ปิดตำนาน "ยาโยอิ คุซามะ" ราชินี Polka Dots ผู้เปลี่ยนจุดเป็นศิลปะระดับโลก
วันนี้ (27 ส.ค.2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการจากไปของศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นระดับตำนาน ผู้ได้รับการขนานนามไปทั่วโลกว่าเป็น "ราชินีแห่งลายจุด" (Polka Dots)
โดยเธอเสียชีวิตลงอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ในวัย 97 ปี ท่ามกลางความเศร้าโศกของแฟนศิลปะและคนในวงการทั่วโลก
คุซามะจัดเป็นหนึ่งในศิลปินร่วมสมัย ที่มีชื่อเสียงที่สุดและประสบความสำเร็จอย่างสูงในเชิงพาณิชย์ ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของเธอ เช่น "Infinity Mirror Rooms" หรือห้องกระจกสะท้อนภาพไม่รู้จบ ตลอดจนประติมากรรมฟักทองลายจุด และภาพวาดลวดลายจุดอันวิจิตร ดึงดูดผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์หลายล้านคนทั่วโลก และสามารถทำรายได้จากการประมูลผลงานศิลปะรวมกันหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากภาพหลอนในวัยเด็กสู่มรดกศิลปะล้านดอลลาร์
แม้ผลงานในยุคหลังของเธอจะได้รับการยอมรับระดับโลก แต่เส้นทางชีวิตของราชินีลายจุดไม่ได้ราบรื่น คุซามะเกิดเมื่อปี 2472 ในครอบครัวที่มีปัญหาความรุนแรง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอต้องทำงานในโรงงานทหาร เพื่อเย็บร่มชีพจรให้กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น
ในช่วงเวลานี้เอง ที่เธอเริ่มมองเห็นภาพหลอนอย่างรุนแรง โดยเห็นลวดลายจุดครอบคลุมไปทั่วทุกสิ่งรอบตัว ซึ่งต่อมาลายจุดเหล่านี้ กลายมาเป็นอัตลักษณ์ประจำตัว และภาษาทางศิลปะที่เธอใช้ในการปลดปล่อยจิตใจ
คุซามะเริ่มทดลองสร้างสรรค์งานศิลปะแนวอุดมคติ และลวดลายจุดซ้ำ ๆ ในซีรีส์ "Infinity Nets" ก่อนจะตัดสินใจย้ายไปตั้งหลักแหล่งที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 โดยได้รับการสนับสนุนผ่านจดหมายจาก Georgia O'Keeffe ศิลปินชื่อดังชาวอเมริกัน
เมื่อเดินทางถึงนิวยอร์ก คุซามะได้สร้างความตะลึงให้แก่ วงการศิลปะ Abstract Impressionism ด้วยการนำเสนองานลายจุด ดอกไม้ และงานประติมากรรมรูปทรงแปลกตา ตลอดจนการจัดแสดงศิลปะการแสดงและภาพยนตร์นวัตกรรม ในทศวรรษ 1960 เธอได้จัดกิจกรรม "Happenings" โดยการเพนต์ลายจุดลงบนเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของนางแบบ
นอกจากนี้ เธอยังเคยเขียนจดหมายเปิดถึง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ริชาร์ด นิกสัน ในปี 2511 เพื่อเรียกร้องให้ยุติสงครามเวียดนาม แสดงให้เห็นว่าภายใต้ความสดใสของลายจุด ผลงานของเธอได้สอดแทรกประเด็นการขับเคลื่อนสังคม ทั้งสิทธิสตรี ความเท่าเทียมทางเพศ และการต่อต้านสงครามอย่างกล้าหาญ แม้ในขณะนั้นเธอจะถูกมองว่าเป็น "คนนอก" ของวงการศิลปะตะวันตกเนื่องจากเป็นสตรีชาวเอเชียก็ตาม
คืนสู่เหย้า การยอมรับระดับโลก และมรดกทางวัฒนธรรม
คุซามะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นในช่วงต้นทศวรรษ 1970 และตัดสินใจเข้ารับการรักษา และอยู่อาศัยในโรงพยาบาลจิตเวชด้วยความสมัครใจ พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในทศวรรษ 1980–1990 วงการศิลปะตะวันตก ได้หันกลับมาทบทวนและให้คุณค่ากับผลงานของเธออีกครั้ง โดยในปี 2536 เธอได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศญี่ปุ่น เข้าร่วมงาน Venice Biennale
มูลค่าผลงานของราชินีลายจุดพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภาพวาด "Untitled (Nets)" ของเธอถูกประมูลไปในราคาเกือบ 10.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2565 และในปี 2566 ผลงานของเธอทำรายได้รวมจากการประมูลทั่วโลกสูงถึง 190.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ ลายจุดเอกลักษณ์ของเธอ ยังขยายไปสู่คอลเลกชันแฟชันระดับโลก กับแบรนด์ดังระดับโลก ภาพยนตร์ชีวประวัติ "Kusama : Infinity" และการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ Yayoi Kusama Museum ในกรุงโตเกียว
การจากไปของเธอในครั้งนี้ จึงเป็นการปิดฉากชีวิตของ "ราชินีแห่งลายจุด" ผู้ใช้ศิลปะในการก้าวผ่านความทุกข์ทรมาน และเปลี่ยนภาพหลอนในใจ ให้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ระดับโลก
อ่านข่าว :
รฟท. เจรจา CP ขอเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ชั่วคราว หวั่น ปชช.สะดุดหลังสิ้นสัญญา