โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"ครบ 2 ปี" พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหาย "คนอยู่ทุกข์ใจ-คนห(ต)ายยังไม่พบ"

Thai PBS

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 08.07 น. • Thai PBS

วันพรุ่งนี้ (22 ก.พ.2568) จะครบรอบ 2 ปี หลัง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2566

แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีการประกาศใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว แต่ก็ยังมีคำถามจากญาติของเหยื่อผู้ที่ถูกบังคับให้สูญหายว่า กฎหมายฉบับนี้ มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม การเยียวยาสภาพจิตใจของครอบครัวหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐได้จริงหรือไม่

เสียงสะท้อนจากครอบครัว "เหยื่อถูกอุ้มหาย"

"แม้พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่มุมมองของ "ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์"ภรรยาของ "สุรชัย แซ่ด่าน" ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบมองว่า ยังไม่ตอบโจทย์"

นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยาของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน

สุรชัย เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ต้องลี้ภัยหลังถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) เรียกไปรายงานตัว โดยหลบหนีออกไปทาง ประเทศลาวหลังรัฐประหาร เมื่อปี พ.ศ. 2557 ก่อนที่นายสุรชัย จะสูญสญหายพร้อมผู้ติดตามอีก 2 คน คือ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ (สหายภูชนะ) และไกรเดช ลือเลิศ (สหายกาสะลอง) เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2561 จนถึงขณะนี้ ไม่มีใครสามารถติดต่อทั้ง 3 คนได้อีกเลย

มีรายงานว่าช่วงเวลาที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวหายไป เป็นจังหวะเดียวกับบุคคลสำคัญของไทยจะเดินทางไปประเทศลาว กระทั่งวันที่ 27 ธ.ค.2561 มีผู้พบร่าง "สหายภูชนะ" และ "สหายกาสะลอง" เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2561 ถูกฆาตกรรมและกระทำอย่างทารุณ ลอยแม่น้ำโขงมาติดฝั่งที่ จ.นครพนม

และยังมีรายงานอีกว่า ร่างต้องสงสัยอีกร่างหนึ่ง อาจเป็น "สุรชัย" ซึ่งอยู่ในกระสอบลอยมาติดบนตลิ่งริมแม่น้ำโขง บริเวณบ้านท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แม้ภายหลังร่างดังกล่าวหายไปและปัจจุบันยังไม่ทราบชะตากรรม
เบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานว่า อาจมีการทำให้ "สุรชัย"สูญหายเพราะเกรงว่าจะไปสร้างความวุ่นวาย ขณะที่คณะคนสำคัญในรัฐบาลของประเทศเดินทางไปเยือนประเทศลาว

"การอุ้มหายเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป กับผู้กระทำความผิดมาตรา 112 เพราะกรณีของผู้ที่กระทำความผิดในข้อหาฆ่าคนตายหรือค้ายาเสพติด ยังสามารถพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่กับผู้กระทำความผิดมาตรา 112 ซึ่งเป็นการแสดงออกทางความคิดกลับถูกทำให้หายสาบสูญไป" ปรานี พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ที่สามีหายสาบสูญ ความหวังที่จะได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง ค่อย ๆ เลือนลางไป จากที่เคยคาดหวังในช่วงระยะ เวลา 1-3 ปีแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้มั่นใจว่าสามีได้เสียชีวิตแล้ว แม้จะยังไม่มีใครพบศพ

"เหตุที่ต้องทำให้สถานะของสุรชัย เป็นผู้สูญหาย…หากพบศพในช่วงนั้นจะเกิดกระแสต่อต้านจากกลุ่มมวลชนที่ไม่สนับสนุนการทำรัฐประหาร เพราะก่อนหน้านั้นมีกระแสความไม่พอใจกรณีที่อากง ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 อีก 1 คน เสียชีวิตขณะถูกคุมขังในเรือนจำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว"

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน)

หลังกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ปราณี เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ที่ศูนย์ป้องกัน และปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้อัยการเข้าตรวจสอบค้นหาความจริง และสอบสวนกรณีการสูญหายของสามี เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2566

โดยอัยการได้รับคำร้องไว้เสนอต่ออธิบดีสำนักงานอัยการสูงสุดให้พิจารณาว่าสามารถดำเนินการสอบสวนได้หรือไม่ต่อไป หากพิจารณาแล้วว่าสามารถสอบสวนข้อเท็จจริงได้ จะมีการตั้งทีมสอบสวนและติดต่อกับผู้เสียหายต่อไป

