โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ข้อเสนอใหม่-BRICs-ชิป-NTBs ชี้ชะตา ไทยเสี่ยงสหรัฐคงภาษีตอบโต้ 36%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 21.56 น.

จากที่ล่าสุดสหรัฐอเมริกาได้ส่งจดหมายถึงรัฐบาลไทย แจ้งอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย ในอัตรา 36% (Reciprocal Tariff) ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยระบุว่าหากไทยยกเลิกกำแพงภาษีและมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษี(NTBs) สหรัฐอาจที่จะปรับลดอัตราภาษีลงจากเดิม

ขณะที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังตั้งความหวังข้อเสนอของไทยที่ยื่นเสนอเข้าไปใหม่ให้กับสหรัฐ จะสร้างแรงจูงใจพอให้สหรัฐปรับลดอัตราภาษีลงให้ไทย ก่อนเส้นตายภาษีที่สหรัฐประกาศจะมีผลบังคับใช้

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยกับ “ ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ส่วนตัวมองว่าโอกาสที่สหรัฐจะลดภาษีให้ไทยลงต่ำกว่า 36% ณ เวลานี้มีโอกาสเป็นไปได้น้อย เนื่องจากข้อเสนอและการเจรจาของไทยยังต้องไปแข่งขันกับประเทศคู่ค้าของสหรัฐอีกนับร้อยประเทศ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และต้องเร่งเจรจากับสหรัฐเพื่อให้ได้ข้อยุติก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2568 เช่นกัน

เวลานี้แต่ละประเทศต้องทำงานแข่งกับเวลา เปรียบเสมือนการวิ่ง 100 เมตร และแต่ละประเทศต่างก็ยื่นข้อเสนอให้กับสหรัฐแบบ “เทหมดหน้าตัก” หรือแบบจัด“ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” เพื่อให้ได้ข้อตกลงหรือดีลการค้าที่ดีที่สุด ทำให้สหรัฐอาจไม่สนใจไทยหากข้อเสนอไม่จูงใจพอ และในทางปฏิบัติที่อาจไม่สามารถทำได้จริง

ขณะเดียวกันมีอีกหลายประเด็น ที่อาจส่งผลต่อการเจรจาไทย-สหรัฐในครั้งนี้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนเส้นตาย โดยมีประเด็นที่ไทยต้องเคลียร์ หรือทำความเข้าใจกับสหรัฐเพิ่มขึ้นได้แก่

1.การที่ประเทศไทยได้เข้าไปเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับกลุ่ม BRICs ซึ่งแม้ไทยจะยังไม่ได้เข้าไปเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการก็ตาม โดยล่าสุดสหรัฐประกาศจะเก็บภาษีกับกลุ่ม BRICs เพิ่มอีก 10% จากอัตราภาษีตอบโต้เดิมที่สหรัฐเรียกเก็บ ซึ่งไทยคงต้องชี้แจงกับสหรัฐว่าสถานะของไทยในกลุ่ม BRICs เป็นอย่างไร เข้าไปเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน

2.ไทยเข้าไปอยู่ในสงครามชิปปัญญาประดิษฐ์(ชิป AI) ของสหรัฐ-จีน โดย โดยมีบริษัทไทยและมาเลเซีย นำเข้าชิปรุ่นที่ดีที่สุด และประมวลผลได้เร็วที่สุดของสหรัฐ (ของ Nvidia) ส่งผ่านไปให้กับจีน(ตามรายงานของสหรัฐ) ทำให้สหรัฐเพ่งเล็งและอาจใช้มาตรการด้านภาษี หรือมาตรการด้านอื่นเพิ่มเติมกับไทย

3. มาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) ที่สหรัฐระบุว่า ไทยมีการกีดกันสินค้าเกษตรจากสหรัฐโดยใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นความจริง โดยระบุสินค้าจากสหรัฐมีสารที่เป็นอันตราย บริโภคไม่ปลอดภัย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สหรัฐอาจจะไม่ลดภาษีให้ไทย

