ลูกสาวครูบ้านนอก
ข้อมูลเบื้องต้น
บทนำ
น้ำขิง ลูกสาวคนเดียวของ กรกันต์ ฉัตรพิทักษ์วงศ์ ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ ซี 6
พ่อของเธอเป็นครูอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฏร์ธานี
มารดาเป็นแม่บ้าน และแม่ค้าขายหวยใต้ดิน
น้ำขิงคิดมาตลอดว่าแม่ของเธอนั้นเจ๋งมาก ทำงานเดือนละ 4 วัน
ก็คือ ก่อนวันหวยออก และวันหวยออก แต่มีรายได้พอๆกับพ่อของเธอที่เป็นครูเสียอีก
ปี 2532 เด็กหญิงน้ำขิงอายุ 7 ขวบ ตกต้นฝรั่งหน้าบ้านหมดสติไป 5 นาที
และหลังจากวันนั้นหลังจากนอนหลับในตอนกลางคืน
เด็กน้อยจะฝันเห็นเหตุการณ์ต่างๆในอนาคตล่วงหน้าไป 50 ปี
และที่สำคัญ เธอสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี
และนั่นก็คือจุดเปลี่ยน
คุยกันก่อน
เรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องที่ 5 ของไรท์ ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังต้องพัฒนาอีกเยอะ ทุกคำขอบคุณที่เขียนตอนท้ายบท นั่นคือเรารู้สึกขอบคุณจริงๆที่เข้ามาอ่านกัน และเราจะขอบคุณมากๆที่คอมเม้นท์ติชม เราจะนำมันไปแก้ไขปรับปรุงในเรื่องต่อๆไปและที่ต้องแจ้งทุกเรื่องก็คือ เราเป็นแม่บ้านที่ตกงาน เขียนนิยายเพื่อหารายได้ พยายามให้มันสามารถเลี้ยงตัวเองได้ เพราะฉะนั้นเราขอค่าขนมไปโรงเรียนของลูกชายเป็นการติดเหรียญถาวรตอนละ 2 เหรียญ (1 บาทของรี๊ด ไรท์จะได้ 0.72 บาทเท่านั้น) ตั้งแต่ตอนที่ 11 เป็นต้นไป จะพยายามอัพให้ได้ทุกวัน วันละ 1 ตอน ถ้าไม่ติดธุระจริงๆ จะมาทุกวันค่ะเรื่องนี้นางเอกไม่ได้ย้อนอดีตมาเกิดใหม่นะคะ น้องไปท่องโลกอนาคตในฝันมาค่ะนิยายก็คือนิยายนะคะ จะให้สนุกมันต้องเว่อร์วังอลังการ หาความสมจริงไม่ได้ ทุกอย่างเกิดจากจินตนาการของไรท์แต่เพียงผู้เดียวเรื่องที่แล้วไม่กล้าให้ตัวละครถูกหวย เรื่องนี้ถูกหวยฉ่ำมากนะบอกเลย ไรท์เก็บกดค่ะขออนุญาตไม่ใช้ศัพท์ภาคใต้นะคะ ต่อเช้า เนือย เข็ด เคย คำศัพท์ทางใต้หลายๆคำมันทำให้คนภาคอื่นเข้าใจผิดไปได้ไกลค่ะ เพราะความหมายมันเพี้ยนกับภาคอื่นไปเยอะมาก
(ต่อเช้า = พรุ่งนี้, เนือย = บางจังหวัดใช้คำนี้แทนคำว่าหิว , เข็ด = มันแปลว่าเมื่อย หาใช่เข็ดหลาบแต่อย่างใด เคย ที่แปลว่า กะปิ หรือ xx ของผู้หญิง แล้วแต่ว่าอยู่ที่รูปประโยคแบบใด)
ตอนที่ 1
บทที่ 1
