โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แห่ชิงเค้ก ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ โรงแรมเปิดศึกดึงยอดเข้าพัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 00.06 น.

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวแห่งชิงเค้ก “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” 1.7 พันล้าน เผยงบฯน้อยยังดีกว่าไม่มี ชี้เป็นความหวังเดียวของคนท่องเที่ยวในเวลานี้ หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอยาว อัตราการเข้าพักโรงแรมร่วงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาฯ “รายย่อย-ต่างจังหวัด” โอดเม็ดเงินอาจกระจายไม่ถึง ลงทะเบียนไม่ได้โหมอัดโปรฯดึงลูกค้าแทน “สรวงศ์ เทียนทอง” รมว.การท่องเที่ยวฯ เดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวผ่านสารพัดโครงการอีกกว่า 8 พันล้านบาท ตามกรอบงบประมาณที่อนุมัติไปแล้ว

แหล่งข่าวในธุรกิจโรงแรมเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ภายใต้วงเงินงบประมาณ 1,760 ล้านบาท รวม 500,000 สิทธิ โดยได้เปิดให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนไปแล้วตั้งแต่ 25 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมานั้น พบว่าได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ทั้งกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ฯลฯ

ความหวังเดียวในเวลานี้

โดยโครงการดังกล่าวนี้เป็นโครงการที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเฝ้ารอมานานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากแนวโน้มของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดจีนยังคงชะลอตัวต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยราว 40-50% ทุกเดือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้การท่องเที่ยวภายในประเทศกลายเป็นความหวังเดียวในการช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทยในสถานการณ์เช่นนี้

“ประเด็นที่น่าเสียดายคืองบประมาณของโครงการนี้ถูกตัดลดลงไปจากกว่า 3,000 ล้านบาท เหลือเพียง 1,760 ล้านบาท ทำให้ได้เพียงแค่ 500,000 สิทธิ ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ติดหล่มอย่างหนักอยู่ในเวลานี้” แหล่งข่าวกล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนคนไทยทั่วไปด้วยเช่นกัน ซึ่งระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิได้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป เนื่องจากคนไทยเองก็มีเงินในกระเป๋าน้อยลง ระมัดระวังการใช้จ่ายและพร้อมตัดงบฯสำหรับการท่องเที่ยวเช่นกัน การออกมาตรการในรูปแบบดังกล่าวนี้น่าจะสามารถกระตุ้นให้คนไทยออกมาเดินทางท่องเที่ยวกันได้มากยิ่งขึ้น

งบฯน้อยแต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

ด้าน ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากเสียงของผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้มีลูกค้าเข้าเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันคนไทยเหลือเงินในกระเป๋าน้อย เมื่อมีโครงการที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวก็เชื่อว่าจะทำให้คนไทยหันมาเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

แต่ด้วยงบประมาณสนับสนุนโครงการรอบนี้ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับครั้งก่อนหน้าก็อาจทำให้ผู้ประกอบการแต่ละรายได้รับอานิสงส์ไม่มากนัก แต่ก็ดีกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย

สอดรับกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวว่า โครงการดังกล่าวไม่น่าจะเกิดอิมแพ็กต์มากนัก เนื่องจากรอบนี้มีวงเงินงบประมาณสนับสนุนไม่มากเมื่อเทียบกับครั้งก่อน ๆ อย่างไรก็ตาม มองว่าจะเป็นโครงการที่ช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับอานิสงส์บ้าง แม้จะไม่มากนักแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำ ซึ่งโรงแรมในเครือดุสิตธานีเองก็เข้าร่วมโครงการเช่นกัน เพราะเป็นโครงการที่นักท่องเที่ยวคนไทยก็เฝ้ารอมานาน

ปัจจัยบวกหนุนโลว์ซีซั่น

เช่นเดียวกับ นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) ที่กล่าวว่า โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่เพิ่งคลอดออกมานั้น ถือเป็นมาตรการกระตุ้นที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ประกอบการ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นที่นักท่องเที่ยวลดลง และการกระจายสิทธิ 500,000 สิทธิ ไปยังเมืองหลักและเมืองรอง จะช่วยสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง

