โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ราคาน้ำมันดิบโลก” ดิ่งมากกว่า 3% เบรนท์เหลือ 63.30 ดอลล/บาร์เรล แรงวิตกภาษีทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 เม.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2568 เวลา 03.44 น.

"ราคาน้ำมันดิบโลก" ดิ่งมากกว่า 3% เบรนท์เหลือ 63.30 ดอลล์/บาร์เรล WTI หลุด 60 ดอลล์/บาร์เรล แรงวิตกภาษีทรัมป์ กระตุ้นความกังวลอาจเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 08.27 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวลดลงมากกว่า 3% ในวันจันทร์ (7 เม.ย.68) ซึ่งเป็นการขยายตัวของภาวะขาลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนทวีความรุนแรงขึ้น กระตุ้นความกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลก

*ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent)ลดลง 2.28 ดอลลาร์ หรือ 3.5% มาอยู่ที่ 63.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 2.20 ดอลลาร์ หรือ 3.6% มาอยู่ที่ 59.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 00.49 GMT โดยทั้งสองตัวชี้วัดแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2564*

ซาโตรุ โยชิดะ นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Rakuten Securities กล่าวว่า “ปัจจัยหลักที่ฉุดราคาน้ำมันคือความกังวลว่ามาตรการภาษีจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม”

พร้อมเสริมว่า การที่กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคตก็เป็นอีกแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน พร้อมเตือนว่าภาษีตอบโต้จากประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากจีน ก็อาจส่งผลกระทบเพิ่มเติม

ซาโตรุ โยชิดะ คาดว่าหากตลาดหุ้นยังคงร่วงต่อเนื่อง ราคาน้ำมัน WTI อาจลดลงไปถึง 55 ดอลลาร์ หรือต่ำสุดที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แม้การนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากสหรัฐ จะได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีรอบใหม่ของทรัมป์ แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่าการดำเนินนโยบายเชิงรุกเช่นนี้ อาจส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อ เพิ่มความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และทำให้ข้อพิพาททางการค้าทวีความรุนแรง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบต่อราคาน้ำมัน

เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 เม.ย.68 ว่า “มาตรการภาษีล่าสุดของทรัมป์มีขนาดใหญ่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งในแง่ของเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการเติบโตที่ชะลอลง ก็น่าจะรุนแรงขึ้นเช่นกัน”

ในขณะเดียวกัน ตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดารัฐมนตรีจากกลุ่มโอเปกพลัสได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามเป้าหมายการผลิตอย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้ประเทศที่ผลิตเกินโควตาส่งแผนการชดเชยปริมาณการผลิตเกินภายในวันที่ 15 เมษายน 2568

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...