“โอ้ย!!!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเด็กหญิง เขมวรรณ ฉัตรพิทักษ์วงศ์ หรือน้ำขิง วัย 7 ขวบ เธอตกต้นฝรั่งที่อยู่หลังบ้านพักครูอันเป็นบ้านพักของเธอ และหมดสติไปประมาณ 5 นาที โดยไม่มีใครผ่านมาเห็นหรือมาช่วยเหลือเธอเลย
เพราะวันนี้วันที่ 16 ตุลาคม 2532 วันนี้หวยออก เวลาบ่ายสามโมงแบบนี้แม่บ้านที่พักอยู่ในบ้านพักครูต่างก็มานั่งรอฟังผลล็อตเตอรี่กันอยู่ที่ใต้ถุนบ้านของเธอ เพราะว่าแม่ของเธอเป็นแม่ค้าขายหวยใต้ดินยังไงล่ะ
ปกติในช่วงปิดเทอมอย่างนี้เธอจะมีเพื่อนๆที่เป็นลูกของครูที่พักอยู่ในบ้านพักครูที่นี่มาเล่นด้วยหลายคน แต่พอวันหวยออกเด็กๆเหล่านั้นจะโดนพ่อแม่สั่งห้ามออกไปซนที่ไหน เพราะผู้ปกครองจะไม่มีเวลามาดูแล บางคนก็เล่นอยู่ที่บ้านของตนเอง หลายคนก็ติดตามผู้เป็นแม่มานั่งฟังผลหวยกันที่ใต้ถุนบ้านเธอนี่แหละ
[สลบไปนานมั๊ยนี่เรา] น้ำขิงนั่งรวบรวมสติอยู่ครู่หนึ่ง
[แต่เสียงเฮๆ นั่นแสดงว่าหวยยังออกไม่หมด ก็ไม่น่าจะนานเท่าไหร่] หลังจากสรุปได้ว่าเธอไม่ได้หายมานานจนทำให้แม่ต้องออกมาตาม เธอก็ก้มลงสำรวจตัวเองว่ามีบาดแผลตรงไหนบ้างหรือไม่
[โชคดีที่มีแค่รอยถลอกเล็กๆตรงข้อมือ ถ้าแผลใหญ่ล่ะซวยแน่คุณนายน้ำหวานได้ลงหวายแน่อีน้ำขิงเอ้ย]
น้ำขิงคว้าฝรั่งใส้แดงที่อุตส่าห์ปีนขึ้นไปเก็บจำนวน 3 ลูกมาถือไว้ แล้ววิ่งกลับเข้าไปที่ใต้ถุนบ้าน
“อ้าวน้ำขิงไปไหนมาล่ะ” ป้าจงจิต ภรรยาของครูปราการที่บ้านอยู่ติดกันเห็นเธอวิ่งเข้ามาก็เอ่ยถามขึ้น”
“เก็บฝรั่งค่ะ แม่หนูไปล้างฝรั่งกินบนบ้านนะ”
“ใช้มีดระวังๆล่ะ” น้ำหวานตอบกลับมาโดยที่สายตาก็จดจ้องอยู่ที่กระดาษที่ใช้จดผลรางวัล
“ค่า” พูดจบก็วิ่งขึ้นบ้านไปทันที น้ำขิงเอาฝรั่งที่เก็บมาใส่ในอ่างล้างจานในครัว เปิดน้ำเพื่อที่จะล้างแผลถลอก ขณะที่มือขวาถูไปที่แผลเธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าบางอย่าง
[อะไรอ่ะ ทำไมรู้สึกโหวงๆแบบนี้ล่ะ] เพื่อความแน่ใจเธอก็จับไปที่แผลอีกครั้งหนึ่ง
[ทุ่งหญ้าเนี่ยนะ] เมื่อมือขวาสัมผัสกับรอยแผล น้ำขิงก็รู้สึกถึงทุ่งหญ้าสีเขียว แปลงผักที่ยังไม่มีผักลงปลูก และ สระน้ำสีเขียวมรกต
[แล้วมันมีไว้ทำไมล่ะ จะเข้าไปที่นั่นได้ไหม เฮ้ย..เข้ามาแล้ว ในนี้สดชื่นจัง น้ำในสระนั่นก็น่าเล่นมากเลย] เมื่อเห็นน้ำใสๆในสระมรกตเธอก็อดที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆไม่ได้
[หอม กลิ่นหอมอ่อนๆนี่มาจากไหน อื้มน้ำนี่เอง น้ำอะไรนะทำไมหอมน่ากินจัง] มือไวกว่าความคิด วักน้ำขึ้นมาดื่มเข้าไปทันที