“เข้าใจว่า 500,000 สิทธิ จะถูกแบ่งโควตาระหว่างเมืองหลักกับเมืองรอง ไม่ใช่แค่ใครมาก่อนได้ก่อนเหมือนรอบแรก ๆ จึงต้องรอดูว่าจังหวัดรองจะได้รับสิทธิมากน้อยแค่ไหน แต่โดยรวมแล้วเมืองหลักน่าจะได้ผลตอบรับที่ดีอยู่แล้ว”

นายเทียนประสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ในส่วนของโรงแรมที่เป็นสมาชิกมีอยู่ประมาณ 1,100 แห่งนั้น มีแนวโน้มว่าจะเข้าร่วมโครงการเกือบทั้งหมด และเชื่อด้วยว่าโรงแรมที่อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ จะเข้าร่วมโครงการนี้เกือบหมด หากได้รับข่าวสารครบถ้วนและมีความพร้อม เพราะทุกคนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ท่องเที่ยวกันมานานแล้ว

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังมีความกังวลเรื่องงบประมาณที่อาจไม่เพียงพอกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ดังนั้น หากสามารถเพิ่มสิทธิหรือวงเงินได้ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นโลว์ซีซั่น

คาดช่วยเติมอัตราการเข้าพัก

นายเทียนประสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ข้อมูลจากการสำรวจดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พัก (Hotel Business Operator Sentiment Index) ซึ่งสมาคมโรงแรมไทยทำร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมที่พักในช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) ลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยอัตราการเข้าพักเดือนมกราคมเฉลี่ยอยู่ที่ 74% ทรงตัวจากเดือนธันวาคม 2567 เดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 มาอยู่ที่ระดับ 77% เดือนมีนาคมเฉลี่ย 65% เดือนเมษายน 63% เดือนพฤษภาคม 56% และคาดว่าลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 52% ในเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งทำให้รายได้ของธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 2/2568 มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“เราคาดหวังว่าโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้ภาพรวมธุรกิจโรงแรมในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2568 หรือในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ปรับตัวดีขึ้นประมาณ 3-5% ตลอดช่วงเวลา 4 เดือนในการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดหลัก” นายเทียนประสิทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด SiteMinder แพลตฟอร์มจองโรงแรมระบุว่า ยอดจองโรงแรมประเทศไทยล่วงหน้าในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2568 ลดลงถึง 4.72% โดยอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ลดลง 2.32% จาก 197.95 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว เหลือ 193.35 ดอลลาร์สหรัฐ

โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เห็นการลดลงอย่างชัดเจนถึง 6.79% จาก 113.31 ดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา เหลือ 105.62 ดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ สวนทางกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคที่ ADR เพิ่มขึ้น 8.28% มาอยู่ที่ 192.44 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

“สถานการณ์การเดินทางตอนนี้อยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอนและมีความท้าทายบ้าง แต่ก็ถือเป็นโอกาสสำหรับโรงแรมที่พร้อมปรับตัว”

รายเล็กเข้าร่วมยากหันทำโปรฯเอง

แหล่งข่าวจากโรงแรมลิปดา รีสอร์ท อ่าวมะนาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวได้รับความสนใจและมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นหลังจากที่ประเทศคลายล็อกดาวน์ ซึ่งแม้ในช่วงหลัง ๆ ความสนใจจะลดลงไปบ้าง แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวสอบถามถึงสิทธิอย่างต่อเนื่อง

“ล่าสุดนี้โรงแรมเราไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เพราะระบบเข้ายากมาก และค่อนข้างยุ่งยาก ขณะที่ลูกค้าเริ่มกลับมาเที่ยวเยอะขึ้น บางคนไม่ถามถึงโครงการเลย และหากทางโรงแรมมีโปรฯดี ๆ เช่น ซื้อหลายห้องแล้วแถม หรือให้ราคาที่คุ้มค่า ลูกค้าจะตัดสินใจจองโปรโมชั่นของโรงแรมแทน”

เช่นเดียวกับผู้ประกอบการจากเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ซึ่งเปิดกิจการร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวที่กล่าวว่า โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ยังคงมีบทบาทในการกระตุ้นกำลังซื้อ โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่น แต่กลับติดขัดที่ระบบลงทะเบียนไม่พร้อม ทำให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมยาก

“เราอยากลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการมาก แต่ระบบหมุนติ้ว ๆ ตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงวันนี้ก็ยังเข้าไม่ได้เลย ลูกค้าก็ถามตลอด แต่เราก็ต้องบอกตรง ๆ ว่าพวกเรายังลงทะเบียนเข้าร่วมไม่สำเร็จ”

