โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกจ้องหั่นกำไรหุ้นท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนไม่มาฉุดภาพรวมต่ำเป้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ค. 2568 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2568 เวลา 01.34 น.

หุ้นท่องเที่ยวเหนื่อย-น่าห่วง “นักท่องเที่ยวจีนหาย” ประเทศคู่แข่ง “ญี่ปุ่น-เวียดนาม” แย่งคนเที่ยว “บล.เอเซีย พลัส” ประเมินทุบเป้านักท่องเที่ยวทั้งปีจาก 38 ล้านคน เหลือแค่ไม่เกิน 36 ล้านคน จ่อหั่นกำไรหุ้นอิงรายได้ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้ลง “ERW-CENTEL” ส่อไม่โต ด้าน “ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ” มองนักท่องเที่ยวชาติอื่นทดแทนนักท่องเที่ยวจีนได้

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับจากต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน (YTD) สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตแค่ 0.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ถือว่าค่อนข้างแผ่วเบาจากผลกระทบทั้งในเชิงความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน จากเรื่องการหายตัวไปของดาราจีน “ซิงซิง” และผลกระทบแผ่นดินไหวเมื่อปลายเดือน มี.ค.

ประกอบกับการแข่งขันจากฝั่งประเทศคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรือเวียดนาม ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไป ซึ่งภาพพวกนี้ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว โดยสัปดาห์ล่าสุดนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยประมาณ 5.4 หมื่นคน ชะลอตัวเมื่อเทียบ YOY ที่เข้ามาเกือบ 1 แสนคนต่อสัปดาห์

“ฉะนั้นย่อมจะกดดันภาพรวมเป้านักท่องเที่ยวในปีนี้ ที่เมื่อต้นปีประเมินไว้จำนวน 38 ล้านคน คงเป็นไปได้ยากแล้ว โดยคาดว่าปีนี้เต็มที่จริง ๆ จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 36 ล้านคน เป็นภาพทรงตัว YOY หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงปี 2567 โดยคาดนักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาแค่ 5-6 ล้านคน จากเดิมคาดไว้ 7.7 ล้านคน หายไปสัดส่วนราว 40-50% โดยสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาเข้ามาอยู่ประมาณ 1.3 ล้านคน”

นายภาสกรกล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้หุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่มีโครงสร้างรายได้อิงกับการท่องเที่ยวไทยน่าจะเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็น บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT), บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW), บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ในขณะที่ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่ากลุ่ม เพราะมีโครงสร้างรายได้จากยุโรปในสัดส่วน 50% ถือว่าพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยน้อยกว่ากลุ่ม จึงเป็นหุ้นที่มีทิศทางได้เปรียบกว่ากลุ่ม

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นมีแผนจะปรับประมาณการกำไรหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมในปีนี้ลดลงอยู่พอสมควร ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างทบทวนข้อมูลอีกครั้ง และจะปรับในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้ เดิมคาดการณ์กำไรหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ประกอบด้วย 1.AOT มีกำไร 20,930 ล้านบาท เติบโต 4% 2.MINT มีกำไร 9,530 ล้านบาท เติบโต 11% 3.CENTEL มีกำไร 2,025 ล้านบาท เติบโต 14% และ 4.ERW มีกำไร 1,020 ล้านบาท เติบโต 10%

กราฟิก กำไรเดิมหุ้นท่องเที่ยว

“ตามแผนปรับประมาณการกำไร หลัก ๆ จะปรับกำไรหุ้นที่อิงรายได้ท่องเที่ยวไทย โดยคาดปรับกำไร ERW และ CENTEL อาจจะไม่โตเลยในปีนี้ เพราะแม้กำไรไตรมาสแรกจะยังดี แต่แนวโน้มช่วงที่เหลือของปีโดยเฉพาะไตรมาส 2-3 จะเป็นไปตามสภาพที่ดูเหนื่อย และต้องไปรอการฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4 ที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความหวังอันสุดท้ายของปีนี้ ส่วน AOT คาดกำไรอาจจะดาวน์ไซด์ได้เล็กน้อย เพราะงบการเงินปีปฏิทินไม่ตรงกัน และไตรมาส 1 ของ AOT มีรายได้ไว้ระดับหนึ่งแล้ว ในขณะที่ MINT อาจจะคงประมาณการกำไรเอาไว้ก่อน”

นายภาสกรกล่าวด้วยว่า ส่วนในเชิงกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม พยายามหันไปหาหุ้นที่มีโครงสร้างรายได้จากต่างประเทศอย่าง MINT ที่มีสัดส่วนรายได้ 50% มาจากยุโรป ซึ่งจะถือเป็นตัวเลือกที่ดีในช่วง 3 เดือนข้างหน้านี้

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการติดตามตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยยังไม่ได้น่ากังวลมาก แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะลดลงไป เพราะจริง ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วไทยไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนมากเท่าในอดีต โดยจะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวประเทศอื่นที่เข้ามาไทยมากขึ้น ซึ่งก็เป็นผลจากมาตรการฟรีวีซ่า อาทิ นักท่องเที่ยวอินเดีย ฯลฯ และทำให้นักท่องเที่ยวปีที่แล้วอยู่ในระดับ 38.5-39 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงช่วงก่อนโควิดแล้ว

“นักท่องเที่ยวจีนอาจจะน้อยลง แต่ยังมีนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่เข้ามาทดแทนอยู่” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โบรกจ้องหั่นกำไรหุ้นท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนไม่มาฉุดภาพรวมต่ำเป้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...