โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทันตจุฬาฯ เปิดแอป Thai Teledentistry ยกระดับการรักษา ช่องปาก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 13.33 น.

สถานการณ์การเข้าถึงบริการ ทันตกรรมในประเทศไทย ยังคงมีอัตราการเข้าถึงที่ต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และกลุ่มประชากรเปราะบาง ปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต และสุขภาพโดยรวมของประชาชน

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนนี้ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ริเริ่มโครงการ "พัฒนาการให้บริการและการรักษาทาง ทันตกรรม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลบนเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง" ขึ้นเป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส.

ศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า แนวคิดหลักของโครงการคือการพัฒนาระบบ Teledentistry (บริการตรวจสุขภาพช่องปากทางไกล) ช่วยลดข้อจำกัดด้านการเดินทางและค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ก่อนที่ปัญหาช่องปากจะลุกลามยากต่อการแก้ไข

ศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์

"ต้องยอมรับว่า ทันตแพทย์ ที่อยู่ประจำในพื้นที่ห่างไกล มีไม่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพช่องปากจึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การอนามัยโลก

โดยโครงการได้เริ่มต้นทำงานร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ห่างไกล โดยมีจังหวัดน่าน และสระบุรีเป็นพื้นที่นำร่อง ร่วมกับกลุ่มสหวิชาชีพ อาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)

รวมถึงทันตบุคลากรในโรงพยาบาล ได้รับการอบรมการใช้อุปกรณ์และเชื่อมโยงไปสู่การให้คำปรึกษาทางวิชาการกับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการรักษา" ศ.ทพ.ดร.พรชัย กล่าว

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาฯ สร้างเครือข่ายร่วมดำเนินงานและสนับสนุนกล้องถ่ายภาพในช่องปาก ครอบคลุมถึง 30 จังหวัดทั่วประเทศและโครงการยังได้ขยายขอบเขตการให้บริการจากประชาชนในพื้นที่ห่างไกลไปยังกลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำ

โดยสามารถคัดกรองโรคในช่องปากเชิงรุกเพื่อส่งต่อเข้ารับบริการทันตกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแก่กลุ่มเป้าหมายรวม 110,189 คน มีประชาชนได้รับการรักษาช่องปากพื้นฐานโดยทันตบุคลากร จำนวน 52,636 คน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดร.อิสระพงศ์ แก้วกำเหนิดพงษ์ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาองค์กร คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และนักวิจัยโครงการ กล่าวเสริมถึงบทบาทของเทคโนโลยีซึ่งเป็นจุดแข็งของ กสทช. ในการขับเคลื่อนโครงการนี้ โดยเฉพาะการนำ กล้องถ่ายภาพในช่องปาก (intraoral camera technology) เข้ามาในระบบบริการ

"ปกติแล้ว ภาพที่ถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือจะไม่สามารถมองเห็นภาพในช่องปากบริเวณฟันด้านในได้ละเอียดและชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณฟันหลังบน และฟันหน้าล่างซึ่งการนำกล้องถ่ายภาพในช่องปากมาใช้ร่วมกับการตรวจคัดกรองโรคในช่องปาก จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อทำการรักษาต่อได้อย่างแม่นยำ"

ผศ.ทพ.ดร.อิสระพงศ์ อธิบาย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดร.อิสระพงศ์ แก้วกำเหนิดพงษ์

ทั้งนี้ เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้และจัดการข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการได้พัฒนา แอปพลิเคชัน Thai Teledentistry: เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยให้การให้คำปรึกษา และแนะนำการรักษาผู้ป่วยทางไกลระหว่างทันตแพทย์ปฐมภูมิในพื้นที่ต่างๆ

และทันตแพทย์เฉพาะทางทุกสาขาของ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วยให้โรงพยาบาลที่อยู่ห่างไกลสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สำหรับบุคลากรด้านทันตกรรมที่สนใจเข้าร่วมในแพลตฟอร์มดังกล่าว ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dent.chula.ac.th/news/59428/

"เรามีความตั้งใจที่จะพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน Thai Teledentistry ให้เชื่อมโยงกับการแพทย์ทางไกลในรูปแบบออนไลน์อย่างสมบูรณ์แบบ ยกตัวอย่างเช่น ครูสามารถทำหน้าที่ตรวจฟันนักเรียนในโรงเรียน

โดยมีทันตแพทย์ตรวจวินิจฉัยผ่านภาพบนหน้าจอและให้คำแนะนำได้ทันที หากทำได้สำเร็จ นี่จะเป็นต้นแบบสำคัญที่พื้นที่อื่นๆ สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลได้อย่างกว้างขวาง" ผศ.ทพ.ดร.อิสระพงศ์ กล่าว

โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการทันตกรรม แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากที่ดีและเท่าเทียมให้กับคนไทยทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...