โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กุมารแพทย์เตือน 3 โรคยอดฮิต เฝ้าระวังเด็ก ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 21.44 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 04.36 น.

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สาเหตุของ"โรคไข้หวัดใหญ่"เกิดจากการติดเชื้ออินฟลูเอนซา ติดต่อโดยการหายใจเอาละอองน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยที่ไอ หรือจาม เข้าไป สัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ อาการของไข้หวัดใหญ่ในเด็กมักเริ่มด้วยไข้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล และปวดเมื่อยตามตัว เด็กมักจะรู้สึกอ่อนเพลียและอาจมีอาการแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

โรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีโดยมียุงลายเป็นพาหะ เมื่อยุงลายกัดและถ่ายทอดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด จะทำให้เกิดโรคในช่วงประมาณ 2-7 วัน โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอยอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูก แต่เด็กจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร และปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง บางรายอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง ในช่วงที่ไข้ลดลงอาจพบผื่นขึ้น มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือเลือดกำเดาออก

โรคโควิด-19 เกิดจากไวรัส SARS-CoV-2 ที่ติดต่อผ่านละอองฝอยน้ำลายจากการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ อาการในเด็กนั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย ไปจนถึงมีไข้ต่ำ ไอ เจ็บคอ จาม มีน้ำมูก และเหนื่อยหอบ ในบางรายอาจแสดงอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ถ่ายเหลว และอาจมีผื่นขึ้นร่วมด้วยได้

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการดูแลรักษา โรคไข้หวัดใหญ่ในเด็กกลุ่มเสี่ยงสามารถใช้ยาต้านไวรัสได้ เช่น ยาโอเซลทามิเวียร์ หากให้ยาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ จะช่วยลดระยะเวลาในการป่วยลงได้

โรคไข้เลือดออก ยังไม่มียาต้านไวรัสโดยตรง การรักษาจะเน้นไปที่การดูแลตามอาการ เด็กควรได้รับยาลดไข้เฉพาะพาราเซตามอลเท่านั้น ห้ามใช้ยาในกลุ่มแอสไพรินหรือยาลดอาการอักเสบที่อาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

โรคโควิด-19 ส่วนใหญ่รักษาตามอาการที่บ้าน สามารถกินยาตามอาการได้ เช่น ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ยาแก้ไอ โดยให้เด็กดื่มน้ำสะอาดและพักผ่อนให้เพียงพอ การป้องกันโรคสามารถทำได้โดยให้เด็กได้รับวัคซีนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการแพร่กระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรส่งเสริมให้เด็กสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในที่แออัด หมั่นล้างมือบ่อย ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

โดยผู้ปกครองสามารถใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อช่วยวินิจฉัยเบื้องต้น ผู้ปกครองควรร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงภายในบ้านและบริเวณโดยรอบ เช่น คว่ำภาชนะที่อาจมีน้ำขัง เปลี่ยนน้ำในแจกันหรือถาดรองกระถางต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ และให้เด็กสวมเสื้อผ้ามิดชิดเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มียุงชุกชุม สิ่งสำคัญคือการรู้เท่าทันอาการของโรค และหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในร่างกายของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...