โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กัมพูชาขอไทยขึ้นศาลโลกด้วยกัน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 18.01 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.41 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

พนมเปญ 9 มิ.ย. – นายปรัก สุคน (Prak Sokhonn) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการมาถึงนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อขอความร่วมมือกับประเทศไทย ในการยื่นข้อพิพาทเรื่องพรมแดนกับศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก (International Court of Justice : ICJ) ให้ตัดสินอย่างสันติและถูกต้องตามกฎหมาย

โดยเนื้อหาในหนังสืออย่างเป็นการทางระบุไว้ว่า จากความซับซ้อนทางประวัติศาสตร์และความอ่อนไหวในข้อพิพาท เห็นได้ชัดว่า การเจรจาระดับทวิภาคีเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

รัฐบาลกัมพูชาจึงเห็นว่า การแก้ไขปัญหาพื้นที่ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย โดยศาลโลกเป็นหนทางที่เหมาะสมและสันติมากที่สุด

นายปรักยังระบุใจความในหนังสืออย่างเป็นทางการว่า คำตัดสินของศาลโลกตั้งอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นคำตัดสินที่ยุติธรรม ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และสามารถให้ความชัดเจนในเรื่องข้อพิพาทดินแดนของทั้ง 2 ประเทศ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ตลอดจนความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศ

“แนวทางปฏิบัติดังกล่าว จะยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการรักษาหลักนิติธรรม รักษาความสามัคคีในภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมกันของประชาชนภายในชุมชนอาเซียน

“จากที่กล่าวมาข้างต้น ฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยพิจารณาร่วมกับรัฐบาลกัมพูชา ในการส่งข้อพิพาทเรื่องพรมแดนของเรา ไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ขอให้ใช้โอกาสนี้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของเรา ในการพูดคุยอย่างสันติ การแก้ไขปัญหาทางกฎหมาย และอนาคตของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี”

ทั้งนี้ข้อความในหนังสืออย่างเป็นทางการยังสอดคล้องกับท่าทีของนายฮุน เซน (Hun Sen) ประธานวุฒิสภา องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ออกมาระบุว่า จะนำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นสู่ศาลโลก เนื่องจาก การเจรจาระดับทวิภาคีได้ผลเพียงเล็กน้อย ขณะที่พื้นที่อื่นที่ไม่อยู่ในความขัดแย้งจะดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ปี 2543 ต่อไป

แถลงการณ์กระทรวงกลาโหมกัมพูชา

ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเวลา 12.45 น. ของวันเดียวกันนี้ กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาออกมาแถลงถึงสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า

  • ไม่มีการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา และที่ซึ่งกองทัพกัมพูชาประจำการมาเป็นเวลานาน
  • การเตรียมกองกำลังทั้งหมดของกองทัพกัมพูชา รวมทั้งการประจำการ การส่งกำลัง การปรับกำลัง และการระดมกำลัง อยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชาเพื่อเตรียมการป้องกันบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา
  • กองทัพกัมพูชาสนับสนุนความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยสันติ ทั้งนี้พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลในการปกป้องดินแดน ไม่ให้มีการรุกรานใดๆ
  • กองทัพกัมพูชาพร้อมที่จะสนับสนุนกลไกการเจรจาชายแดนกับไทย โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission: JBC) เพื่อดำเนินการวัดเขตแดนและปักปันเขตแดนที่เหลือระหว่าง 2 ประเทศต่อไป.-810(814).-สำนักข่าวไทย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...