลที่มีรายได้ผู้ป่วยต่างชาติมีแนวโน้มที่จะมีผลประกอบการทั้งรายได้และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ดีกว่าคู่แข่งในภาวะที่ความต้องการภายในประเทศอ่อนแอ ซึ่งแนวโน้มนี้น่าจะต่อเนื่องไปในไตรมาส 2/2568 ส่วนกำไรในไตรมาส 2/2568 ของ รพ. ส่วนใหญ่น่าจะหดตัว QoQ จากผลของฤดูกาล แต่ฝนที่มาเร็วและเคสโควิดที่เพิ่มขึ้นน่าจะช่วยลดผลกระทบ
ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การเปลี่ยนแปลงเชิงกฎระเบียบ และการแข่งขันที่รุนแรงกว่าคาด