โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ณพลเดช' ยกผลงาน ชัชชาติ ตอบ เสรี ข้องใจปมแข็งแกร่งในปฐพี ชิงผู้ว่าฯกทม.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 ก.พ. 2565 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2565 เวลา 06.00 น.

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ดร.ณพลเดช มณีลังกา ว่าที่ผู้สมัครส.ก. เขตสัมพันธวงศ์ เปิดเผยถึงกรณีที่ดร.เสรี วงษ์มณฑาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก อ้างอิงถึงผลโพลถึงรศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.คนอื่น ว่า “ยืนหนึ่งในโพลมาตลอด ก็พยายามหาเหตุผลว่าทำไมจึงมีคนคิดจะเลือกเขามากมายขนาดนั้น พยายามหาข้อมูลด้วยการตั้งคำถามว่า “แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ได้มาอย่างไร และมันเป็นคุณสมบัติของการเป็นผู้ว่าด้วยหรือ พยายามคิดทบทวนว่าตอนเป็นรัฐมนตรี สร้างผลงานอะไรไว้บ้างที่สามารถโยงได้ว่าเหมาะจะเป็นผู้ว่า คิดไม่ออกค่ะ จำได้แต่ 1) หิ้วถุงแกง 2) เดินเท้าเปล่า 3) ขึ้นรถเมล์ไปทำงาน พยายามจะโยงว่าเรื่องพวกนี้ทำให้เหมาะสมเป็นผู้ว่าอย่างไร สงสัยว่าคะแนนที่นำโด่งมาจากการประกาศลงแข่งขันก่อนคนอื่นหรือเปล่า

ดร.ณพลเดช กล่าวว่า จากคำถามของดร.เสรี นั้นจากที่ตนเข้าใจ คำว่า “แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” เป็นเพียงสโลแกน (Slogan) ที่จะผลักดันเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ (inspiration) ในการดูแลสุขภาพ และผลักดันให้คนอื่นรักและดูแลสุขภาพตนเองด้วยเช่นกัน จากพื้นฐานสุขภาพที่ดีอันนำไปสู่การนำร่างกายที่แข็งแรง จะนำไปสู่การทำประโยชน์ที่ดีๆ ให้แก่สังคม ขณะนี้ ดร.ชัชชาติ ออกกำลังกายโดยตลอด และมีกำหนดวิ่งในส่วนสาธารณะในกรุงเทพฯทุกวันเสาร์ มีผู้คนไปวิ่งด้วยจำนวนมาก ตนก็อยากจะให้ ดร.เสรี ไปวิ่งด้วยเช่นกัน เพราะตนเคยลองวิ่งกับ ดร.ชัชชาติ แล้วแม้อายุห่างจาก ดร.ชัชชาติ ถึง 10 ปี แต่ก็ต้องยอมรับว่าสุขภาพของ ดร.ชัชชาติแข็งแกร่งกว่าจริงๆ

ดร.ณพลเดช กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่ ดร.เสรี กังวลว่า ดร.ชัชชาติ ลงในนามอิสระหรือไม่นั้น เห็นได้ชัดแล้วว่า ดร.ชัชชาติ ประกาศมาตลอดว่า ลงในนามอิสระ ส่วนว่าอดีตก็ต้องยอมรับว่ากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ จึงขอให้ดร.เสรี อย่าเอาเรื่องการเมืองมาเป็นประเด็นที่จะทำให้ใครเสียหาย อยากจะให้ต่อไปนี้เป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ มุ่งพัฒนาบ้านเมือง เพราะในอดีต ประชาชน รู้หมดแล้วว่าการที่บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ได้เพราะอะไร ในฐานะที่ตนเป็นคนรุ่นใหม่ อยากจะเริ่มอะไรใหม่ๆ เพราะเรื่องในอดีต ตนก็ไม่ได้มีส่วนร่วมหรือส่วนรู้เห็นด้วยเช่นกัน

ดร.ณพลเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคำที่ว่า “หิ้วถุงแกง เดินเท้าเปล่า” เป็นภาพเก่าแล้ว ทั้งนี้อยากจะให้ ดร.เสรี มาสัมผัส ดร.ชัชชาติ ในชีวิตความเป็นจริง ว่า ดร.ชัชชาติ ติดดินมาก อย่างสัปดาห์ที่ผ่านมา ดร.ชัชชาติ วิ่งในส่วนสาธารณะ มากกว่า 10 กิโลเมตร หลังจากนั้นเดินเยี่ยมประชาชน คิดว่าระยะทางรวม กว่า 20 กิโลเมตร ใช้เวลา 06.00-10.00 น. เร็วมาก หลังจากนั้น ดร.ชัชชาติ ก็มานั่งทานอาหาร แบบข้างทาง ที่หลังศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า นั่งแบบติดดิน มีคำพูดที่ยังติดในหูของตนที่ ดร.ชัชชาติ สั่งน้ำแดงจากร้าน Street Food ว่า “ขอน้ำแดง เย็นๆ หวานน้อยหน่อย” กินกล้วยแขกข้างทางที่ชาวบ้านเอามาให้ จะเห็นว่า “หิ้วถุงแกง เดินเท้าเปล่า” นั้นดร.ชัชชาติ ง่ายกว่านั้นเยอะ และสำหรับคำที่ว่า สงสัยว่าคะแนนที่นำโด่งมาจากการประกาศลงแข่งขันก่อนคนอื่นหรือเปล่านั้น คิดว่าดร.เสรี อาจจะไม่เคยอ่านประวัติ ดร.ชัชชาติ ในโชเชียล ทั้งนี้ขอแบ่งปันความรู้ให้กับ ดร.เสรี ที่มีผู้โพสต์ในโซเชียลรายหนึ่ง ระบุว่า