[หอม หวาน อร่อยมากเลย น้ำเปล่าจริงหรือเปล่าเนี่ย] ไม่รอช้ามือทั้งสองก็วักน้ำขึ้นมาดื่มอีกหลายอึก แต่พอรู้สึกอิ่มก็เริ่มกังวล
[ที่นี่คือที่ไหน เราเข้ามาแล้วจะออกไปยังไงล่ะ] และทันทีที่นึกว่าจะออกไปด้านนอก วูบบบบ
[ออกมาแล้ว กลิ่นอะไรเหม็นๆนะ อี๋…. ทำไมเหงื่อถึงได้มีสีคล้ำๆแบบนี้ อี๋…เหม็นเหงื่อนี่เอง] น้ำขิงได้ยกแขนขึ้นมาดมดูก็พบว่าเหงื่อมีกลิ่นเหม็นมาก จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าชุดใหม่ตรงไปที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ [ไม่ไหวๆ เหม็น ๆ ๆ ]
หลังอาบน้ำใหม่เสร็จเรียบร้อยน้ำขิงก็กลับไปที่ซิงค์ล้างจานอีกครั้ง ล้างฝรั่งที่เก็บมาจนสะอาด เฉาะจัดใส่กล่องแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น เธอหมดอารมณ์จะกินมันแล้ว นี่ยังต้องไปคิดอีกนะ ว่าสถานที่นั้นมันคืออะไร วุ้ยยยคนสวย…เครียด
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว น้ำขิงก็จัดการหุงข้าว เธอยังทำอาหารไม่เป็น แต่หน้าที่หุงข้าวเป็นหน้าที่ของเธอ เพราะพ่อกัดฟันซื้อหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามาใช้เพื่อให้น้ำขิงได้หุงข้าวไว้รอเวลาพ่อกับแม่ยังคงติดงานกันอยู่
ปี 2532 เงินเดือนครูซี 6 หลังจากหักเงินฝากสหกรณ์ครู และ หักค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซด์ฮอนด้าดรีม 2 คันแล้ว พ่อเธอเหลือเงินเดือนเพียงเดือนละ 3,300 บาทเท่านั้น (เงินเดือน 5,200 บาท เงินฝากสหกรณ์ครู 500 บาท ชำระเงินกู้ 500 บาท หักค่าผ่อนรถฮอนด้าดรีมคุรุสภาอีก 900 บาท)
เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างหม้อหุงข้าวที่ในยุคสมัยนี้ถือว่ายังไม่จำเป็นมากนัก ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ครูปราการคิดแล้วคิดอีก คิดอยู่หลายวัน จนวันหนึ่งที่เธออยู่ในขั้นตอนการเช็ดน้ำข้าว(รินน้ำข้าวออกจากหม้อ) ด้วยความที่เธอยังเด็กมือยังไม่แข็งจับหม้อข้าวไม่ดี น้ำข้าวจึงได้ลวกมือเข้าให้ วันถัดมาพ่อจึงได้ตัดสินใจควักเงิน 500 บาทซื้อหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามาใช้แทนการหุงแบบเช็ดน้ำ
และทุกวันนี้ ถ้าเป็นวันที่หวยออก หรือวัน ก่อนหวยออก ที่แม่จะยุ่งอยู่กับการขายหวย หน้าที่หุงข้าวก็เป็นของน้ำขิงตลอดมา
