โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สหรัฐ” พบอิหร่านขนทุ่นระเบิดลงเรือในอ่าวเปอร์เซีย หวั่นเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 07.22 น.

"สหรัฐ" พบอิหร่านขนทุ่นระเบิดลงเรือในอ่าวเปอร์เซีย หวั่นเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางพลังงานสำคัญของโลก ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังตึงเครียด

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 05.37 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 รายเปิดเผยว่า กองทัพอิหร่านได้ขนถ่ายทุ่นระเบิดทางเรือขึ้นเรือรบในอ่าวเปอร์เซียเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสร้างความกังวลเพิ่มขึ้นในกรุงวอชิงตันว่ากรุงเตหะรานอาจเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากอิสราเอลโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน

การเตรียมการดังกล่าว ซึ่งยังไม่เคยมีรายงานมาก่อน ตรวจพบโดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐ และเกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลเปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นประเด็นข่าวกรองอ่อนไหว

แม้ทุ่นระเบิดเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกนำไปวางในช่องแคบฮอร์มุซ แต่การขนขึ้นเรือบ่งชี้ว่าเตหะรานอาจจริงจังกับการปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศอย่างหนัก

โดยประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ขนส่งทางเรือทั่วโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นทางนี้ถูกปิด จะส่งผลให้น้ำมันโลกราคาพุ่งสูงทันที

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบโลกกลับลดลงมากกว่า 10% นับตั้งแต่สหรัฐ โจมตีเป้าหมายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ส่วนหนึ่งเพราะตลาดโลกรู้สึกโล่งใจที่ความขัดแย้งยังไม่ลุกลามถึงขั้นทำให้การค้าพลังงานหยุดชะงัก

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน เพียงไม่กี่วันหลังจากสหรัฐถล่มเป้าหมายนิวเคลียร์สำคัญของอิหร่าน 3 แห่ง รัฐสภาอิหร่านมีรายงานว่าให้การสนับสนุนมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่การตัดสินใจดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้จริง เนื่องจากต้องรอการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน สำนักข่าว Press TV ของอิหร่านรายงาน

ที่ผ่านมา อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซหลายครั้งแต่ไม่เคยดำเนินการจริง Reuters ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าอิหร่านขนถ่ายทุ่นระเบิดขึ้นเรือในช่วงเวลาใดระหว่างสงครามทางอากาศกับอิสราเอล และยังไม่ชัดว่าทุ่นระเบิดเหล่านั้นถูกขนลงจากเรือไปแล้วหรือไม่

เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยว่าสหรัฐทราบเรื่องการขนทุ่นระเบิดดังกล่าวได้อย่างไร แต่โดยทั่วไปข้อมูลลักษณะนี้มักได้มาจากภาพถ่ายดาวเทียม แหล่งข่าวกรองลับ หรือทั้งสองอย่างประกอบกัน

เมื่อถูกถามถึงการเตรียมการของอิหร่านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว กล่าวว่า“ต้องขอบคุณปฏิบัติการ Midnight Hammer ที่ประธานาธิบดีดำเนินการอย่างยอดเยี่ยม การโจมตีที่ประสบความสำเร็จต่อกลุ่มฮูตี และมาตรการกดดันสูงสุด ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เดินเรือ การค้าเป็นปกติ และอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ”

ทั้งนี้ช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งอยู่ระหว่างโอมานและอิหร่าน เป็นทางผ่านจากอ่าวเปอร์เซียไปยังอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ โดยมีความกว้างที่สุดเพียง 21 ไมล์ (34 กิโลเมตร) จุดที่ใช้เดินเรือจริงกว้างเพียง 2 ไมล์ในแต่ละทิศทาง

สมาชิกกลุ่มโอเปก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และอิรัก ส่งออกน้ำมันส่วนใหญ่ผ่านช่องแคบนี้ไปยังตลาดเอเชีย ขณะที่กาตาร์ ผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็ส่งออก LNG เกือบทั้งหมดผ่านช่องแคบนี้เช่นกัน

แม้ว่าอิหร่านเองก็ต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่รัฐบาลเตหะรานก็ลงทุนอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมปิดช่องแคบหากจำเป็นต้องทำ โดยหน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ เคยประเมินว่า ณ ปี 2019 อิหร่านมีทุ่นระเบิดทางเรือมากกว่า 5,000 ลูก ซึ่งสามารถนำไปวางได้อย่างรวดเร็วด้วยเรือเร็วขนาดเล็ก

กองเรือที่ 5 ของสหรัฐ ซึ่งประจำการอยู่ที่บาห์เรน มีหน้าที่หลักในการปกป้องการค้าทางทะเลในภูมิภาค โดยปกติสหรัฐจะประจำเรือตรวจจับและกวาดทุ่นระเบิด (MCM) จำนวน 4 ลำในบาห์เรน แต่เรือเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยเรือ Littoral Combat Ship (LCS) ซึ่งมีขีดความสามารถในการตรวจจับทุ่นระเบิดเช่นกัน

เรือกวาดทุ่นระเบิดทั้งหมดถูกนำออกจากบาห์เรนชั่วคราวในช่วงที่สหรัฐเตรียมโจมตีอิหร่าน เพื่อลดความเสี่ยงจากการตอบโต้ที่สำนักงานใหญ่ของกองเรือที่ 5 ในที่สุด อิหร่านตอบโต้โดยจำกัดการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐในกาตาร์เท่านั้น

เจ้าหน้าที่สหรัฐ ระบุว่าขณะนี้ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะดำเนินมาตรการตอบโต้เพิ่มเติมในอนาคต

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...