อากาศแปรปรวน ชาวนาชัยนาทเร่งสูบน้ำสำรอง ป้องกันข้าวตั้งท้องเสียหาย
วันนี้ (31 ส.ค.2569) สภาพอากาศในพื้นที่ภาคกลางยังคงมีความผันผวนและยากต่อการคาดการณ์ ส่งผลกระทบตรงต่อภาคการเกษตรใน จ.ชัยนาท โดยเกษตรกรต้องรับศึก 2 ด้าน ทั้งความกังวลเรื่องสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงที่จะเกิดขึ้น และการเตรียมรับมือมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลบ่าลงมา ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง
พื้นที่ ต.เขาท่าพระ และ ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ชาวนาต่างนำเครื่องสูบน้ำออกมาเร่งสูบน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงเข้าไปเก็บกักไว้ในแปลงนาของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโต หลังจากได้รับแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภาวะฝนทิ้งช่วงระหว่าง ก.ย.-ต.ค.นี้
ความกังวลของชาวนาคือ ช่วงกลางเดือน ก.ย. จะเป็นระยะที่ต้นข้าวกำลังตั้งท้องและเตรียมออกรวง หากขาดน้ำในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้ผลผลิตเสียหายอย่างหนัก เกษตรกรจึงตัดสินใจสูบน้ำสำรองไว้ล่วงหน้า แม้จะต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นไร่ละประมาณ 100-150 บาท แต่ถือเป็นต้นทุนที่จำเป็นในการลดความเสี่ยงจากการสูญเสียผลผลิตทั้งหมด
นอกเขตชลประทานขาดน้ำ เสี่ยงพับแผนทำนา
ในทางกลับกัน พื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยเฉพาะที่ ต.สะพานหิน อ.หนองมะโมง กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างน่าเป็นห่วง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 1,000 ไร่ แม้จะมีฝนตกลงมาบ้างในระยะนี้ แต่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอต่อการทำนา ส่งผลให้แปลงนาหลายแห่งถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีวัชพืชและหญ้าขึ้นปกคลุม
เกษตรกรบางส่วนทำได้เพียง "การไถแห้ง" เพื่อเตรียมแปลงรอความชื้นจากน้ำฝน แต่ยังไม่สามารถหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่เมล็ดพันธุ์จะไม่เติบโตและเน่าเสีย หากไม่มีฝนตกมาเติมในระยะเวลาอันสั้น
ทั้งนี้ เกษตรกรประเมินว่า หากภายใน 20-30 วันข้างหน้า ยังคงไม่มีฝนตกลงมาเพียงพอ อาจจำเป็นต้องยอมทิ้งการทำนาในฤดูกาลนี้ เพราะหากเริ่มปลูกล่าช้าเกินไป จะส่งผลให้ต้นข้าวเติบโตไม่ทันและไปได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็นในช่วงเดือน พ.ย.
เขื่อนเจ้าพระยาเริ่มปรับเพิ่มการระบายน้ำ
ขณะเดียวกัน นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยาได้ทยอยปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำขึ้นตามลำดับ เพื่อรองรับปริมาณมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลบ่าลงสู่พื้นที่ภาคกลาง
การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 60-1.50 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำใน จ.ชัยนาท และพระนครศรีอยุธยา จึงขอให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ริมน้ำติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อ่านข่าว :
ปิดจ็อบวันนี้ “นิรัตน์” ลั่นเพิกถอน ขรก.โกงสอบ 3,868 คน ลาออกหนี 146 คน ก็ไม่พ้นผิด
เงินบาทสัปดาห์นี้ 32.80-33.35 กรุงศรีฯเผยตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