พร้อมทั้งเสนอว่า รัฐบาลควรเริ่มโครงการแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เตรียมตัว หรือขยายระยะเวลาให้นานขึ้น เพราะเวลาเพียงแค่ 2-3 เดือนทำอะไรไม่ทัน และเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจทัวร์

ตะวันออกทำใจ ฝนเยอะไม่ถึงเป้า

ด้านแหล่งข่าวจากโรงแรมเกาะกูดคาบาน่า รีสอร์ท จ.ตราด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้จะเห็นว่าโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งเป็นแนวทางที่ดี แต่ในพื้นที่ที่เข้าสู่ฤดูฝนอย่างภาคตะวันออก ซึ่งปกตินักท่องเที่ยวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ของโครงการไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เต็มที่

“ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาเที่ยวทะเลในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่พฤศจิกายนจนถึงพฤษภาคมเป็นหลัก พอเข้าฤดูฝนลูกค้าน้อยมาก ต่อให้มีโครงการไทยเที่ยวไทย หรือเที่ยวไทยคนละครึ่งก็อาจช่วยได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น”

ขณะเดียวกันยังพบว่าการสมัครเข้าร่วมโครงการยังมีความยุ่งยาก และระบบยังไม่เอื้อต่อผู้ประกอบการรายย่อย สำหรับเกาะกูดคาบาน่านั้นกำลังดำเนินการสมัครเข้าร่วมโครงการ แต่ก็ติดเรื่องระบบ เช่น ต้องส่งไฟล์ PDF จากบัญชีธนาคารกรุงไทย เป็นต้น

วอนรัฐเพิ่มรอบลงทะเบียน

เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากโรงแรม Pan Ville Resort จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นรีสอร์ตริมทะเลสาบบรรยากาศธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ ที่กล่าวว่า ลูกค้าให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทันในรอบล่าสุด เนื่องจากเพิ่งเปิดให้บริการ โดยมีลูกค้าหลายคนสอบถามเรื่องโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง เพราะสิทธิส่วนลด 50% เป็นพลังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จริง

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาเปิดรอบลงทะเบียนเพิ่มเติม หรือกันโควตาสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ เพื่อให้โครงการกระจายผลประโยชน์ได้กว้างขวางมากขึ้น

“ในฐานะของผู้ให้บริการก็อยากเห็นลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ถ้ามีโครงการสนับสนุนจากรัฐ ก็จะยิ่งช่วยให้คนเข้าถึงสถานที่แบบเราง่ายขึ้น”

ลุ้นโครงการหนุนชาร์เตอร์ไฟลต์

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งแล้ว ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังคาดหวังให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการสนับสนุนชาร์เตอร์ไฟลต์ภายใต้งบประมาณ 750 ล้านบาท โดยเร็วเช่นกัน หรืออย่างช้า คือกลางเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป เนื่องจากจะเป็นช่วงวันหยุดปิดเทอมซัมเมอร์ของนักเรียนในจีน

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเดินทางกันอีกครั้ง และจะช่วยส่งโมเมนตัมให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้มากขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดชาติจีน หรือโกลเด้นวีก ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เดินหน้าสารพัดโครงการอีก 8 พันล้าน

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า นอกจากโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” แล้ว กระทรวงยังมีอีกหลายโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้วรวมกว่า 8,000 ล้านบาท เช่น สนับสนุนชาร์เตอร์ไฟลต์ 750 ล้านบาท สนับสนุนแพลตฟอร์มจองออนไลน์ OTA 800 ล้านบาท พัฒนาเส้นทางเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง 3,000 ล้านบาท กระตุ้นตลาดต่างประเทศ Thailand Summer Blast 750 ล้านบาท สร้างภาพลักษณ์ “Trusted Thailand” 300 ล้านบาท โครงการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว 1,100 ล้านบาท เป็นต้น

สำหรับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งนั้นคาดว่าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 2.67 ล้านคน/ครั้ง ในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2568 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 35,033 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 40,669 ตำแหน่ง และสร้างรายได้จากภาษีให้รัฐกว่า 1,863 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แห่ชิงเค้ก ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ โรงแรมเปิดศึกดึงยอดเข้าพัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...