โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

บทพิสูจน์แนวคิด “Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด” กับการ Learn แล้ว Earn ได้จริง

Campus Star

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2565 เวลา 01.30 น.
แนวคิด “Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด” ทุนการศึกษาให้กับนักเรียนทั้งการศึกษาในระบบปกติ และการศึกษาในหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเน้นการประกอบอาชีพ

จากภารกิจสำคัญในการสร้างอนาคตให้เยาวชนไทย อยู่รอดได้ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มูลนิธิเอสซีจีได้มุ่งเน้นสนับสนุนการเรียนรู้ตาม แนวคิด “Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด” ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนทั้งการศึกษาในระบบปกติ และการศึกษาในหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเน้นการประกอบอาชีพ (Short course) ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นจากอดีตนักเรียนทุนของมูลนิธิเอสซีจีแล้วว่า เป็นแนวคิดที่ Learn แล้วสามารถ Earn ได้จริง

แนวคิด “Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด”

กีตาร์-ชลธิตา วงษ์แก้ว

เรียนผู้ช่วยพยาบาลจบมามีงานรองรับ

“ที่บ้านมีรายได้ไม่แน่นอน ถ้าตอนนั้นเลือกเรียนต่อปริญญาตรี พ่อแม่ก็คงส่งเรียนต่อไม่ไหว ดูแล้วไม่มีทางเลือกไหนที่ดีไปกว่าการหาหลักสูตรระยะสั้นที่เรียนจบไวๆ จะได้รีบทำงานช่วยทางบ้านหาเงิน ซึ่งก็มารู้จักงานผู้ช่วยพยาบาลจากรุ่นพี่ที่ได้ไปเรียนมาก่อนว่าเป็นหลักสูตรระยะสั้น เรียนแค่ปีเดียว จบไว มีงานรองรับแน่นอน ก็เลยคิดว่าเรียนทางนี้ก่อนดีกว่า”กีตาร์-ชลธิตา วงษ์แก้ว สาวน้อยจากน่าน ที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ พร้อมด้วยเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ที่ต้องการเรียนหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล เธอได้รับทุนหลักสูตรระยะสั้น จากมูลนิธิเอสซีจี ในหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และปัจจุบัน เธอมีอาชีพเป็นผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์

“พอมาเรียนแล้วก็รู้สึกชอบ – มีเพียงบางสกิลที่ทำแทนพยาบาลไม่ได้ ซึ่งโดยรวมแล้วก็โอเค ตอนเรียนก็มีแอบรู้สึกบ้างในบางเวลาว่าทุกวิชาที่เรียนแอบยาก แต่ก็ผ่านมาได้ จบแล้วก็มาทำงานได้เจอคนไช้หลายแบบ แล้วก็เจอเคสที่หลากหลายค่ะ ทั้งเด็ก คนสูงอายุ คนไข้อุบัติเหตุ ไปจนถึงคนไข้ที่มารับคีโม การดูแลและการทำหัตถการของแต่ละเคสก็ต่างกัน คนไข้แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ต้องมีความเข้าใจ เวลาจะดูแลหรือช่วยเหลือเขาจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาดค่ะ”ปัจจุบัน กีตาร์ – ชลธิตา ตั้งเป้าหมายอนาคตไว้ว่า จะขยับขยายเส้นทางการเติบโตของชีวิตตัวเอง ด้วยการอัพสกิลด้านภาษาอังกฤษ และยังวางแผนว่าอาจจะสอบเป็นพยาบาลวิชาชีพต่อไปในอนาคต

