หอการค้าพร้อมส่งการบ้านคลัง เร่งถกสหรัฐลดกำแพงภาษี
หอการค้าพร้อมส่งการบ้านให้คลัง เร่งหารือสหรัฐลดกำแพงภาษี ช้าสุดไม่เกินต้นสัปดาห์หน้า
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย เปิดเผยว่า จากกรณีสหรัฐตอบรับการเจรจาอัตราภาษี กำหนดสินค้าส่งออกไทยที่ 36% โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้เปิดให้เอกชนเสนอมาตรการเตรียมรับมือและส่งให้กระทรวงการคลังในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้นั้น
ในฝั่งของผู้ประกอบการมีความพร้อมนำเสนอแนวทางการรับมือไว้แล้ว ซึ่งจะส่งให้เร็วที่สุด เพราะกำหนดเส้นตายของสหรัฐเป็นวันที่ 1 สิงหาคม หากส่งข้อเสนอไปช้า กระทรวงการคลังอาจเตรียมรายละเอียดเจรจาไม่ทัน
ทำให้ขณะนี้จะจัดเตรียมข้อมูลทั้งหมดส่งให้กระทรวงการคลังต้องเรียบร้อยทั้งหมดภายในต้นสัปดาห์หน้า โดยหลัก ๆ เป็นการไล่สำรวจสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบสูงก่อน อาทิ ภาคการเกษตร ซึ่งรัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือออกมา แต่จะเป็นรูปแบบใดที่เห็นผลบวกมากที่สุด ต้องพิจารณากันอีกครั้ง
นายวิศิษฐ์กล่าวว่า ตอนนี้การเจรจาอาจคล้ายกับการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศที่ไทยเคยเจรจามา ว่าต้องการการค้าร่วมกันในรูปแบบใด มีวิธีนับว่าต้องใช้อะไร จำนวนเท่าใดถึงจะถือว่าเป็นการผลิตในประเทศไทยจริง ๆ ไม่ใช่สินค้าสวมสิทธิที่สหรัฐกังวลอยู่ ซึ่งทั่วไปก็จะดูกันที่ 40% ว่าต้องมีแหล่งวัตถุดิบในไทยเป็นหลัก ทำให้เอกชนต้องมาไล่ดูสินค้าแต่ละอย่างของกลุ่มตัวเองก่อน ว่ามีการกระบวนการผลิตอย่างไร ใช้วัตถุดิบในประเทศมากน้อยเท่าใด
ซึ่งเป็นการบ้านที่มอบให้สมาคมการค้าต่าง ๆ สำรวจธุรกิจของสมาชิกที่มีสินค้าคล้าย ๆ กัน หากแบ่งเป็นกลุ่มแล้วเรียงออกมาได้อย่างไรบ้าง ผลกระทบมากน้อยเท่าใด และต้องการให้รัฐบาลเตรียมรับมืออย่างไร รวมถึงผู้ประกอบการเองด้วยว่าจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไร
นายวิศิษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยสามารถดูจากตัวอย่างของเวียดนามได้ว่าสหรัฐกำหนดภาษีสินค้าเวียดนามแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ภาษีรวม 20% ส่วนสินค้าสวมสิทธิกำหนดที่อัตรามากกว่า ซึ่งประเทศไทยก็อาจถูกกำหนดแบบนั้น จึงต้องมาดูว่าตอนนี้มีสินค้าอะไรที่เรากังวลบ้าง โดยหลัก ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องเกษตร เรื่องอาหาร และภาคการผลิตต่าง ๆ เพราะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เอาว่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ตั้งแต่เกษตรกร แรงงาน ผู้ประกอบการต่าง ๆ ด้วย ถือว่าอยู่ในซัพพลายเชนเดียวกัน
