โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สามีใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นช่วย “จับชู้” ภรรยา เก็บหลักฐานฟ้องเรียกค่าเสียหายได้สำเร็จ

เดลินิวส์

อัพเดต 41 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หนุ่มไต้หวันชนะคดีเรียกค่าชดเชยจากภรรยาที่คบชู้ แต่โดนจำคุกหลังใช้

วันนี้ (27 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีของชายจากไต้หวันผู้ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเป็นเครื่องมือรวบรวมหลักฐานการนอกใจของภรรยา จนทำให้ชนะการฟ้องร้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย แต่กลับต้องถูกตัดสินจำคุกในเวลาต่อมา เนื่องจากศาลพิจารณาแล้วว่าวิธีการรสบรวมหลักฐานเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของฝ่ายหญิง

รายงานข่าวกล่าวอ้างถึงคำตัดสินของศาลซึ่งเพิ่งเปิดเผยเมื่อเร็ว ๆ นี้และรายงานโดยสื่อท้องถิ่น ระบุว่า ชายคนดังกล่าว (ไม่เปิดเผยนาม) แต่งงานเมื่อปี 2564 ปกติแล้ว เขากับภรรยาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของเขา และจะเดินทางไปพักที่บ้านพักตากอากาศเฉพาะในช่วงวันหยุดเท่านั้น

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 สามีหนุ่มพบแปรงสีฟันที่ใช้แล้วในบ้านพักตากอากาศ ทำให้ความสงสัยของเขาเพิ่มสูงขึ้น หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากโรงจอดรถ เขาก็พบชายแปลกหน้าคนหนึ่งไปที่นั่น ชายคนนี้เคยขับรถมาส่งภรรยาของเขาที่บ้าน

สามเดือนต่อมา เขาได้เปิดใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นภายในบ้านผ่านแอปพลิเคชันมือถือจากระยะไกล โดยตั้งใจจะใช้ฟังก์ชันเสียงในตัวเครื่องเพื่อพูดคุยกับภรรยา แต่ภาพจากสัญญาณถ่ายทอดสดกลับเป็นภาพภรรยาของเขากำลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายอื่น ฝ่ายสามีตัดสินใจบันทึกภาพวิดีโอดังกล่าวไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องทางกฎหมาย

คลิปวิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นภาพภรรยาของเขากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า โอบกอดชายที่คาดว่าเป็นคนรัก และเดินไปมาในบ้านโดยไม่สวมเสื้อผ้า ในขณะที่คู่นอนของเธอนอนอยู่บนโซฟา

หลังจากนั้นไม่นาน สามีได้ใช้คลิปวิดีโอนี้เป็นหลักฐานในการยื่นฟ้องภรรยาและชู้รักในข้อหาละเมิดสิทธิในชีวิตคู่ โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 2 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 2.2 ล้านบาท)

ศาลพิจารณาแล้วพบว่าความสัมพันธ์ชายหญิงในคลิปวิดีโอเกินเลยขอบเขตความเป็นเพื่อน และสั่งให้ทั้งสองคนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่สามีเป็นเงิน 500,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 516,500 บาท)

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะในคดีแพ่งนี้ไม่ได้ช่วยคุ้มครองสามีจากการถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอันเนื่องมาจากวิธีการได้มาซึ่งหลักฐานดังกล่าว

ฝ่ายภรรยาได้ยื่นฟ้องกลับในเวลาต่อมา โดยกล่าวหาว่า สามีแอบบันทึกภาพส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอม ฝ่ายสามีแย้งว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวได้รับการยอมรับจากศาลแพ่งไปแล้ว และการกระทำของเขานั้น "มีความชอบธรรมตามกฎหมาย"

กระนั้น ศาลได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งของเขา โดยตัดสินว่า ความสำคัญของพันธะหน้าที่ของคู่สมรสตามกฎหมายการแต่งงานไม่ได้อยู่เหนือสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคล และชี้ว่าการบันทึกภาพดังกล่าวเป็นการกระทำโดยเจตนา การกล่าวอ้างว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่นมีแสงไฟหรือเสียงแจ้งเตือนว่ากำลังบันทึกภาพจาก ยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าภรรยารับรู้ว่ากำลังถูกบันทึกภาพ หรือได้ให้ความยินยอมในการบันทึกวิดีโอนั้น

ในที่สุด ชายคนดังกล่าวถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 5 เดือน และปรับเป็นเงิน 150,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 155,000 บาท) ในข้อหาแอบบันทึกภาพส่วนตัวของผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย

ภายใต้กฎหมายของไต้หวัน การแอบบันทึกหรือเปิดเผยกิจกรรมส่วนตัวหรือข้อมูลอันเป็นส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี และปรับสูงสุดไม่เกิน 300,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 310,000 บาท)

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Roman Ivanyshyn from Pixabay

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...