หุงข้าวเสร็จกำลังจะลงไปด้านล่างก็ได้ยินเสียง เฮ ดังลั่นขึ้นมา คงมีใครถูกหวยอีกแน่เลย และเมื่อเป็นอย่างนั้นน้ำขิงจึงตัดสินใจไม่ลงไป เพราะถ้ามีคนถูกหวย ก็จะมีเรื่องวุ่นวายมากมายตามมา แม่ก็ต้องไปที่บ้านเจ้ามือเพื่อรับเงินมาจ่าย แล้ววันนี้อาหารของเธอก็จะเป็นไก่ย่าง จากร้านข้างๆบ้านเจ้ามือหวยนั่นล่ะ เพราะแม่จะซื้อมันกลับมาพร้อมเงินค่าหวยนั้น
น้ำหวานเป็นแม่ค้าหวยที่มีการวางแผนอย่างดี ราคาขาย ราคาแถมเธอก็จะให้กับลูกค้าเท่ากับแม่ค้าหวยทั่วไป เธอได้รับเงินส่วนแบ่งมา 25% แถมให้ลูกค้า 10% เหลือเงิน 15% แต่ถ้าลูกค้าคนไหนซื้อถึง 100 บาท ก็จะมีแถมให้อีก 5% หรือ 5 บาท แต่หวยทุกตัวที่ลูกค้าซื้อ เธอจะตกลงกับเจ้ามือหวยไว้เสมอว่า เธอจะซื้อตามตัวละ 2 บาท ซึ่งเมื่อหักทั้งหมดแล้ว เธอจะเหลือเงินงวดละประมาณ 1,200 บาท และครั้งนี้เมื่อมีคนถูกก็จะได้เพิ่มจากการซื้อตามอีก 1,200 บาท (อัตราการจ่ายบาทละ 600 บาท)
เงินถูกหวย 1,200 บาท ไก่ย่างตัวละ 50 บาท ก็เลยเป็นอะไรที่เธอได้กินมันทุกวันที่ 1 กับวันที่ 16 ของทุกเดือน เพราะแม่ของเธอจะมีลูกค้าที่ถูกหวยประจำทุกงวด งวดละ 1-2 คนเสมอ ไม่เคยมีงวดไหนที่ไม่มีคนถูกเลย นั่นก็แปลว่าแม่เธอก็ถูกหวยมันทุกงวดเช่นกัน งวดละ 1,200 บาท
***********************************************************************
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ***
**กดใจ คอมเม้นท์ ติ-ชม แจ้งคำผิดได้ค่ะ
ตอนที่ 2
บทที่ 2
หลังจากแม่ของเธอออกจากบ้านไป น้ำขิงก็ลงไปด้านล่าง จัดเก็บเสื่อ และแก้วน้ำที่ขาหวยทั้งหลายกินตั้งไว้ขึ้นมาล้างคว่ำเก็บเสร็จเรียบร้อย เธอก็ลองเข้าไปในช่องว่างนั้นอีกครั้ง
แต่เมื่อเธอได้เข้าไปในนั้นครั้งนี้ก็มีเสียงพูดดังขึ้น
[สวัสดีค่ะผู้ใช้มิติ]
[ที่นี่คือมิติพิเศษ ท่านสามารถสั่งการด้วยการนึกคิด เช่นถ้าอยากอาบน้ำก็สั่งให้มิติทำแอ่งน้ำขนาดเล็กสำหรับลงอาบได้ในพื้นที่ที่ต้องการ น้ำที่เห็นในสระนั้นเป็นน้ำทิพย์มรกต มีคุณสมบัติในการขับพิษ ขับสิ่งสกปรกในร่างกายเหมือนที่มันขับสิ่งสกปรกออกจากร่างกายท่านเมื่อสักครู่ มิติขอแนะนำให้นำน้ำออกไปผสมกับน้ำกินน้ำใช้ เพื่อที่พ่อแม่ของท่านเจ้าของของมิติจะได้ดื่มกินด้วย มันจะทำให้ร่างกายแข็งแรง รักษาโรคร้ายได้ น้ำเจือจางเมื่อนำไปปรุงอาหารก็จะทำให้อาหารรสชาติดีขึ้นด้วย สำหรับตัวท่านเราขอแนะนำให้ดื่มแบบเข้มข้นเพราะท่านยังเด็กอยู่ และมันจะทำให้ท่านฉลาด เรียนรู้ได้รวดเร็ว และมีความคล่องตัวสูง ส่วนพ่อกับแม่ของท่าน แนะนำให้ใช้แบบเจือจาง การเปลี่ยนแปลงจะได้ไม่เห็นผลรวดเร็วมากนัก ไม่เป็นที่สงสัยของผู้อื่น]