หากถูกกระทบก็จะกระทบกันไปหมดกับคนจำนวนเยอะมาก โดยตอนนี้เรามีเวียดนามที่กลายเป็นบรรทัดฐานไปแล้ว เพราะเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่เจรจาแล้วเสร็จ ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ที่ประกาศออกมาถูกเก็บที่ 20% ถือแนวเดียวกัน จึงจะเห็นว่าประเทศในอาเซียน ต่อให้เจรจาอย่างไรตัวเลขก็คงเป็นแบบนี้ จะคาดหวังไม่เสียเลย หรือเป็นศูนย์คงยากมาก
“ตอนนี้ถือว่ายังมีโอกาสที่ไทยจะเจรจากับสหรัฐให้ลดกำแพงภาษีลงจากที่ประกาศไว้ 36% เพราะทีมไทยแลนด์ไปเจรจากับสหรัฐวันที่ 2-3 กรกฎาคม ก่อนโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามในหนังสือตอบกลับมาวันที่ 4 กรกฎาคม แปลว่าหลังจากที่ทีมไทยแลนด์กลับมาก็มีการบ้านจากสหรัฐกลับมาด้วย ว่าจะมีอะไรเพิ่มเติมที่จะเสนอเจรจากับสหรัฐอีกหรือไม่
ซึ่งทราบมาว่ามีการส่งหนังสือเจรจากับสหรัฐเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงต้องรอดูว่าเมื่อไปถึงสหรัฐแล้วจะมีคอมเมนต์อะไรกลับมาอีกหรือไม่ ซึ่งการเจรจาแบบนี้ต้องทำหลายรอบ เหมือนญี่ปุ่นที่น่าจะคุยกันจำนวนครั้งมากสุด แต่ก็ยังไม่มีผลสำเร็จออกมา แต่ของเรามีโอกาสสำเร็จได้ เพราะมีบรรทัดฐานเป็นพื้นฐานจากเวียดนามอยู่” นายวิศิษฐ์กล่าว
นายวิศิษฐ์กล่าวว่า ผลกระทบด้านการแข่งขันหากไทยถูกขึ้นภาษีมากกว่าคู่แข่งอย่างเวียดนาม อาทิ หากสูงกว่า 5% อันนี้ยังมีทางไป แต่หากมากกว่า 10% ขึ้นไปอันนี้ผู้ประกอบการเหนื่อยมากแน่ ๆ เพราะไม่สามารถที่อยู่ดี ๆ ต้นทุนของสินค้าไทยจะสู้เวียดนามได้ในสินค้าประเภทเดียวกันแน่นอน เพราะเดิมทีปกติสินค้าเรากับเวียดนาม ต้นทุนของเวียดนามก็ต่ำกว่าไทยมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านแรงงาน ไฟฟ้า น้ำ การขนส่ง เวลาที่เราดูความสามารถในการแข่งขันกัน จึงถือว่าไทยอ่อนกว่าเวียดนามในหลาย ๆ สินค้าที่ใช้แรงงานคนเยอะ ๆ หรือใช้ทรัพยากรการผลิตด้านไฟฟ้าเยอะแบบนี้
โดยการปรับตัวของผู้ประกอบการ ก็ต้องเริ่มมองการนำเครื่องจักรมาทำงานแทนคนอย่างจริงจัง เพราะก่อนหน้านี้อาจคิดแล้วคิดอีก เพราะเป็นการลงทุนที่สูง และกว่าจะคืนทุนก็ใช้เวลา 5 ปี 10 ปี ต้องหาแหล่งเงินทุนกู้สินเชื่อจากธนาคารเพิ่ม เป็นหนี้เพิ่มขึ้น เพื่อแข่งขันให้ได้ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องมาเทียบกันแล้ว ว่าจะแลกอย่างไรระหว่างการเดินต่อไม่ได้เลย หรือจะทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่มีอยู่มาพัฒนาธุรกิจ ผ่านการใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่แทน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้าพร้อมส่งการบ้านคลัง เร่งถกสหรัฐลดกำแพงภาษี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net