3 พ.ค. 2566 ปราณี พร้อมทนายความผู้รับมอบอำนาจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เดินทางไปศูนย์ป้องกันและปราบ ปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อเข้าให้การเพิ่มเติม โดยพนักงานอัยการที่รับผิดชอบคดีดังกล่าวอนุญาตให้เพียงทนายความผู้รับมอบอำนาจเข้าร่วมฟังนัดให้การเพิ่มเติมพร้อมกับปราณีเพียงคนเดียวเท่านั้น ภายหลังปราณียืนยันขอให้ผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังพร้อมกับทนายความตามสิทธิของผู้เสียหาย

13 มี.ค. 2567: ปราณี เข้าให้การเพิ่มเติมต่อพนักงานอัยการครั้งที่ 2

23 ธ.ค. 2567: ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา จากศูนย์ฯ ว่า มีคำสั่งให้ยุติคดีและไม่รับทำการสอบสวน อ้างเหตุหลักฐานไม่พอให้เชื่อได้ว่าเป็นการอุ้มหายตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทรมาน-อุ้มหายฯ อีกทั้งยังไม่มีความแน่ชัดว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวหรือไม่

สยาม ธีรวุฒิ อดีตผู้ลี้ภัยทางการเมือง

"สยาม ธีรวุฒิ" หรือที่รู้จักกันในนาม สหายข้าวเหนียวมะม่วง อีก 1 เป็นอดีตผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศลาว หลังจัดแสดงละครเรื่อง "เจ้าสาวหมาป่า" ทำให้เขากับพวกตกเป็นจำเลยในข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

สยาม มีหมายจับข้อมาตรา 112 เขาหายไปพร้อมกับ "ชูชีพ ชีวะสุทธิ์" หรือลุงสนามหลวง และ "กฤษณะ ทัพไทย" หรือ สหายยังบลัด

กัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยาม ทราบข่าวเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 ว่า ตำรวจเวียดนามจับกุมและส่งตัวผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้ง 3 คนกลับมาไทย แต่จากนั้นไม่มีใครพบตัวพวกเขาอีกเลย โดย 3 คน เป็น 1 ใน 9 ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ขอลี้ภัยออกนอกประเทศหลังคสช.รัฐประหารและหายไปในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2563

กัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยาม

"เล่นละครเวทีแค่นี้ มันไม่รู้ว่าผิดอะไรมากมาย" กัญญา เล่าความรู้สึกที่ลูกชายคนเดียวสูญหายไป ก่อนหน้าที่สยามจะสาบสูญไป เมื่อปี 2559 เธอเดินทางไปพบลูกที่ประเทศลาว และยังพบ "ชูชีพ ชีวะสุทธิ์", "วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ" หรือ โกตี๋ อาศัยอยู่ที่นั่น

แม้ผู้ลี้ภัยคนอื่น จะทำเรื่องขอลี้ภัยไปอยู่ประเทศที่ 3 แต่สยามไม่ได้ทำเรื่องขอเดินทางต่อ เพราะอยากอยู่ใกล้ครอบครัว หลังเธอเดินทางกลับ ลูกชายได้แจ้งข่าวร้ายว่า ระหว่างที่แม่ไปเยี่ยมเขา มีคนจากฝั่งไทยตามไป และพบแหล่งที่อยู่ของกลุ่มผู้ลี้ภัย ส่งผลให้ทั้งหมด ต้องแยกย้ายเพื่อหาที่อยู่ใหม่หลบซ่อนตัวจาก
โดยสยาม เลือกที่จะย้ายไปที่เวียดนาม เหลือเพียงโกตี๋ ที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เดิม ก่อนหนึ่งปีหลังจากนั้น เขาก็ได้หายตัวไปเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2560

มันเกินกว่าเหตุ เกินกว่าอุปนิสัยของมนุษย์ด้วยกัน เหตุใดจึงใจร้ายขนาดนี้ กว่า 5 ปีที่ ครอบครัวของเราเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวไป" หลังเกิดเรื่อง กัญญา ได้ทวงถามความคืบหน้ากับตำรวจ และสถานทูต แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ

ต่อมาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่ออัยการ ที่ ศูนย์ป้องกัน และปราบ ปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2566 เช่นเดียวกับ ปรานี ภรรยาของ สุรชัย

8 พ.ค. 2567 : กัญญา เข้าพบผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อติดตามความคืบหน้ารายงานและผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีอุ้มหาย 9 กรณี