[ยังกะน้ำวิเศษแน่ะ] น้ำขิงพูดขึ้นมาเมื่อได้ทราบคุณสมบัติของน้ำในสระนั้น
[ใช่ค่ะ น้ำทิพย์มรกตเป็นน้ำวิเศษ]
[อ้าว จริงซะงั้น]
[แนะนำให้ออกจากมิติได้แล้วค่ะ คุณพ่อของท่านกำลังจะถึงบ้านแล้ว]
“ออก” น้ำขิงพูดเสียงดัง และเมื่อสิ้นเสียงเธอก็ออกมาด้านนอกทันที
[เอาน้ำไปใส่ในถังน้ำกินดีกว่า]
เมื่อเธอเติมน้ำทิพย์ลงในถังน้ำกินเสร็จ ครูปราการก็ขึ้นมาบนบ้าน
“น้ำขิงอยู่คนเดียวหรือลู”
“ค่ะพ่อ แม่ไปรับเงินค่าหวยมั้งหนูได้ยินเสียงเฮ น่าจะมีคนแถวนี้ถูกหวยแหละ”
“อ้อ วันนี้เราก็ได้กินไก่ย่างสินะ”
“ใช่ค่ะ พ่อกินน้ำก่อนค่ะ เธอกดน้ำจากถังส่งให้ผู้เป็นพ่อ
“ขอบใจลูก อ้อนี่ฟักทอง เอาไปหั่นรอแม่เขามาผัดไป” ครูปราการส่งฟักทองที่ได้มาจากบ้านย่าของน้ำขิงให้เธอไปจัดการ งานเล็กน้อยพวกนี้เธอสามารถทำได้แล้ว เพราะน้ำหวานสอนลูกให้ช่วยเหลืองานบ้านอยู่เสมอ
“พ่อแต่แม่มีหมูสามชั้นอยู่ในตู้เย็นนะ หั่นให้แม่แกงกะทิหมูสามชั้นแทนได้ไหม ขิงอยากกินแกงเผ็ด”
“เอาสิ อย่าลืมหยิบหมูออกจากช่องแข็งด้วยล่ะ แม่เขามาจะได้แกงได้เลย”
“รับทราบค่ะ”
น้ำขิงหยิบหมูสามชั้นออกมาแช่น้ำไว้ เพื่อให้มันละลายน้ำแข็งได้เร็วขึ้น หลังจากนั้นก็ไปจัดการกับฟักทอง แกงฟักทองถ้าจะไม่ให้เนื้อฟักทองเละก็ต้องแช่น้ำปูนใสไว้ซักครู่หนึ่งก่อน เธอก็จัดการจนเรียบร้อย
“พ่อปอกมะพร้าวก่อนสิ เดี๋ยวต้องมาขูดอีกนะ” เธอตะโกนบอกผู้เป็นพ่อ เพราะยุคสมัยนี้น้ำกะทิสำเร็จยังไม่มีขาย จะกินก็ต้องปอกมะพร้าวเอง ขูดเนื้อมันกับกระต่ายขูดมะพร้าว แล้วก็คั้นน้ำออกมาใช้ ขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร และการปอกมะพร้าวเธอก็ทำเองไม่ได้
“เสร็จแล้ว เดี๋ยวพ่อขูดเอง หนูจะได้ไม่เหนื่อย”
“ขอบคุณค่ะ”
เพราะมีลูกเพียงคนเดียว ปราการจึงค่อนข้างตามใจ และไม่อยากให้ลูกทำงานหนักมาก อะไรที่เห็นว่าจะทำให้ลูกเหนื่อยส่วนใหญ่เขาก็จะทำเอง ขูดมะพร้าว คั้นน้ำไว้รอผู้เป็นภรรยามาแกง
“น้ำขิง ๆ”
“ค่ะแม่”
“ไปบ้านครูน้องกัน ครูน้องถูกหวย”
“ค่า” รับคำผู้เป็นแม่เสร็จก็วิ่งลงบันไดไปด้านล่างทันที เพราะการเอาเงินไปจ่ายค่าหวย เธอก็มักจะได้รางวัลจากคนที่ถูกหวยอยู่เสมอนั่นเอง
