โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ทรุดแรงฉุดด่านเขมรปิด-สหรัฐฯ ขึ้นภาษีถล่มซ้ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 17.45 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 10.45 น.

ส.อ.ท. ชี้กำลังซื้อเกษตรกรหด ผู้ประกอบการเจอสินค้านำเข้าตีตลาดฉุด ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ เดือนมิ.ย. ทรุดเหลือ 87.7 จาก 88.1 ในเดือน พ.ค. แนะรัฐเร่งแก้เกมการค้า ขู่ค่าแรงใหม่-มาตรการภาษีสหรัฐฯ ซ้ำเติม SMEs มองงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาท อาจเป็นความหวังเดียว!

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนมิถุนายน 2568 ทรุดตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ 87.7 จาก 88.1 ในเดือนพฤษภาคม

โดยนายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธาน ส.อ.ท. ได้ร่วมกันเปิดเผยผลการสำรวจ ชี้ชัดว่าปัจจัยหลักที่กดดันมาจาก การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และ การระงับนำเข้าน้ำมันและก๊าซ LNG จากไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าชายแดนและผ่านแดนอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ การที่สหรัฐอเมริกาปรับขึ้น ภาษี Sectoral Tariff ในกลุ่มสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมจาก 25% เป็น 50% ได้สร้างแรงกระแทกซ้ำเติมต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านยังคงสร้างความผันผวนต่อราคาพลังงาน ทำให้การส่งออกและจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ การทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งกำลังกดดันผู้ประกอบการไทยอย่างหนัก ส่งผลให้การผลิตเพื่อส่งออกเริ่มถูกแทนที่ด้วยสินค้านำเข้า ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าเกษตรที่หดตัวรุนแรง ก็ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร และฉุดกำลังซื้อในภูมิภาคลดลงอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางการเมือง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคเอกชน รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาทพร้อมสกุลเงินอื่นจากเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคและดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกเล็กน้อยที่ช่วยประคับประคองสถานการณ์ในเดือนมิถุนายน คือ การเร่งส่งออกก่อนสิ้นสุดมาตรการชะลอการเก็บภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ในเดือนกรกฎาคม 2568 สัญญาณการเจรจาการค้าระหว่างไทย–สหรัฐฯ ที่ยังคงมีทิศทางเชิงบวก และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการในช่วงกลางปีที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

สารพัดปัจจัยรุมเร้า: ส.อ.ท. ชี้จุดเปราะบาง

จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,342 ราย ครอบคลุม 47 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. ในเดือนมิถุนายน 2568 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ได้แก่ การเข้าถึงสินเชื่อ (51.7%) อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) (39.9%) ราคาพลังงาน (31.3%) และ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (24.7%) ในทางกลับกัน ปัจจัยที่มีความกังวลลดลง ได้แก่ เศรษฐกิจภายในประเทศ (61.0%) เศรษฐกิจโลก (57.7%) และนโยบายภาครัฐ (47.5%)

ดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้ายังคงปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 90.8 จาก 91.7 ในเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนของปัญหาบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และการปิดด่านอย่างต่อเนื่องที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในระยะยาว

นอกจากนี้ มติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัดบางกิจการ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ก็สร้างความกังวลอย่างมากต่อต้นทุนการจ้างงานของผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่กำลังจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการค้าในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนที่คาดว่าจะช่วยประคองสถานการณ์ ได้แก่ การอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.4% และโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 ที่คาดว่าจะช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างทั่วถึง

ส.อ.ท. วอนรัฐเร่งแก้เกมการค้า

  • มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากด่านชายแดน: ขอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น การช่วยรับซื้อและกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่น การจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การพักชำระหนี้ชั่วคราวสำหรับ SMEs การชดเชยค่าจ้างให้แรงงานกรณีปิดกิจการชั่วคราว การอุดหนุนส่วนต่างราคาวัตถุดิบหากต้องนำเข้าจากแหล่งอื่น และการสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางเรือหรือทางอากาศ
  • เร่งรัดการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ: ขอให้ภาครัฐเร่งรัดการใช้จ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.15 แสนล้านบาท ให้ดำเนินการได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบโครงการอย่างเคร่งครัดและโปร่งใส
  • เจรจาปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ: ขอให้ภาครัฐเร่งเจรจาปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ (Reciprocal Tariff) ให้ลดลงสู่ระดับที่สามารถแข่งขันได้ ก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคม 2568

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...