โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โมอายกำลังจะหายไป? เมื่อวิกฤตโลกรวน กำลังทำลาย ‘โมอาย’ มรดกโลกโบราณแห่งเกาะอีสเตอร์

The MATTER

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • Brief

ต่อไปนี้ เราอาจจะไม่ได้เห็นโมอายแล้วหรือเปล่า?

รูปปั้นโมอายที่โด่งดังของโลกบนเกาะอีสเตอร์ กำลังค่อยๆ พังทลายลงสู่ทะเล ทำให้คนท้องถิ่นต้องรีบตัดสินใจกันแล้วว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถปกป้องมรดกนี้ไว้ได้ ในขณะที่บางคนก็แย้งว่า นี่ก็ถือเป็นวงจรชีวิตของโมอาย

โมอายแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่จะถูกแกะสลักในช่วงปี 1100 - 1600 และได้รับความใจจากนักอนุรักษ์มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนทำให้รูปปั้นเหล่านี้ถูกทำลาย

ตั้งแต่วันที่พวกมันถูกสร้างขึ้น แสงแดด ลม ฝน และอุณหภูมิที่ไม่แน่นอนก็ส่งผลกระทบต่อโมอายเช่นกัน เมื่อความชื้นจากละอองน้ำทะเลระเหยไป เกลือจะตกผลึกภายในหินภูเขาไฟที่มีลักษณะอ่อนอยู่แล้ว ทำให้รูปปั้นหด-ขยายตัวและหลุดลอกหรือแตก หรือทำให้เกิดรอยแตกเล็กๆ และโพรงรูปรังผึ้ง

การผุกร่อนของโมอายดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ดาเนียลา เมซา มาร์แชนท์ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ของชุมชนพื้นเมืองที่ดูแลอุทยานแห่งนี้ กล่าวว่า เธอสังเกตว่าภาพและบันทึกจากศตวรรษที่ผ่านมาแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปในอดีต รูปปั้นโมอายเหล่านี้สร้างขึ้นโดยชุมชนชาวโพลีนีเซียกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่บนเกาะ เพื่อเป็นตัวแทนของบรรพบุรุษ และครอบครัวของหัวหน้าเผ่าโฮตู มาตูอา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้ตั้งรกรากบนเกาะนี้ ทว่าหลังจากนั้นรูปปั้นก็ถูกโค่นลงอย่างลึกลับ โดยสาเหตุอาจมาจากขบวนการทางศาสนาใหม่หรือความขัดแย้งอะไรบางอย่าง ซึ่งนักประวัติศาสตร์เองก็ยังหาคำตอบไม่ได้

แต่จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน รูปปั้นขนาดใหญ่เหล่านี้จึงถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในปี 1995

อ้างอิงจาก

whc.unesco.org

researchgate.net

hyperallergic.com

bbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...