“อ่ะพี่ปราบ เอาไก่ไปไว้ที่ตู้กับข้าว น้ำขิงไปกับแม่” น้ำหวานส่งไก่ย่างให้กับสามีแล้วก็จูงมือลูกสาวเดินไปด้วยกัน เพราะครูน้องก็อยู่บ้านพักครูถัดไปอีก 4 หลังนี่เอง
“ครูน้องถูกหวยหรือแม่”
“ใช่ ถูกต้องร้อยนึง แม่แถมตัวนี้ไปด้วย ร้อยสิบห้าบาท ได้เงินตั้ง 69,000 บาทแน่ะ”
“โห ถูกเยอะจังล่ะแม่”
“นั่นสิ โชคดีชะมัดเลย” คุยกันได้ไม่กี่คำก็เดินมาถึงบ้านครูน้อง ครูสาวที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ปีการศึกษานี้
“ครูน้องจ๊ะ เงินค่าหวยมาแล้วจ๊ะ” น้ำขิงร้องตะโกนเรียกเสียงดัง
“อ้าวมากันแล้วหรือคะ ขอบคุณมากค่ะพี่หวาน น้ำขิงจ๊ะ ครูให้ค่าขนมนะ” เมื่อนับเงินเสร็จแล้ว นริสา ก็ส่งธนบัตรใบละ 500 บาท ให้กับน้ำขิง
“ขอบคุณค่ะ งวดหน้าขอให้ถูกอีกนะคะ”
“ส่วนนี่ของพี่หวานค่ะ ขอบคุณนะคะแถมให้ถูกตัวซะด้วย” เพราะครูน้องซื้อหลายตัว น้ำหวานจะแถมให้ทุกตัว แต่ตัวนี้เธอแถมให้มากเป็นพิเศษเพราะเห็นว่าครูน้องซื้อมากถึงหนึ่งร้อยบาท ครูน้องให้สินน้ำใจกับน้ำหวานที่ 2,000 บาท
“อ้อจ๊ะ ขอบใจจ๊ะ” น้ำหวานรับเงินมาด้วยความเต็มใจ เพราะเงินพิเศษนี้ยังไม่ถึงครึ่งของเงินรางวัลที่เธอแถมไปด้วยซ้ำ และธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่ถ้าใครถูกหวยก็จะมีการให้พิเศษกับคนขายซึ่งเป็นเหมือนการผูกสัมพันธ์กันไว้
คนจะมีความเชื่อว่า ถ้าซื้อหวยกับใครแล้วถูก ก็จะมีดวงชะตาเกื้อหนุนกัน ก็จะซื้อประจำกับคนนั้น และคนขายหวยคนไหนที่มีคนถูกหวยบ่อยๆ แสดงว่าคนขายมีดวงที่ไม่กินดวงคนซื้อ ก็จะมีคนมาซื้อเพิ่มมากขึ้นด้วย
***********************************************************************
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ***
กดใจ คอมเม้นท์ ติ-ชม แจ้งคำผิดได้ค่ะ***
ตอนที่ 3
บทที่ 3
“ครูน้องเอาเลขมาจากไหนหรือคะ เผื่อน้ำขิงจะได้ถูกบ้าง”
“ซื้อหวยด้วยหรือเราน่ะ”
“แหะ ๆไม่หรอกจ๊ะ แม่ไม่ขายให้ แต่ถ้าน้ำขิงได้เลขจากที่เดียวกับครูน้อง
แม่อาจจะให้น้ำขิงซื้อก็ได้นะ”
“แล้วจะหาที่ไหนได้เหมือนกันล่ะน้ำขิง ครูฝันแล้วมาตีเลขเอาน่ะ”
“ว้า น้ำขิงนอนทีไรไม่เคยฝันเลยจ๊ะ”
“จะเอาแรงที่ไหนไปฝันล่ะเราน่ะ เล่นซนทั้งวันหัวถึงหมอนก็หลับสนิททุกคืน”
“แม่ก็ น้ำขิงซนตรงไหน เล่นอยู่รอบๆบ้านนี่เอ๊ง”
