“ราคาน้ำมันดิบโลก” ดิ่งมากกว่า 3% เบรนท์เหลือ 63.30 ดอลล/บาร์เรล แรงวิตกภาษีทรัมป์
"ราคาน้ำมันดิบโลก" ดิ่งมากกว่า 3% เบรนท์เหลือ 63.30 ดอลล์/บาร์เรล WTI หลุด 60 ดอลล์/บาร์เรล แรงวิตกภาษีทรัมป์ กระตุ้นความกังวลอาจเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย
วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 08.27 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวลดลงมากกว่า 3% ในวันจันทร์ (7 เม.ย.68) ซึ่งเป็นการขยายตัวของภาวะขาลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนทวีความรุนแรงขึ้น กระตุ้นความกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลก
*ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent)ลดลง 2.28 ดอลลาร์ หรือ 3.5% มาอยู่ที่ 63.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 2.20 ดอลลาร์ หรือ 3.6% มาอยู่ที่ 59.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 00.49 GMT โดยทั้งสองตัวชี้วัดแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2564*
ซาโตรุ โยชิดะ นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Rakuten Securities กล่าวว่า “ปัจจัยหลักที่ฉุดราคาน้ำมันคือความกังวลว่ามาตรการภาษีจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม”
พร้อมเสริมว่า การที่กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคตก็เป็นอีกแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน พร้อมเตือนว่าภาษีตอบโต้จากประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากจีน ก็อาจส่งผลกระทบเพิ่มเติม
ซาโตรุ โยชิดะ คาดว่าหากตลาดหุ้นยังคงร่วงต่อเนื่อง ราคาน้ำมัน WTI อาจลดลงไปถึง 55 ดอลลาร์ หรือต่ำสุดที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้การนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากสหรัฐ จะได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีรอบใหม่ของทรัมป์ แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่าการดำเนินนโยบายเชิงรุกเช่นนี้ อาจส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อ เพิ่มความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และทำให้ข้อพิพาททางการค้าทวีความรุนแรง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบต่อราคาน้ำมัน
เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 เม.ย.68 ว่า “มาตรการภาษีล่าสุดของทรัมป์มีขนาดใหญ่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งในแง่ของเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการเติบโตที่ชะลอลง ก็น่าจะรุนแรงขึ้นเช่นกัน”
ในขณะเดียวกัน ตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดารัฐมนตรีจากกลุ่มโอเปกพลัสได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามเป้าหมายการผลิตอย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้ประเทศที่ผลิตเกินโควตาส่งแผนการชดเชยปริมาณการผลิตเกินภายในวันที่ 15 เมษายน 2568
อ้างอิง : reuters.com