โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ประมวล” เกาะติดปัญหานำเข้า “เนื้อทุเรียนแช่แข็ง” เตรียมประชุม กมธ.พาณิชย์

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 11.54 น.

“ประมวล” เกาะติดปัญหานำเข้า “เนื้อทุเรียนแช่แข็ง” เตรียมประชุม กมธ.พาณิชย์ หาทางชี้แหล่งกำเนิดก่อนถูกสวมสิทธิ์เป็นของไทย

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2568 นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนถึงปัญหาทุเรียนเวียดนาม สวมสิทธิ์ทุเรียนไทยจากนายธารา ปิตุเตชะ อดีต สส.จังหวัดระยอง พรรค ปชป. พบว่าขณะนี้มีการนำเข้าเนื้อทุเรียนแช่แข็งจากประเทศเวียดนามเพื่อมาจัดเก็บในคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบแช่แข็ง (Frozen Storage) ในประเทศไทย สำหรับเตรียมทำการส่งออกต่อไป เกรงว่าจะเป็นการนำมาสวมสิทธิทุเรียนไทยโดยที่ไม่ต้องผ่านโรงคัดบรรจุ หากปล่อยไว้จะส่งผลกระทบกับราคาทุเรียนของไทย เพราะกำลังเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียนแก่เตรียมตัด และจะกระทบต่อการส่งออกทุเรียนของไทย ซึ่งปัญหานี้น่าจะเกิดจากการที่จีนมีการตรวจพบสารปนเปื้อนแคดเมียมและสารย้อมสี Basic Yellow 2 หรือ BY2 ของทุเรียนเวียดนาม ทำให้จีนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผลทุเรียนสด รวมถึงทุเรียนของไทยด้วย และปัจจุบันจีนยังพบการปนเปื้อนของสารแคดเมียม และ BY2 ในทุเรียนของเวียดนามจำนวนมาก ขณะที่ทุเรียนของไทยนั้นได้รับการผ่อนปรนการสุ่มตรวจ เพราะปฏิบัติตามข้อกำหนดของจีนอย่างเคร่งครัด

นายประมวล กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของเนื้อทุเรียนแช่แข็งนั้น รัฐบาลจีนยังไม่มีการกำหนดให้เป็นสินค้าห้ามนำเข้า และยังเป็นสินค้าที่ไม่ต้องตรวจสอบและกักกันโรคในด่านเข้าประเทศอีกด้วย ขณะที่การนำเข้าเนื้อทุเรียนจากต่างประเทศนั้น ประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมวิชาการเกษตร องค์การอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เข้าตรวจสอบ หากเป็นไปตามมาตรฐานของหน่วยงานดังกล่าวจึงนำไปสู่การออกใบอนุญาตให้นำเข้าได้
ทั้งนี้ ตนได้ข้อสังเกตว่า การนำเข้าเนื้อทุเรียนจากต่างประเทศเพื่อเข้ามาแปรรูปในไทยนั้น อาจจะต้องถึงขั้นที่จะต้องมีการพิจารณาถึงการรู้แหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์หรือไม่ ดังนั้นจะได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม กมธ. พาณิชย์ ซึ่งจะมีการประชุมระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค.นี้ ซึ่งนอกจากจะมีการประชุมปัญหาสัปปะรดภูแล มะม่วง และปาล์มแล้ว จะได้พิจารณาถึงการหามาตรการรับมือกับปัญหาการสวมสิทธิ์ แต่จะต้องไม่ส่งผลกระทบกับสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งจะเป็นการปกป้องผลประโยชน์ให้กับเกษตรกรด้วย พร้อมกันนี้ยังได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มความเข้มข้นการลักลอบนำเข้าทุเรียนสดตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิดต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...