โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

บุรีรัมย์ ชาวบ้านในพื้นที่แนวชายแดนดีใจ ใช้ชีวิตปกติ หลังกัมพูชา ยอมถอนกำลัง

สยามรัฐ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 05.27 น.

บุรีรัมย์ ชาวบ้านในพื้นที่แนวชายแดนดีใจ ใช้ชีวิตปกติ หลังกัมพูชา ยอมถอนกำลัง

ชาวบ้านในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่ง อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ต่างดีใจที่จะได้ใช้ชีวิตทำมาหากินกันตามปกติ หลังมีข่าวทหารกัมพูชา ยอมถอนกำลังออกจากจุดข้อพิพาท และจะมีการเจรากันของฝ่ายทหารทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมเรียกร้องให้คุยกันด้วยสันติวิธี และไม่อยากให้เกิดศึกสงคราม ชี้ส่งผลเสียต่อประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านสายโท 5 ใต้ และบ้านสายโท 6 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่อยู่ใกล้ และมีพื้นที่รอยติดต่อกับบริเวณ ด่านพรมแดนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเปิดเป็นจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู กับช่องจุ๊บโกกี อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา

โดยก่อนหน้านี้ กองทัพภาคที่ 2 โดย พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงนามในคำสั่งกองทัพภาคที่ 2 เรื่อง การควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่รับผิดชอบของกองกําลังสุรนารี ตามคําสั่งกองทัพบก ที่ 8062568 เรื่องการควบคุมการเปิด - ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา โดยให้ปรับเปลี่ยนวันเวลา การเปิด-ปิด จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู-จุ๊บโกกี จากเปิดได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ได้ปรับเปลี่ยนเป็น เปิดวันอังคาร-พุธ และวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. ซึ่งจะอนุญาตให้คนผ่านเข้าออกไม่เกินตลาดของสองประเทศ

รวมถึงจากกรณีเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทย โดยกองกำลังสุรนารี ได้มีการเจรจากับฝ่ายทหารของกัมพูชา โดยในเบื้องต้นได้ข้อยุติว่า กองกำลังทหารทั้งสองฝ่าย จะถอยออกจากจุดที่มีการปะทะกันเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 กลับไปยังจุดเดิมที่เคยอยู่เมื่อปี 2567 และฝ่ายกัมพูชาได้ยอมปิดกลบแนวสนามเพลาะป้องกัน เตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบ หรือแนวคูเลต ให้กลับคืนสภาพเดิม ซึ่งขณะนี้ทหารของทั้งสองฝ่ายได้ถอยกลับไปยังจุดเดิมแล้ว

จากการลงสำรวจพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่ง อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านในพื้นที่ใกล้กับแนวชายแดน ต่างรู้สึกดีใจที่จะได้ใช้ชีวิตเดินทางไปไหนมาไหน รวมถึงออกไปทำนา ทำไร่ ทำสวน และจับกลุ่มคุยกันตามปกติ ซึ่งหลังจากมีการเจราจากัน ของทหารฝ่ายไทยกับฝ่ายกัมพูชา ที่จะยอมถอนกำลังออกจากบริเวณพื้นที่ และปิดกลบแนวคูเลตดังเดิม ชาวบ้านต่างรู้สึกดีใจที่สถานการณ์น่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี

ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวบ้านพื้นที่ส่วนใหญ่ อยากให้ทั้ง 2 ประเทศ ได้มีการเจราจาพูดคุยกันด้วยสันติวิธี และไม่อยากให้เกิดสงคราม หรือการสู้รบกันเกิดขึ้นของทั้ง 2 ประเทศ เพราะถือเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้อง และอยากจะเห็นประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ได้อยู่ร่วมกันและทำมาค้าขายกันอย่างปกติสุข

นางทองม้วน กล้าหาญ อายุ 66 ปี อยู่บ้านสายโท 6 ใต้ ม.5 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด(เสื้อสีน้ำเงิน) บอกว่า ตอนนี้ก็ใช้ชีวอตกันอยู่ตามปกติ ไม่ได้มีความวิตกกังวลอะไร นี่ก็เพิ่งกลับจากไปทำไร่ทำสวนมา และอยากให้ทั้ง 2 ประเทศอยู่ด้วยกันอย่างมิตรที่ดี อยากให้ดีกัน เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดวิตก

ด้านนางปิ่น สะอิ้งรัมย์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านสายโท 6 ใต้ ม.5 ต.จันทบเพชร (เสื้อลายดอก) บอกว่าไม่อยากให้เกิดสงครามเพราะอยากใช้ชีวิตอยู่กันแบบปกติสุข อยากให้ทั้ง 2 ฝ่าย เจราจาตกลงกันด้วยดี เพื่อประชาชนจะได้ไปมาหาสู่และค้าขายกันตามปกติ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้สึกวิตกกังวลอะไร แต่ก็ไม่ประมาทและก็ได้เตรียมตัวให้พร้อมไว้แล้วเช่นกัน

ขณะที่ น.ส.ชุติกาญจน์ กาญจนสิริวิโรจน์ อายุ 20 ปี ชาวบ้านสายโท 6 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด(เสื้อขาวแถบดำ) บอกว่ายังใช้ชีวิตกันตามปกติดี อยากให้มีการเจรจากันตกลงกันด้วยสันติวิธี เพื่อที่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศได้ใช้ชีวิตกันตามปกติ

ส่วน นางแสนสุข สุขกิจ อายุ 64 ปี อยู่บ้านหนองดุม สายโท 5 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด (สวมหมวกเสื้อสีเทา) ที่เช้าวันนี้ออกมาใส่ปุ๋ยต้นยางพารากับต้นมันสำปะหลังที่ปลูกไว้ อยู่ห่างจากด่านด่านพรมแดนช่องสายตะกู ประมาณ 2 กิโลเมตร บอกว่าอยากให้มีการพูดคุยตกลงกันด้วยดี อยู่กันแบบพี่น้อง เพราะทั้ง 2 ประเทศ ก็บ้านใกล้เรือนเคียงกันทั้งนั้น อยากให้ประณีประณอมกัน และไม่อยากให้เกิดสงคราม

นายโรจน์ ธีระสถิตโรจน์ อายุ 58 ปี ชาว อ.บ้านกรวด ที่ได้นำรถไถมาไถปรับพื้นที่เตรียมปลูกแตงโมกับปลูกมันสำปะหลัง บริเวณสวนที่อยู่ไม่ไกลห่างจากด่านพรมแดนช่องสายตะกูประมาณ 500 เมตร บอกว่าทั้ง 2 ประเทศก็ล้วนเป็นบ้านพี่เมืองน้องกันอยากให้มีการพูดคุยเจรจากัน หาข้อตกลงกันด้วยสันติวิธี ให้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศคุยตกลงกัน เพราะชาวบ้านเขาไม่รู้อะไรด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...