โบรกจ้องหั่นกำไรหุ้นท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนไม่มาฉุดภาพรวมต่ำเป้า
หุ้นท่องเที่ยวเหนื่อย-น่าห่วง “นักท่องเที่ยวจีนหาย” ประเทศคู่แข่ง “ญี่ปุ่น-เวียดนาม” แย่งคนเที่ยว “บล.เอเซีย พลัส” ประเมินทุบเป้านักท่องเที่ยวทั้งปีจาก 38 ล้านคน เหลือแค่ไม่เกิน 36 ล้านคน จ่อหั่นกำไรหุ้นอิงรายได้ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้ลง “ERW-CENTEL” ส่อไม่โต ด้าน “ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ” มองนักท่องเที่ยวชาติอื่นทดแทนนักท่องเที่ยวจีนได้
นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับจากต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน (YTD) สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตแค่ 0.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ถือว่าค่อนข้างแผ่วเบาจากผลกระทบทั้งในเชิงความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน จากเรื่องการหายตัวไปของดาราจีน “ซิงซิง” และผลกระทบแผ่นดินไหวเมื่อปลายเดือน มี.ค.
ประกอบกับการแข่งขันจากฝั่งประเทศคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรือเวียดนาม ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไป ซึ่งภาพพวกนี้ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว โดยสัปดาห์ล่าสุดนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยประมาณ 5.4 หมื่นคน ชะลอตัวเมื่อเทียบ YOY ที่เข้ามาเกือบ 1 แสนคนต่อสัปดาห์
“ฉะนั้นย่อมจะกดดันภาพรวมเป้านักท่องเที่ยวในปีนี้ ที่เมื่อต้นปีประเมินไว้จำนวน 38 ล้านคน คงเป็นไปได้ยากแล้ว โดยคาดว่าปีนี้เต็มที่จริง ๆ จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 36 ล้านคน เป็นภาพทรงตัว YOY หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงปี 2567 โดยคาดนักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาแค่ 5-6 ล้านคน จากเดิมคาดไว้ 7.7 ล้านคน หายไปสัดส่วนราว 40-50% โดยสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาเข้ามาอยู่ประมาณ 1.3 ล้านคน”
นายภาสกรกล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้หุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่มีโครงสร้างรายได้อิงกับการท่องเที่ยวไทยน่าจะเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็น บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT), บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW), บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ในขณะที่ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่ากลุ่ม เพราะมีโครงสร้างรายได้จากยุโรปในสัดส่วน 50% ถือว่าพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยน้อยกว่ากลุ่ม จึงเป็นหุ้นที่มีทิศทางได้เปรียบกว่ากลุ่ม
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นมีแผนจะปรับประมาณการกำไรหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมในปีนี้ลดลงอยู่พอสมควร ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างทบทวนข้อมูลอีกครั้ง และจะปรับในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้ เดิมคาดการณ์กำไรหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ประกอบด้วย 1.AOT มีกำไร 20,930 ล้านบาท เติบโต 4% 2.MINT มีกำไร 9,530 ล้านบาท เติบโต 11% 3.CENTEL มีกำไร 2,025 ล้านบาท เติบโต 14% และ 4.ERW มีกำไร 1,020 ล้านบาท เติบโต 10%
“ตามแผนปรับประมาณการกำไร หลัก ๆ จะปรับกำไรหุ้นที่อิงรายได้ท่องเที่ยวไทย โดยคาดปรับกำไร ERW และ CENTEL อาจจะไม่โตเลยในปีนี้ เพราะแม้กำไรไตรมาสแรกจะยังดี แต่แนวโน้มช่วงที่เหลือของปีโดยเฉพาะไตรมาส 2-3 จะเป็นไปตามสภาพที่ดูเหนื่อย และต้องไปรอการฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4 ที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความหวังอันสุดท้ายของปีนี้ ส่วน AOT คาดกำไรอาจจะดาวน์ไซด์ได้เล็กน้อย เพราะงบการเงินปีปฏิทินไม่ตรงกัน และไตรมาส 1 ของ AOT มีรายได้ไว้ระดับหนึ่งแล้ว ในขณะที่ MINT อาจจะคงประมาณการกำไรเอาไว้ก่อน”
นายภาสกรกล่าวด้วยว่า ส่วนในเชิงกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม พยายามหันไปหาหุ้นที่มีโครงสร้างรายได้จากต่างประเทศอย่าง MINT ที่มีสัดส่วนรายได้ 50% มาจากยุโรป ซึ่งจะถือเป็นตัวเลือกที่ดีในช่วง 3 เดือนข้างหน้านี้
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการติดตามตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยยังไม่ได้น่ากังวลมาก แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะลดลงไป เพราะจริง ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วไทยไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนมากเท่าในอดีต โดยจะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวประเทศอื่นที่เข้ามาไทยมากขึ้น ซึ่งก็เป็นผลจากมาตรการฟรีวีซ่า อาทิ นักท่องเที่ยวอินเดีย ฯลฯ และทำให้นักท่องเที่ยวปีที่แล้วอยู่ในระดับ 38.5-39 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงช่วงก่อนโควิดแล้ว
“นักท่องเที่ยวจีนอาจจะน้อยลง แต่ยังมีนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่เข้ามาทดแทนอยู่” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โบรกจ้องหั่นกำไรหุ้นท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนไม่มาฉุดภาพรวมต่ำเป้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net