โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พี่ดี้ ร่ายยาวเรื่องเกษียณ เปรียบปม สุริยะ เด้ง อธิบดีฝนหลวง อ้างแก่เกินไป

แนวหน้า

เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 17.00 น.

พี่ดี้ ร่ายยาวเรื่องเกษียณ เปรียบปม สุริยะ เด้ง อธิบดีฝนหลวง อ้างแก่เกินไป

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "จากข่าวตลกเจ็บใจสำหรับคนเสียภาษีคนหนึ่ง….

รัฐมนตรีอายุเจ็ดสิบกว่าที่ไม่เห็นมีใครบอกว่าชอบมันสักคนในประเทศนี้…

ปลดอธิบดีคนที่ยังไม่หกสิบ แค่ใกล้ “เกษียณ” ด้วยคำว่า….มึงแก่ไป

เป็นเหตุผลที่ ต้องขอยืมภาษานักพากษ์บอลในเน็ตมาใช้…

“ระยำใจ”

ฉันเป็นคนที่ไม่เชื่อในคำว่า “เกษียณ “ หรือที่ฝรั่งเรียกรีไทร์….แม่ประไพ…

ตอนทำงานหนัก ๆ ในวัยสามสิบสี่สิบ…ก็เคยฝันว่าคำนี้มีจริงเหมือนกัน…

จะมีเงินเก็บ จะมีเงินไหล (passive income)…ไว้ไปเที่ยวรอบโลกแบบฝรั่งชราวางแผน…

คำว่า เกษียณ มันเป็นคำสมมติ สำหรับจะเปลี่ยนถ่ายคนที่เคยทำงานได้ เป็นทำงานไม่ได้….ด้วยอายุ….ซึ่งไม่เคยเป็นการกำหนดด้วยตัวคนทำงาน….แต่เป็นกฎที่ตั้งโดยผู้ว่าจ้าง… ซึ่งก็มีเหตุผลที่เข้าใจได้

ผู้ว่าจ้างที่ชื่อรัฐบาล…บอกว่า คุณอายุหกสิบ จบนะ เรามีเงินไหล(บำนาญ) ให้คุณไปจนตาย พอหรือไม่พอก็แล้วแต่ตัวคุณเอง….ดูแลเจ็บป่วยให้ด้วย…เพราะคุณทำงานรับใช้ชาติด้วยอัตราเงินเดือนที่ต่ำกว่าเอกชนมาตลอด….ก็สมควรได้รับการตอบแทนยามเกษียณ

บางหน่วยงานต้องการผู้มีประสบการณ์ และวิจารณญาณสูงเป็นพิเศษก็อาจจะขยายไปหกสิบห้า เจ็ดสิบ อย่างผู้พิพากษา…ก็เป็นพิเศษ

ผู้ว่าจ้างที่เป็นเอกชน ก็แล้วแต่จะตั้งอายุเกษียณ ตามกฎหมายแรงงานบ้าง ตามใจตัวเองบ้าง ส่วนใหญ่ก็ประมาณหกสิบห้า…แล้วก็มีเงินประกันสังคมที่ถูกหักมาคนละครึ่งกับบริษัท…มาเป็นบำเหน็จก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง

ให้….ซึ่งไม่กี่ปีก็ใช้กันหมด เพราะเสือกลืมว่าตัวเองถูกเกษียณแล้ว….หรือไม่ก็เป็นเงินไหล(บำนาญ) แบบน้ำหยดลงหิน ซึ่งหินไม่หิว แต่คนน่ะหิว…

ทั้งนี้ทั้งนั้น…เป็นปรากฎการณ์ที่เข้าใจได้ทั้งโลกเป็นธรรมดา เพราะด้วยสังขาร ด้วยทัศนคติของยุคสมัย ย่อมต้องเปลี่ยน ให้มีที่ว่างสำหรับคนที่มีกำลังใหม่ ๆ ทัศนคติพอดียุค…เข้ามารับช่วงต่อ….

