โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษตรกร ค้าน นำเข้า เนื้อหมูสหรัฐ เสี่ยงกระทบวงจรเลี้ยงหมูพังทั้งประเทศ

Khaosod

อัพเดต 06 เม.ย. 2568 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 09.36 น.

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ค้านแนวคิดการเปิดนำเข้าสินค้าเนื้อหมูและเครื่องใน เพื่อลดการเกินดุลการค้าสหรัฐฯ ย้ำจะกระทบอุตสาหกรรมสุกรทั้งประเทศ

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีที่ปรึกษารัฐมนตรี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะเจรจาของรัฐบาลไทย ที่มีแนวคิดนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และเนื้อหมูจากสหรัฐเพื่อลดดุลการค้า หลังสหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย 37%
สมาคมเห็นด้วยกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวสาลี และวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ

ซึ่งประเทศไทยขาดแคลน และจำเป็นต้องใช้เพิ่มมากขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์เติบโตขึ้น แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับข้อเสนอในการนำเข้าเนื้อหมู ซึ่งเป็นการทำลายอุตสาหกรรมหมูของไทย เพราะทำให้เกษตรกรไทยไม่สามารถแข่งขันได้และจำต้องเลิกอาชีพในที่สุด เมื่อนั้นจะไม่มีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีกต่อไป เกษตรกรพืชไร่จะหมดอาชีพ และ ในที่สุด ก็จะไม่มีการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ อีก

"การเปิดรับเนื้อหมูนำเข้าจากสหรัฐฯ ไม่เพียงกระทบอย่างรุนแรงต่ออาชีพเกษตรกรตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แต่ยังกระทบสุขอนามัยของผู้บริโภค ตลอดจนทำลายอุตสาหกรรมการผลิตหมูของไทยทั้งระบบ" นายสิทธิพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ ระบบการผลิตหมูในประเทศมีห่วงโซ่การผลิตที่ยาวมาก ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ เช่น เกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ พ่อค้าพืชไร่ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ เกษตรกรผู้เลี้ยง โรงชำแหละ เขียง ผู้ค้าในตลาดสด รวมถึง ผู้ประกอบการแปรรูปหมู การนำเข้าหมูจะกระทบทุกขั้นตอนในห่วงโซ่การผลิต ทำลายระบบการผลิตเนื้อหมูทั้งหมด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ดังเช่นกรณีฟิลิปปินส์ที่ปล่อยให้มีการนำเข้าเนื้อหมู ทำให้เกษตรกรในประเทศไม่มีแรงจูงใจในการเลี้ยง ทยอยเลิกอาชีพและ ในที่สุดนำไปสู่การขาดแคลนเนื้อหมู ต้องอาศัยพึ่งพาการนำเข้า เกิดปัญหาหมูแพงขึ้น 15-30% กระทบชาวฟิลิปปินส์ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน มาตรฐานการผลิตเนื้อหมูของไทยมีความปลอดภัยสูงกว่าเนื้อหมูสหรัฐ เนื่องจากกฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยง เนื่องจากอาจส่งผลต่อระบบหัวใจและประสาทของมนุษย์ หากได้รับในปริมาณไม่เหมาะสม ตรงกันข้ามกับสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงได้ตามกฎหมาย แม้สารเร่งเนื้อแดง จะยังเป็นที่ถกเถียงในระดับสากลถึงข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้บริโภค ผลกระทบต่อสัตว์ และความปลอดภัยระยะยาว แต่ก็มีหลายประเทศที่ห้ามใช้หรือห้ามนำเข้าสินค้าจากสัตว์ที่ได้รับสารนี้ เช่น สหภาพยุโรป จีน และรัสเซีย

สำหรับประเทศไทยการตระหนักในความปลอดภัยของผู้บริโภคชาวไทยที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องรักษามาตรฐานนี้ต่อไป

นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหมู สู่การเป็นสินค้าเพื่อการส่งออก มีมาตราฐานความปลอดภัยที่สูง มีการยกระดับการป้องกันโรค และป้องกันปัญหาหมูเถื่อนที่สร้างหายนะให้คนเลี้ยงหมูมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา หากมีการดำเนินการและการสนับสนุนอย่างเหมาะสม "หมูไทย" จะมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้ประเทศไทยอย่างมหาศาล เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเนื้อไก่ที่ได้รับการพัฒนา จนแต่ละปีสามารถสร้างรายได้มากกว่าแสนล้านบาท โดยได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยจากทั่วโลก

"ขอฝากถึงคณะเจรจาของรัฐบาลไทยนำโดยท่านรองนายกฯ และ รมว.คลัง นายพิชัย ชุณหวชิร ที่กำลังจะเดินทางไปเจรจากับสหรัฐฯ โปรดยกเลิกแนวคิดนำเข้าเนื้อหมู เพราะจะสร้างปัญหาตามมาอีกมหาศาล ได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน" นายสิทธิพันธ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกษตรกร ค้าน นำเข้า เนื้อหมูสหรัฐ เสี่ยงกระทบวงจรเลี้ยงหมูพังทั้งประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...