"คืนพงไพร" เพิ่มถิ่นอาศัย "พยัคฆา" ฟื้นพื้นที่ป่าไม้ ขจัดขัดแย้ง "คน-สัตว์"
เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 กรมป่าไม้ เผยแพร่รายงานโครงการจัดทำข้อมูลสภาพพื้นที่ป่าไม้และชนิดป่า ผ่านเว็บไซต์สำนักจัดการที่ดินป่าไม้ Forest Land Management Office ระบุว่า ในปี 2568 ไทยมีพื้นที่คงสภาพป่า 101,672,494.16 ไร่ หรือร้อยละ 31.43 ของพื้นที่ประเทศ สถานการณ์พื้นที่คงสภาพป่า ลดลงจาก ปี 2567 เท่ากับ 112,777.42 ไร่ หรือร้อยละ 0.11 โดยภาคเหนือเป็นภูมิภาคที่มีการสูญเสียพื้นที่คงสภาพป่ามากที่สุด 83,602.89 ไร่ ส่วนภาคกลางและภาคใต้มีพื้นที่คงสภาพป่าเพิ่มขึ้นจากปี 2567 รวม 8,624.32 ไร่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังมีผลต่ออัตราการเกิดของ “เสือโคร่ง” ในประเทศไทยด้วย
การประชุมประชาการระดับนโยบาย เรื่องข้อเสนอยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ลดไฟป่า และลดควันพิษต่อสขภาพ” : บูรณาการนโยบายเพื่อความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ และเศรษฐกิจของประเทศ จัดขึ้นที่ศูนย์นวัตกรรมทางทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2569 ซึ่งมีข้อเสนอทางยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และเพิ่มพื้นที่ป่า มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะแนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและสัตว์
พสิษฐ์ เอี๋ยวพานิช นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติ และอดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ให้ข้อมูลว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ( 2560-2579) ต้องการเพิ่มพื้นที่ป่าธรรมชาติจากเดิมที่มีอยู่ 101 ล้านไร่ ให้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 35 หรือจำนวน 113.23 ล้านไร่ ทั้งป่าอนุรักษ์ ป่าชายเลน ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ลุ่มน้ำชั้น1, 2 พื้นที่สปก. ป่าชุมชน ป่าไม้ถาวรลุ่มน้ำชั้น 1, 2 พื้นที่ป่านอกเขตรัฐที่ดินรัฐ พื้นที่นิคมสร้างตนเอง พื้นที่นิคมสหกรณ์ พื้นที่ราชพัสดุ และหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.)
เพิ่มป่าเศรษฐกิจ จากปัจจุบันมี 32.6 ล้านไร่ มีเป้าหมายต้องการเพิ่มพื้นที่ให้ได้ 48 .52 ล้าน ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวนฯคทช. ลุ่มน้ำ 3, 4, 5 ป่าไม้ถาวร ลุ่มน้ำ 3, 4, 5 พื้นที่ป่า ส.ป.ก.ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า อ.อ.ป. พื้นที่ปลูกยางพารา สวนป่าเอกชน พื้นที่เอกชนที่ดินกรรมสิทธิ์ พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันและยูคาลิปตัส รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท เช่น สวนสาธารณะ และพื้นที่สีเขียวประเภทอื่นๆ จำนวน 16.17 ล้านไร่
มีผู้ที่อาศัยอยู่ในป่า จำนวน 1.7 ล้านคน ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อน และอาศัยทำกินในเขตสกป. บางส่วนทำกินอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งมีถึง 4 แสนคน แม้คนกับป่า จะอยู่ร่วมกันได้ แต่เลี่ยงไม่ได้ที่มีผลกระทบ ทั้งปัญหาการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้น การไม่ทำลายพื้นที่ป่า การบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ หากมีการอาศัยอยู่และการทำกิน จะทำอย่างไร
พสิษฐ์ ย้ำว่า ระบบนิเวศน์ของป่าที่เปลี่ยนไป ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ที่มนุษย์มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น แต่ยังนำพาสารพัดปัญหา ความขัดแย้งระหว่าง ชาวบ้าน รัฐ แต่ยังส่งผลระยะยาวต่อสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ช้างป่า หรือ เสือ ซึ่งต้องกลายเป็นคู่ขัดแย้งกับมนุษย์ เมื่อช้างต้องออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์กระจายตัวมากขึ้น ช่วงปี 2563-2565 มีเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายคนเสียชีวิตมากที่สุด คือ ปี 2565 เสียชีวิตมากที่สุด 27 คน บาดเจ็บ 22 คน รองลงมาเป็นปี 2563 และ 2564 เสียชีวิตปีละ 24 คน
ไม่ต่างจาก “เสือโคร่ง” ที่ต้องจากป่าลึกออกมาล่าเหยื่อ นอกพื้นที่จากสัตว์ผู้ล่า กลายเป็นผู้ถูกล่าเพียงเพราะพื้นที่ป่าเหลือน้อยลง อาหารมีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะ เสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบันมีน้อยกว่า 250 ตัว เสือโคร่งอินโดจีน (Indo-chinese tiger) ทั่วโลกมีประมาณ 350 ตัว ไทยมีประมาณ 200 ตัว