ฉันมีเงินไหลอยู่สามก้อนตอนที่เขาว่าให้เกษียณ….คือ เบี้ยชราหกร้อยบาท เงินบำนาญสี่พันกว่าบาทจากประกันสังคม กับค่าลิขสิทธิ์เพลงที่ไม่แน่นอน หลักหมื่นหลักแสนนิดหน่อย แต่ที่แน่ ๆ คือถูกหักภาษีไปมากกว่าหก

ร้อยและสี่พันกว่าบาท…. ก็ไม่เป็นไร เป็นคนชอบตามกติกา…

อาชีพฉัน..เป็นหนึ่งในอาชีพที่รายได้โลดโผน ขึ้นมาก ลงมาก มาตั้งแต่เริ่ม…..จากเป็นไอ้ตูดหมึกมาจากลพบุรี…มาเรียนกรุงเทพฯ กินน้ำลำใยในโรงอาหารแทนข้าวบางมื้อ…มันถูกและหวานดี

จนมาถึงวันที่..มีรายได้ระดับที่คำนวณแล้ว ว่าใช้แค่ครึ่งเดียว แล้วเก็บ…ก็ยังสามารถเที่ยวรอบโลกได้…นั่งบิสสิเนซคลาสได้….ซื้อไอ้บ้าอีบออะไรแพงๆ พอได้…เศรษฐีใหม่นั่นแหละ…ตอนนั้นพวกเพื่อนฉันเคยนินทา

ฉันว่า ฉันเป็นพวกวัตถุนิยม…..ในขณะที่พวกมันซื้อภาพเขียนสะสม รสนิยมวิไล แต่ฉันชอบของเล่น…เที่ยวสนุก…รสนิยมไม่วิไล ใส่ทองเส้นละสิบบาท แล้วปวดคอชิบหาย…แถมทำผมทรงอะไรไม่รู้….เป็นผู้บริหารแล้ว

ต้องผูกไท ใส่สูท…เคยสูบไปป์ด้วยเหอะ…

ไปป์ดาวิดอฟฟ์….ยาเส้นต้องซื้อจากร้านบนถนนออกซ์ฟอร์ด…หอมมาก…แต่คนใกล้เคียงเหม็นมาก…

อยากรู้ว่าเขาใส่โรเลกซ์กันทำไม ก็ไปซื้อใส่….อยากรู้ว่าเขาขี่เบนซ์กันทำไม ก็ไปซื้อเบนซ์เอสห้าร้อย..ต้องปิดประตูเบาๆ…ถ้าปิดแรงแบบบ้านนอก…มันจะพัง แล้วต้องซ่อมเป็นหมื่น… บริษัทมีคนขับให้ด้วย….

เอ้า…ผู้ทรงอิทธิพลรุ่นต่อมา ต้องนั่งรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ดมีคนขับ…ฉันนั่งเอนหลังคนเดียว…หลับบ้าง เล่นโน้ตบุคบ้าง…เป็นนักธุรกิจติดแกลม….แต่ธุรกิจไม่ใช่ของฉัน…แค่บริหารตามสั่ง….แต่ยังแต่งเพลง…เวียนหัวสมองซ้ายขวาอยู่เป็นประจำ…..

นั่นคือคำนวณแล้วนะ…ฉันเก่งคำนวณชนิดได้เอตอนมัธยมนะ…คำนวณแล้วว่า รายได้เยี่ยงนี้ต้องเก็บเท่าไร…ใช้เท่าไร…แล้วประมาณการแล้วว่า ถ้าธุรกิจเพลงมันมีขึ้นสูงแบบวันนั้น….ไม่กี่ปีมันก็ต้องลงเหมือนเดินลงเนิน

เขา…..จัดไว้แล้ว….คำนวณไว้แล้ว….แถมบริษัทก็ได้เข้าตลาดหุ้น….ฉันก็มีหุ้นอยู่ด้วย…ซื้อตามๆพี่เขาไป….