น้อย – ปารเมศ สายสุทธิ

ชอบทำอาหาร เลือกเรียนทำอาหารและทำอาหารขาย

น้อย – ปารเมศ สายสุทธิ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้พัฒนาตัวเองและเก็บประสบการณ์จากเวทีการแข่งขัน นำความรักความชอบมาศึกษาต่อยอด และนำมาประกอบอาชีพมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้อย่างมั่นคง และเขายังอัพสกิลเรื่องการทำธุรกิจออนไลน์ โดยเรียนรู้จากสถานการณ์และสภาพการตลาดจริง เพื่อขยายกิจการให้เติบโตขึ้นอีกด้วยน้อย – ปารเมศ หนุ่มมหาสารคาม ที่ค้นพบตัวตนได้ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นว่า เป็นคนชอบทำอาหาร จึงตัดสินใจเลือกเรียนต่อ ปวช. สาขาอาหารและโภชนาการ ได้รับทุนอาชีวะฝีมือชนคนสร้างชาติ ของมูลนิธิเอสซีจีมาตั้งแต่ปี 2562 และรับต่อเนื่องมาจนจบปวส. อนุปริญญา คณะคหกรรมศาสตร์ สาขาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพงษ์สวัสดิ์ ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรเทียบโอน สาขาอาหารและโภชนาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครนอกจากการเรียนแล้ว น้อย – ปารเมศ ยังสามารถนำความรักความชอบและความรู้ที่ได้เรียนมาสร้างรายได้จากการทำอาหารขาย จนกลายเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเอง ส่งเสียตัวเองเรียนต่อในตอนนี้ และเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคง

“ผมทำขนม ทำเบเกอรี่ขายครูในโรงเรียนมาตั้งแต่เรียนชั้นม.ต้น เคยมีเชฟวิลเมนต์ ลีออง เห็นแววได้ดึงตัวไปฝึกและส่งแข่งขัน สนามแรกที่ลงแข่งคือ THAIFEX ต่อมาก็ได้มีโอกาสไปลองแข่งอีกหลายสนาม รวมถึงไปแข่งในนามโรงเรียนอีกหลายครั้ง ซึ่งก็มีทั้งชนะทั้งแพ้ โดยการแข่งขันส่วนตัวเคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับประเทศของงาน MAKRO Horeca Challenge และได้รับรางวัลเหรียญเงิน รายการแอตแลนติกเชฟ ปี 2017”ปัจจุบัน นอกจากน้อย – ปารเมศ จะทำเบเกอรี่ขายทั้งช่องทางออนไลน์ และวางขายที่ร้านขนมของทางวิทยาลัยแล้ว ยังเปิดคลาสสอนทำอาหารออนไลน์ ทางเพจ NN Baking : Bakery Online Class ที่ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเรียนทำอาหารกับน้อย – ปารเมศแล้วกว่า 700 คน เรียกได้ว่าสามารถทำรายได้เลี้ยงต้วเองและครอบครัวได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร

หลักสูตรที่ Learn แล้ว Earn ได้จริง

จากตัวอย่างของสองนักเรียนทุนของมูลนิธิเอสซีจี แสดงให้เห็นว่า การสนับสนุนการเรียนรู้ตามแนวคิด “Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด” สามารถสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ได้จริงๆ เพราะการเรียนรู้เพื่ออยู่รอดนั้น ไม่ได้จำกัดไว้ตายตัวว่าต้องเป็นการเรียนในระดับอุดมศึกษา หรือการเรียนสายอาชีพแบบหลักสูตรระยะสั้นเพราะทั้งหมดอยู่ที่ตัวผู้เรียนเอง คนที่ยังค้นหาตัวตนไม่เจอ อาจจะตัดสินใจเลือกเรียนหลักสูตรระยะสั้น หรือหลักสูตรด้านอาชีพ เพราะเชื่อว่าจบมาแล้วจะได้มีงานทำมีรายได้เพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว แต่สำหรับคนที่มีเป้าหมายชัดเจน เป้าหมายของชีวิตก็จะมีความชัดเจนขึ้น หรือนำความรักความชอบมาต่อยอดทางด้านการเรียน ชีวิตก็จะมีความสุขมากขึ้นจากการได้ทำในสิ่งที่รักให้เป็นอาชีพและมีรายได้ที่มั่นคงเพียงพอที่จะเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวให้อยู่รอดได้ในสังคมปัจจุบัน

“มูลนิธิเอสซีจีเป็นเหมือนสะพานที่จะช่วยส่งนักเรียนไปให้ถึงฝั่งฝันของแต่ละคน เพราะตระหนักดีว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเสริมความรู้และทักษะที่ใช้ทำงาน (Hard skill) และทักษะทางด้านการเข้าสังคมและอารมณ์ (Soft skill) หรือ ‘ทักษะแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21’ (Power Skill) เป็นทักษะที่มีความจำเป็น สำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานของเยาวชน Generation Z ทั้งในยุคปัจจุบันและในอนาคต และการสนับสนุนการศึกษาตามแนวคิด Learn to Earn นี้ สามารถตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันนี้ได้อย่างแท้จริง” สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...