27 มิ.ย. 2567: หนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุด ส่งไปถึง กัญญา โดยหนังสือแจ้งผลปฏิเสธรับทำการสอบสวนและมีคำสั่งยุติเรื่อง ด้วยเหตุผลว่า พยานหลักฐานที่รวบรวมได้ไม่เพียงพอจะให้รับฟังได้ว่า กรณีการหายตัวไปของ สยาม ธีรวุฒิ มีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ซ้อมทรมาน – อุ้มหาย และยังไม่ได้ความแน่ชัดว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องอย่างใดกับการกระทำดังกล่าวหรือไม่

20 ธ.ค. 2567: ศาลจังหวัดสมุทรสาคร มีคำสั่งยกคำร้อง “สยาม”ไม่เป็นบุคคลสาบสูญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 ส่วนหนึ่งของคำสั่งศาลระบุว่า สยามอาจไม่ได้อาศัยอยู่ที่ลาวถาวร

และจากที่กัญญา เบิกความว่าสยามถูกออกหมายจับในข้อหาตามมาตรา 112 และหลังเดินทางออกจากไทยแล้ว บางครั้งมีเหตุการณ์ที่สยามต้องหลบซ่อนจากภัยอันตราย แต่พยานหลักฐานของผู้ร้องก็ยังไม่เพียงพอให้รับฟังเป็นยุติ ได้ว่า นายสยามเป็นคนสาบสูญ

น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

แนะรัฐปรับ "รับเรื่องร้องเรียน" คนสูญหาย

น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผ.อ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า ไทย เป็นประเทศผู้นำในภูมิภาค ที่มีพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 และกฎหมายดังกล่าวมีมาตรฐานสากลสูง ให้การคุ้มครองทุกคนที่อาศัยอยู่ในไทย

และที่ผ่านมาพบหน่วยงานเกี่ยวข้อง นำเอามาตรการนี้ ปฏิบัติอย่างรวดเร็ว ตำรวจก็ออกระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ฉบับนี้ เช่น การเริ่มใช้กล้องติดตามตัวมาบันทึกภาพขณะตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องหา, อัยการและศาลมีการออกหนังสือเวียน ให้รับข้อร้องเรียนหากมีผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐมายื่นเรื่อง
ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ก็ยังพบประเด็นที่เป็นปัญหาร้องเรียน กรณีที่มีเหตุทรมานหรือถูกบังคับให้สูญหาย ถ้าอยู่ในกระแสข่าว หน่วยงานราชการ มักจะตื่นตัวในการให้ความช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบ แต่หากไม่เกิดเป็นข่าว การเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบค่อนข้างล่าช้า

2 ปี ยังเร็วเกินไปในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและควรปรับปรุง คือ การรับเรื่องร้องเรียนกรณีการบังคับให้สูญหาย

กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่า แม้ว่าเหตุการณ์การบังคับให้สูญหายจะเกิดขึ้นก่อน พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่สืบสวนสอบสวน สามารถรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ทราบชะตากรรมของผู้สูญหายได้

ด้วยความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญหาย การหายตัวไปของบุคคลอันเป็นที่รัก ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน ขอเพียงแค่ครอบครัวได้รับรู้ ก็สามารถก้าวต่อได้ โดยหวังเพียงว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้สูญหาย หรือคนที่ยังอยู่ จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายตามที่ควรจะเป็น

รายงานโดย : พลอยพรรณ คล่องแคล่ว ผู้สื่อข่าวอาชญากรรมไทยพีบีเอส

อ่านข่าว:

ชะตากรรม “บิ๊กโจ๊ก” ภาพใหญ่สะท้อน ปฏิรูป (ลูบ) องค์กรสีกากี

"บิ๊กโจ๊ก" ลุ้นผลสอบวินัย อยู่หรือไป "หายใจ" ติดขัด

คู่แฝดอันตราย "บุหรี่ไฟฟ้า – พอตเค" ภัยร้าย "วัยรุ่น"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณฐานเอราวัณ จ.สุรินทร์ อาการสาหัส

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไม่เหงาแล้วนะ! "พันช์คุง" เริ่มห่างแม่ตุ๊กตา โชว์สกิลเข้าฝูง-ขี่หลังรุ่นพี่ลิง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กสทช.สั่งค่ายมือถือระงับ 495 ซิมปมมิจฉาชีพสแกนข้อมูลเด็กส่งสแกมเมอร์

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กกต.สรุปเลือกตั้ง 69 ประชาชนใช้สิทธิ 37.8 ล้านคน คิดเป็น 71.42%

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว อาชญากรรม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...