เป็นอะไรที่ฉันไม่เข้าใจ และไม่ชอบเลย….ทำไมวันนี้ หุ้นที่ฉันลงทุนซื้อไว้ตามน้ำ ไม่กี่บาท…เฮ้ย พอเข้าตลาดหุ้น….มันกลายเป็นหลายล้าน…. เพียงเพราะเริ่มแรกเข้าตลาด ผู้คนฮือฮา แล้วก็แย่งกันซื้อ มันเลยแพง

ฉันไม่เคยเล่นหุ้น ไม่เคยลงทุน อาร์ทีเอฟ แอลทีเอฟ อะไร…ป่านนี้ก็ยังไม่เข้าใจ…กูแต่งเพลงเป็นอย่างเดียว

ฉันก็เลยขายหุ้นหมด…มาปลูกบ้านเงินสด เตรียมมีลูก….วาดชีวิตไว้ตามแผน หนึ่งสองสาม….แบบพรีมิทีฟ คือหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง ฉันไม่เข้าใจเรื่อง หนึ่งบวกหนึ่งเป็นร้อยล้าน…..

จากแผนที่เคยวางไว้ว่า…รายได้คงประมาณนี้นะ มันคงจะลดลงไปตามลำดับ ตามวันเวลา เหมือนเครื่องบินที่ค่อย ๆ ลดระดับลง

แล้วใช้เงินแค่นี้นะ….เก็บแค่นี้นะ…..สามารถส่งลูกเรียนโรงเรียนใกล้บ้านได้นะ….( โรงเรียนใกล้บ้านเสือกเป็นโรงเรียนค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศอีก)…..แต่คำนวณแล้วน่า……

ชิบหาย….เครื่องบินมันไม่ค่อยๆ แลนดิ้ง…..มันเครื่องยนต์ดับ แล้วดิ่ง….ที่เค้าเรียกว่า ดิสรัปชั่นน่ะ…..

เกิดมาจนแก่ป่านนั้น…ไม่เคยเห็นเรื่อง หักคอชีวิตขนาดนั้น….ที่ตรงที่สุดคือ เพลงถูกฟังฟรี….ก่อนหน้านั้นเป็นเทปผีซีดีเถื่อน…ยังไม่เท่าไหร่…..แต่พอเจอ mp.3 เท่านั้นแหละ…เทปผีซีดีเถื่อนยังล้มละลาย….

รายได้จากที่เคยเฉลี่ยไว้ว่า ได้ปีละ สิบบาท….มันเหลือ สองบาทห้าสิบทันที…ในขณะที่ฉันใช้ชีวิตประมาณ ห้าบาท….

ระลอกสอง ตามมาไม่นานไม่กี่ปี….จากเอ็มพีสาม….มันง่ายกว่านั้นอีก คือฟังออนไลน์ฟรี…..เป็นมาหลายปี…

จากสองบาทห้าสิบ เหลือหกสลึงทันที…..

กว่าจะปรับมาเป็นวันนี้ กว่าบริษัทผู้ดูแลลิขสิทธิ์คุยกันรู้เรื่องกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ นานา จะเริ่มเข้าใจแบ่งปันกันได้ใกล้เคียงความเสถียร…ก็เป็นสิบปีอยู่….

หกสลึงของฉัน…..กับแผนเดิม…ส่งลูกขึ้นจรวดไปเรียนไกล จะโทรเรียกจรวดกลับมาก็ไม่ได้…..บ้านก็ใหญ่เกินไปละ….ค่าใช้จ่ายที่นึกว่า ห้าบาทก็เอาอยู่….ต้องขูดเนื้อละ

คนทั่วไปอาจคิดว่าฉันรวยมาก….พลีส….ตอนนี้ค่าใช้จ่ายหลักคือ ภาษีจริง….ภาษีสังคม…ไปงานศพก็ใส่ซองสองร้อยไม่ได้…..