“จ้า รอบบ้านใคร รอบบ้านพักครูนี่ ก็ 15 หลังเข้าไปแล้ว รอบวัด ก็ที่ดินอีกแค่ 20 ไร่เองเนอะ” เพราะโรงเรียนบ้านต้นน้ำแห่งนี้เป็นโรงเรียนประถมประจำตำบล โรงเรียนขนาดกลาง มีบ้านพักครูอยู่ในความรับผิดชอบ 15 หลัง พื้นที่ติดกับวัดประจำตำบลที่มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ อาณาบริเวณการเล่นของเด็กบ้านพักครูจึงค่อนข้างกว้าง เรียกว่าถ้าไม่ใช่เวลาอาหารก็แทบจะไม่เห็นหน้าลูกตัวเองกันเลยทีเดียว
“แม่จ๋ากลับกันเถอะ ครูน้องจะได้พักผ่อน” เมื่อกำลังจะโดนแฉ น้ำขิงก็รีบเปลี่ยนเรื่องชวนกลับบ้านทันที
ก็ใครจะปล่อยให้คุณนายท่านบ่นล่ะ ไม่ไหว ๆ น้ำขิงเหนื่อยใจ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า
“พี่กลับก่อนนะคะ ขอให้โชคดีแบบนี้ตลอดๆเลยนะคะครูน้อง”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่หวาน น้ำขิงเดินกลับบ้านดีๆนะจ๊ะ”
“ค่า”
“แม่จ๋าหนูอยากกินแกงหมูกับฟักทอง พ่อได้ฟักทองมาจากบ้านย่า หนูแช่น้ำปูนใสไว้แล้วแม่แกงให้กินหน่อยนะ”
“อ่อ มิน่าแม่เห็นเปลือกมะพร้าว พ่อเราปอกมะพร้าวนี่เอง”
“ขูดและคั้นเสร็จแล้วด้วยจ๊ะ แม่ไปแกงอย่างเดียว”
เย็นนั้นครอบครัวเล็กๆ ก็ได้กินแกงฟักทองแสนอร่อย อย่าเห็นว่าน้ำขิงเป็นเด็กเล็กเชียว เธอกินเผ็ดเก่งมาก แกงกะทิฟักทองหมูสามชั้นให้เครื่องแกงกะทิใต้เผ็ดๆ ไม่ต้องทำถ้วยเด็กแยกให้ เธอสามารถกินได้อย่างเอร็ดอร่อย
“เบื่อไก่ย่างรึไงเรา กินแต่แกงเผ็ด” น้ำหวานถามขึ้น
“ไม่เบื่อจ๊ะ หนูกินน่องไป 2 อันแล้วนะจ๊ะ ฟักทองเละๆบี้กับข้าวราดน้ำแกงนี่มันอร๊อยอร่อยมากเลยจ๊ะ”
“ชอบก็กินไปเถอะ แม่แค่แซวเล่น”
“จะเบื่อได้ยังไงจ๊ะ เราได้กินเดือนละ 2 ครั้งเองนะไม่ได้กินทุกวันซะหน่อย เออใช่หนูเฉาะฝรั่งไว้ แป๊บนะคะเดี๋ยวหยิบมาให้”
“โอ้ยน่ารักจริงลูกสาวใครมีเตรียมผลไม้ไว้ให้ด้วย แล้วพรุ่งนี้เช้าอยากกินอะไรล่ะ” น้ำหวานที่เบื่อกับการคิดเมนูในแต่ละวันเอ่ยถามขึ้น
“แม่จ๋า ปิดเทอมนี่หนูว่ามันว่างๆ เราทำโจ๊กไปขายที่หน้าตลาดดีไหมจ๊ะ เอารถสามล้อของพ่อไป ตั้งเตาบนรถอุ่นโจ๊กที่เคี่ยวแล้ว ตักใส่ถ้วย ใส่ถุง เอาเก้าอี้เตี้ยไปให้ลูกค้านั่งกิน น่าจะขายได้นะจ๊ะ”
เพราะวันนี้น้ำที่ใช้คั้นกะทิ และหุงข้าวเป็นน้ำเจือจางน้ำทิพย์ น้ำขิงรู้สึกว่าแกงมันอร่อยกว่าเดิม ถ้าใช้น้ำนี้เคี่ยวโจ๊ก มันต้องออกมาอร่อยและคนกินก็จะร่างกายแข็งแรงด้วย นี่เป็นการช่วยเหลือคนทั้งตำบลให้ร่างกายแข็งแรงเลยนะ
“อยากขายของหรือเราน่ะ”
“ใช่ค่ะ น่าสนุกดีออก ขายแค่ตอนเช้าไม่กี่ชั่วโมงเอง”
