โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาม่า ชะลอลงทุนโรงงานในฮังการี! เหตุ "นโยบายแรงงาน-ต้นทุน" ไม่เอื้อ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 08.05 น.

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป "มาม่า" เปิดเผยถึงการตัดสินใจชะลอแผนการลงทุนขยายโรงงานในฮังการี โดยระบุว่าปัจจัยหลักมาจาก "นโยบายด้านแรงงาน" ของฮังการีที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงต้นทุนการก่อสร้างและพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้การลงทุนไม่คุ้มค่าความเสี่ยงที่ประเมินไว้ แม้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง และมาม่ายังเผชิญปัญหา "ผลิตไม่ทันขาย" ในบางหมวดสินค้าพรีเมียมก็ตาม

เหตุผลหลักชะลอลงทุนฮังการี นโยบายแรงงานไม่เอื้อ-ต้นทุนสูง

นายพันธ์ ชี้แจงว่า แผนการขยายโรงงานในฮังการี ซึ่งเดิมมองว่ามีศักยภาพเนื่องจากมีที่ดินเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งจากโรงงานเดิมที่ซื้อมา แต่ปัจจุบันต้องชะลอออกไปก่อน เนื่องจาก นโยบายแรงงานต่างชาติในฮังการีให้แรงงานต่างชาติได้เพียง 2-3 ปี ซึ่งโรงงานในฮังการีต้องใช้แรงงานไทยเป็นแกนหลัก ถ้าส่งตัวกลับส่งผลกระทบต่อความเชี่ยวชาญและต่อเนื่องของการผลิต

ทั้งนี้ต้นทุนสูง แม้จะใช้ที่ดินเดิม แต่ต้นทุนค่าก่อสร้างและค่าพลังงานในฮังการีก็ยังคงสูง ทำให้การคำนวณผลตอบแทนการลงทุน (Return on Investment - ROI) ไม่ถึง 15% โดยปัจจุบันโรงงานในฮังการีมี 2 เครื่องจักรที่ยังเดินเครื่องผลิตอยู่ ซึ่งกำลังการผลิตอยู่ที่ 6 แสนซองต่อวัน แต่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต

นายพันธ์ ระบุว่า "ถ้ามันไม่คุ้ม เราก็ถอย" โดยจะรอดูว่านโยบายของรัฐบาลฮังการีจะมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้นหรือไม่

กำลังการผลิตในประเทศ "เต็มกำลัง" กลุ่มพรีเมียมโต 30%

แม้จะชะลอลงทุนในฮังการี แต่ TFMAMA ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ "ผลิตไม่ทันขาย" ในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าพรีเมียมอย่าง OK Series และ Big Pack ที่มีการเติบโตสูงถึง 30% ในปีที่ผ่านมา

ซึ่งกำลังการผลิตรวม ปัจจุบันกำลังการผลิตในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านซองต่อวัน (สำหรับการเดินเครื่อง 16 ชั่วโมง/วัน) ซึ่งนายพันธ์ยอมรับว่า "มันเกินร้อยเปอร์เซ็นต์มาตั้งนานแล้ว" และบางไลน์ผลิตอาจเดินเครื่องถึง 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นายพันธ์ ยืนยันสินค้าหลัก 7 บาทไม่ขาดตลาด ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นและเป็นสิ่งที่ TFMAMA รับปากกับภาครัฐและประชาชนไว้ว่าจะไม่มีวันขาดตลาด ยังคงสามารถผลิตได้ทัน แต่สำหรับ OK Series ที่มีเครื่องจักรเพียง 4 เครื่อง การเพิ่ม 1 เครื่องหมายถึงกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นถึง 20% ทำให้การขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มนี้ยังไม่ทันความต้องการของตลาด

กลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุน-รับมือความผันผวน

ภาพรวมครึ่งปีหลัง นายพันธ์ มองว่าปัจจัยภายในธุรกิจไม่น่าห่วงมากนัก และผลประกอบการปีนี้แม้จะไม่ดีเท่าปีที่แล้ว (ปี 2567 กำไรสุทธิ 3,565.46 ล้านบาท) แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ (ดีกว่าปี 2566)

เมื่อถามถึงปัยหาต้นทุน นายพันธ์เพิ่มเติมว่าราคาน้ำมันปาล์มยังคงผันผวนอยู่ในระดับที่จัดการได้ (ประมาณ 30-40 กว่าบาทต่อลิตร) แต่ TFMAMA มีการซื้อล่วงหน้าเพื่อบริหารจัดการราคาและควบคุมความสูญเสียในการใช้ทรัพยากร ทั้งนี้ความกังวลหลักคือปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สถานการณ์สงคราม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของ TFMAMA ก็ได้เตรียมปรับมือในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แต่คาดการณ์ว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

นอกจากนี้นายพันธ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์กัมพูชา ยืนยันว่ายอดขายในกัมพูชาไม่ได้เป็นยอดขายหลักของบริษัท และการผลิตที่พนมเปญก็มีกำลังการผลิตของตัวเอง ทำให้ปัญหาการขนส่งข้ามแดนไม่ได้ส่งผลกระทบในภาพรวมใหญ่ และบริษัทสามารถสลับการผลิตและช่องทางการจำหน่ายได้เพื่อรองรับสถานการณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...