อาศัยอยู่ในกลุ่มป่าตะวันตก ประมาณ 181 ตัว กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ประมาณ 12 ตัว กลุ่มป่าแก่งกระจาน 3-5 ตัว กลุ่มป่าชุมพร คลองแสง เขาสก 3 ตัว ส่วนเสือโคร่งมลายู (Malayan Tiger ) ทั่วโลกประมาณ 80-120 ตัว ไทยมีประมาณ 11 ตัวอยู่ในกลุ่มป่าฮาลาบาลา
ขณะที่ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ (Khao nang rum Wildlife Research Division) เปิดเผยข้อมูล เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2569 ว่า ข้อมูลภาพเสือโคร่งจากการตั้งกล้องดักถ่ายเพื่อการสำรวจและติดตามประชากรเสือโคร่งในพื้นที่อนุรักษ์ 30 แห่งใน 6 กลุ่มป่า ในช่วงปี 2568-2569 ของสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำและภาคีเครือข่ายระดับสากลที่ดำเนินกิจกรรมในประเทศไทย
ประกอบด้วย สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS)กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF Thailand) องค์การแพนเทอรา (Panthera) และ มูลนิธิFreeland พบเสือโคร่งมีการกระจายและอาศัยอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ของไทย 26 แห่ง ใน 5 กลุ่มป่า ซึ่งภาพเสือโคร่งที่ถูกบันทึกไว้ สามารถแยกเป็นรายตัวได้ทั้งสิ้น 210 ตัว
โดยเสือโคร่งส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ที่กลุ่มป่าตะวันตก โดยเฉพาะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จำแนกเสือโคร่งได้ 100 ตัว รองลงมาได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ทั้งด้านตะวันตก จำนวน 15 ตัว และตะวันออก จำนวน 25 ตัว ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ตั้งอยู่ตอนกลางของกลุ่มป่าตะวันตก
นอกจากนี้ ยังพบในพื้นที่อนุรักษ์อื่น ๆ เช่น กลุ่มป่าตะวันตกทางตอนเหนือ คือ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์, อุทยานแห่งชาติคลองลาน, อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า, อุทยานแห่งชาติลานสาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ พบเสือโคร่ง 30 ตัว จำนวนนี้เป็นเสือโคร่ง ที่ซ้ำกับกลุ่มประชากรห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่ฯ ถึง 11 ตัว
ขณะที่ทางตอนใต้ของกลุ่มป่าตะวันตกประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์, อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ,อุทยานแห่งชาติเอราวัณ, อุทยานแห่งชาติพุเตย, อุทยานแห่งชาติไทรโยค, อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ จำแนกเสือโคร่งได้ 26 ตัว มีเพียง 4 ตัว ที่ซ้ำกับเสือโคร่งห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่ฯ
กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ พบเสือโคร่งอย่างน้อย 12 ตัว รวมเสือโคร่งบะลาโกลจากกลุ่มป่าตะวันตก อาศัยอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน และปางสีดา ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติม
ในพื้นที่ภาคใต้ กลุ่มป่าฮาลาบาลา-บางลาง เป็นพื้นที่การกระจายของเสือโคร่งมลายู สามารถจำแนกเสือโคร่งในพื้นที่ได้ 11 ตัว
กลุ่มป่าแก่งกระจาน-กุยบุรี จากภาพที่ถ่ายได้ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ระบุได้ว่าในช่วงปี 2568-2569 มีเสือโคร่ง 3 ตัว
กลุ่มป่าชุมพร ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมกรมหลวงชุมพรฯ ทิศเหนือตอนล่าง ถ่ายภาพเสือโคร่งได้ 3 ตัว ทั้งนี้จากการประเมินประชากรเสือโคร่งด้วยเทคนิคทางสถิติแบบ Spatially Explicit Capture (SECR) รวมกับภาพถ่ายในกลุ่มป่าอื่น ๆ ทำให้ระบุได้ว่า ประเทศไทยในปี 2569 นี้ มีเสือโคร่งอาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์ต่าง ๆ จำนวน 210 ตัว และคาดว่าประเทศไทย มีเสือโคร่งโตเต็มวัยอาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์ ราว 210-257 ตัว
การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ เพื่อคืนความสมบูรณ์และสมดุลให้ธรรมชาติ แม้จะทำได้ยาก แต่ถ้าไม่เร่งฟื้นฟูอาจจะสายเกินแก้ และยังเสี่ยงต่อการถูกใช้เป็นช่องทางเอื้อประโยชน์ให้ผู้บุกรุกเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นนายทุน นักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพล เนื่องจากการขยายพื้นที่ป่าต้องใช้ระยะเวลายาวนาน ไม่ใช่แค่มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์เท่านั้น แต่ยังทำให้ เสือ ช้าง มีอาณาจักรแพร่พันธุ์อีกด้วย
อ่านข่าว :
5 มาตรการห้วยขาแข้ง หลังเหตุเศร้า จนท.ถูกเสือโคร่งทำร้ายเสียชีวิต
เผยภาพ "กระทิง" หากินกลางผืนป่า "เขาคิชฌกูฏ" ตอกย้ำความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
การกลับมาของ “พญาแร้ง” เหนือผืนป่าห้วยขาแข้ง หลังหายไปจากระบบนิเวศกว่า 30 ปี