“ตื่นไหว?” ครูปราการที่ฟังอยู่นานถามขึ้น
“ไหวจ๊ะ หนูว่าไหวน้า…”
“ฮ่า ๆ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พ่อทำที่กั้นเตาบนรถให้ พรุ่งนี้ตอนเช้าหวานไปบ้านแม่ ไปยืมถ้วยขายขนมจีนของพี่น้ำแข็ง กับยืมเก้าอี้เตี้ยมาซัก 10 ตัวไว้ให้คนนั่งกิน” เพราะน้ำแข็งพี่สาวของน้ำหวานเคยขายขนมจีน เร่ตามตลาด แต่ด้วยพี่แกไม่สบายจึงได้หยุดขายไปสองปีแล้ว อุปกรณ์พวกนี้ยังคงมีเก็บอยู่ที่บ้าน สามารถไปยืมมาใช้ชั่วคราวได้
“จ๊ะ โจ๊กใส่แค่หมูสับ กับ ตับหมูก็พอนะ ขายถ้วยละ 5 บาท เครื่องไม่ต้องเยอะมากหรอก”
“จ๊ะแม่ ถ้วยละ 5 บาท ขายวันละ 50 ถ้วย เราก็ได้เงินวันละ 250 บาทแล้วนะ”
“จะขายดีไหมล่ะ น้ำขิงเอ้ย ไหนจะค่าหมูค่าเครื่องปรุงอีก ”
“ต้องดีสิจ๊ะ” น้ำขิงมั่นใจ เพราะน้ำทิพย์จะทำให้อาหารอร่อย และร้านของแม่เธอจะต้องมีลูกค้าประจำแน่นอน
แม่ของเธอเป็นลูกสาวแม่ค้าข้าวแกง รสมือในการทำอาหารได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณยาย ทุกวันนี้อาหารที่บ้านของเธอรสชาติอร่อยจนใครๆที่ได้มากินมักจะชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก
“คิดยังไงถึงอยากขายของล่ะลูก”
“ก็แม่จะได้มีรายได้เพิ่มไงจ๊ะ หนูเห็นแม่บ่นเมื่อวานว่าอยากมีบ้านนี่จ๊ะ”
“อ้าว ได้ยินด้วยแอบฟังแม่หรือเรา”
“เปล่านะคะ หนูกลับมาเอาหนังสติ๊กก็เลยได้ยินเข้า”
“อะไรนะ!”
“อุ๊ยยย…หนูอิ่มแล้วจ๊ะ หนูไปดูทีวีบ้านหนูนานะจ๊ะ” หยิบจานไปใส่ซิงค์แล้วก็วิ่งลงไปใต้ถุนบ้าน ตรงไปบ้านของหนูนา ลูกสาวครูวิโรจน์ที่อยู่บ้านติดกัน
6 โมงเย็นจะเป็นเวลาของละครเย็น ซึ่งเป็นละครแนวซิทคอมวัยรุ่นทั่วๆไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องราวในโรงเรียน หรือเรื่องเกี่ยวกับการเป็นนักกีฬาของเด็กนักเรียนมัธยม ซึ่งละครแนวนี้ดึงดูดเด็กน้อยวัย 7 ขวบได้อยู่หมัดเลยทีเดียว
น้ำขิง 7 ขวบ หนูนา 7 ขวบ พี่แมว 8 ขวบ น้องมะเฟือง 6 ขวบ พวกเธอเป็นเด็กหญิงรุ่นใกล้ๆกันที่เล่นด้วยกันทุกวัน จะมีบ้างที่บางวันก็วิ่งตามกลุ่มผู้ชายไปเล่นในวัด อย่างเมื่อวานที่กลับบ้านมาเอาหนังสติ๊กเพราะเพื่อนผู้ชายบอกว่าจะเอาไปยิงมะม่วงเบาที่หลังกุฎหลวงตา
***********************************************************************
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ***
กดใจ คอมเม้นท์ ติ-ชม แจ้งคำผิดได้ค่ะ***