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน

“มีหลายประเด็นข้างต้น ที่เขาไม่พอใจเรา และเราต้องไปเคลียร์กับทางสหรัฐ หากเคลียร์ไม่สำเร็จเราอาจโดนภาษีเพิ่มเติมอีก อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นการเจรจาของไทยกับสหรัฐเขาจะยอมลดภาษีให้ไทยลงจาก 36% หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับข้อแรกคือ เสนอใหม่ของไทยว่าจะโดนใจหรือเป็นที่พอใจของเขาหรือไม่ รวมถึงปัญหาที่เราต้องเคลียร์กับสหรัฐในอีก 3 เรื่องข้างต้น”

ทั้งนี้การตั้งต้นการเจรจาของไทยที่ผ่านมาเล็งเป้าหมายแบบ win win แต่สหรัฐไม่ win win กับเรา แต่เขา win คนเดียว เพราะมีอำนาจต่อรองเหนือกว่า เห็นได้จากข้อสรุปที่สหรัฐเจรจาและบรรลุข้อตกลงกับอังกฤษ เวียดนาม หรือแม้กระทั่งจีน ที่คงอัตราภาษีสินค้าจีนไว้ที่ 30% ณ เวลานี้ เขาก็ win คนเดียว”

สำหรับอัตราภาษีที่ไทยได้รับ 36% ในครั้งนี้ ส่งผลให้ไทยเสียเปรียบในการแข่งขันกับสินค้าจากเวียดนามที่ได้รับอัตราภาษีจากสหรัฐเพียง 20% ซึ่งจะทำให้การส่งออกสินค้าไทยส่งออกไปสหรัฐได้ลดลง ขณะที่สินค้าจากเวียดนามจะส่งออกไปสหรัฐได้เพิ่มขึ้น เพราะจะมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น เมื่อเทียบกับสินค้าจากทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เมียนมา และลาว ที่ส่งออกไปสหรัฐ ที่ได้รับอัตราภาษีสูงกว่าสินค้าจากเวียดนาม

ขณะข้อมูลสินค้าไทยส่งออกไปสหรัฐ ในปี 2567 ล่าสุด มีมูลค่ากว่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมสัดส่วนประมาณ 80% โดยสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญที่ไทยส่งออก ไปสหรัฐ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน เครื่องอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ และสัดส่วนอีก 20% เป็นสินค้าเกษตร และเกษตรแปรรูป เช่น ข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น ซึ่งสินค้าสำคัญในกลุ่มเหล่านี้จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐที่เก็บในอัตราสูงจากไทย

“ในปีที่ผ่านมา ไทยมีการส่งออกสินค้าไปสหรัฐมูลค่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้ประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นสินค้าอุตสาหกรรม และอีก 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป และในจำนวนนี้เป็นสินค้าจากผู้ประกอบการรายใหญ่สัดส่วนประมาณ 70% และอีก 30% เป็นสินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อย“

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ ยังให้ความเห็นอีกว่า จากอัตราภาษีนำเข้าที่ไทยเจอ 36% ขณะที่เวียดนามได้ภาษีเพียง 20% หากไทยไม่สามารถเจรจาลดภาษีลงจาก 36% ได้ ยังจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติ(FDI) รวมถึงการลงทุนของนักลงทุนไทยในประเทศไทย ในช่วงนับจากนี้จะปรับตัวลดลง เพราะอัตราภาษีที่ไทยได้รับจะทำให้การลงทุนเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปสหรัฐ จะเสียเปรียบในการแข่งขันด้านภาษี เมื่อเทียบกับการตั้งฐานการผลิตในเวียดนามที่ได้รับอัตราภาษีต่ำกว่าไทย

ขณะที่อัตราภาษีที่ประเทศเพื่อนบ้านย่านอาเซียนที่เป็นคู่แข่งของไทย ก็ได้รับอัตราภาษีจากสหรัฐต่ำกว่าไทย ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซียได้รับอัตราภาษี 25% อินโดนีเซีย 32% ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติตัดสินใจไปลงทุนในเวียดนาม มาเลเซีย และในอินโดนีเซียมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...