– เป็นน้องชายฝาแฝดของ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการแพทยสภา
– เป็นน้องชายของ ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง คนเดียวของรุ่น ซึ่งอันดับสองคือคณบดีวิศวะ จุฬาฯ คนปัจจุบัน
– เป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดล
– จบปริญญาโทจาก MIT และปริญญาเอกจาก Illinoise
– เป็นรองศาสตราจารย์ เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง มีผลงานตีพิมพ์ลงวารสารระดับโลก 8 ผลงาน เกี่ยวกับการใช้โครงสร้างระดับไมโคร คอนกรีตเสริมแรง และความทนทานของวัสดุก่อสร้างเมื่อถูกไฟไหม้ ฯลฯ
– เคยเป็นผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– เคยทำงานเป็นวิศวกรโครงสร้างในบริษัทวิศวกรรมชื่อดัง Skidmore, owing and Merrill LLP
– เป็นที่ปรึกษาให้กระทรวงคมนาคมมาตั้งแต่ปี 2544 ก่อนจะมารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
– เคยเป็น CEO บริษัท Qhouse ซึ่งในช่วงดำรงตำแหน่งพนักงานและลูกบ้านชื่นชม
– ที่ Qhouse ยุคชัชชาติ บริษัทโตขึ้น 34%
– เป็นกรรมการบริษัทโฮมโปร และแลนด์แอนด์เฮาส์

ผลงานยุคเป็นรัฐมนตรี (รมว.คมนาคม ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์) ถ้าไม่นับแผนรถไฟความเร็วสูง (ซึ่งทุกครั้งชัชชาติบอกว่า เป็นแผนของประเทศที่ช่วยกันทำมาตลอด) มีดังนี้
1. เปิดรถเมล์สาย A เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิกับจุดใจกลางเมือง ทั้งอนุสาวรีย์ชัย หมอชิต สนามหลวง
2. เพิ่มจุดเชื่อมต่อสถานี Airport link มักกะสัน กับ MRT เพชรบุรี
3. ปิดการเดินรถไฟชั่วคราว เพื่อซ่อมหมอนรองราง แก้ไขจุดตัดจุดข้าม และปูหินรถไฟสายเหนือและสายอีสานใหม่ จนรถไฟสายเหนือและอีสานวิ่งได้ตรงเวลามากขึ้น
4. เพิ่มรั้วกั้นบริเวณถนนริมเหวในจุดสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ
5. เริ่มการผสมยางพารากับยางมะตอยในพื้นถนนแบบพาราสเลอร์รี่ซีล เสริมความคงทนปลอดภัยและช่วยราคายาง
6. ลงนามจัดซื้อรถไฟขบวนใหม่แบบ CNR เพื่อมาให้บริการประชาชน (ต่อมาคือรถด่วนพิเศษขบวนอุดรรัถยา/อีสานมรรคา/อีสานวัตนา/ทักษิณารัถ)
7. แก้แบบสถานีรถไฟกลางบางซื่อให้เป็นชุมทางรวมทุกระบบ และรวมรถไฟความเร็วสูง
8. เปลี่ยนระบบกำจัดสิ่งปฏิกูลในรถไฟ จากแบบเปิดเป็นแบบปิด ในหลายขบวน
9. แก้ไขระบบการเดินรถรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย-แม่กลอง ให้สะอาดและมีมาตรฐานทั้งในสถานีและตัวรถ
10. จัดทำระบบมาตรฐานและการประเมินรถเมล์ทั้งของ ขสมก.และเอกชน
11. แก้ไขปัญหาเสียงรบกวนจากจุดตัดรถไฟกับถนนในชุมชน
12. จัดระเบียบชุมชนริมทางรถไฟและชุมชนริมทางหลวง
ผู้โพสต์ในโซเชียลรายนี้ กล่าวลงท้ายว่า งานที่ชัชชาติทำ เป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นอย่างละนิดละหน่อย ฟังดูแล้วอาจจะไม่ดึงดูดใจ และอวดใครยาก แต่ชีวิตในเมืองที่มีชัชชาติดูแล จะเป็นชีวิตที่ดีขึ้นแน่นอน

ดร.ณพลเดช กล่าวอีกว่า จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ตนเห็นว่าเป็นเพียงส่วนเล็กน้อย อีกมุมหนึ่งที่ ดร.ชัชชาติ เล่าให้ตนฟัง ถึงการดูแลลูก ดูแลครอบครัว แม้ลูกจะไม่ได้ยินเสียงในตอนเด็กๆ ก็มีความพยายามที่จะพาลูกไปรักษาถึงออสเตรเลีย ด้วยวิธีการที่เหนือชั้น เมื่อสัมผัสจะทราบว่าดร.ชัชชาติ รักลูกและครอบครัวมาก มีการจัดสรรเวลาอย่างเป็นสัดเป็นส่วนให้กับงานและครอบครัว อันเป็นพื้นฐานจะเป็นบุคคลที่มาเป็นพ่อบ้านพ่อเมืองกทม. สำหรับภาพรวมเท่านี้ หวังว่า ดร.เสรี คงจะพอเข้าใจที่โพลของนิด้าโพล 10 ครั้ง ดร.ชัชชาติ มาเป็นอันดับหนึ่งถึง 10 ครั้ง ถ้าเทียบตามตรรกะทางคณิตศาสตร์ ก็อาจสื่อได้ว่าชนะ 100% หากไม่มีการใช้วิธีสกปรก หรืออำนาจรัฐเข้าแทรกแซง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...