ขายเบนซ์ ขายโรเล็กซ์ไปแล้ว…ตอนนี้ขี่เอ็มจีมีความสุขมาก ไม่มีสร้อย ไม่มีแหวน รำคาญ….ต่อให้ยังรวยอยู่ก็รำคาญแล้ว… ชอบใส่เสื้อยืดเน่าๆ กางเกงช้าง อยู่บ้านสบายใจ…..กับไอ้หมาสติเสียสองตัว

ดีที่ลูกมีงานทำแล้ว…ที่ประเทศนิวยอร์ค แต่มันก็กัดฟันเหลือเกิน เอาตัวรอดหนัก แต่อยากได้ประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ใช่คุณหนู….จนกว่าจะหมดวีซ่า

ฉันเป็นหนี้เงินทองพี่ชายฉัน ผู้เป็นข้าราชการ เป็นอาจารย์มาตลอดชีวิต….ใช่จ้ะแม่ประไพ…ฉันมีหนี้

ฉันพยายามทำตามแนว พอเพียง มาตลอด แต่ฉันเลือกผิดว่า พอเพียงของฉันอยู่จุดไหน….ด้วยความที่รายได้รายจ่ายมันโลดโผนนี่แหละ….

ฉันนึกอิจฉาพี่ชายฉันอยู่…อาจารย์ ข้าราชการ ทำงานเต็มที่ กะประมาณความพอดีพอเพียงได้ง่ายกับรายได้รายจ่ายที่ไม่โลดโผน แล้วคำนวณแผนได้อย่างดี….มีเซ้นส์ของการคำนวณ เพราะจบเศรษฐศาสตร์

แล้วตอนนี้…พี่ชายฉันก็เริ่มเที่ยวไปรอบโลก…

เขาอายุเจ็ดสิบกว่าละ….แต่มีกิจกรรมทุกวัน ไปโน่นไปนี่ ได้ทุกวัน….เขาเกษียณ แต่ยังไม่เกษียณในชีวิตจริง

ส่วนฉัน…ไปเที่ยวเกือบรอบโลกมาละ….ตอนนี้เบื่อนั่งเครื่องบิน และการลุ้น ตม.ของทุกประเทศ….ไม่อยากไปไหนที่ต้องใช้พาสปอร์ตอีกละ…..ชอบขับรถไปในเมืองไทยนี่มากกว่า….ฉันชอบขับรถทางไกลมาก…มันเป็น

วิปัสสนากรรมฐานอีกแบบหนึ่งของฉัน….

ฉันเกษียณไม่ได้ และไม่อยากเกษียณด้วย…..แม่ประไพพ่อทิดเอิบ เลิกคิดว่าตัวเองแก่เกินไปได้ละ….

บอกอย่างนึงนะ…ไอ้ที่ว่าเฮ้ย…กูแก่แล้ว เพราะขี้ลืม เพราะทำนั่นนี่ช้า…..ไม่ได้ดังใจเหมือนตอนหนุ่ม ๆ สาว ๆ…

อันนี้ถูกครึ่งนึง ผิดครึ่งนึง….

ใช้งานสังขาร…ควรช้า….เพราะร่างกายเรานี่ แม่งรับใช้เรามาหลายสิบปี…..ไม่มีเครื่องยนต์อะไรในโลกนี้ที่ทำงานได้นานเท่ากับร่างกายมนุษย์แล้ว…..มีเสื่อมบ้าง ก็ต้องดูแลซ่อมแซม หรือบางทีโมเครื่องใหม่ทางกายภาพ

แล้วฟิตปั๋ง ก็ได้…เทคโนโลยีสุขภาพสมัยนี้รองรับได้….

แต่งานสติปัญญาสมอง…..อย่าได้เชื่อเลยว่า อาการขี้หลงขี้ลืมมั่ง อะไรก็ตามที่เอาไว้แซะตัวเองว่าแก่แล้ว….ลืมแว่นตา ลืมกระเป๋า ลืมนั่นนี่…

สำหรับฉันนะ…แม่ประไพ….เราอายุขนาดนี้ เรื่องราวที่บันทึกในฮาร์ดดิสก์ของเรามันเยอะจนเกือบเต็มละ….และ แรมก็ไม่ได้อัพเดตละ……เราอย่าได้หวั่นไหวเลย…

เด็กๆ ไปโรงเรียน แม่งยังลืมทำการบ้าน ลืมเอาหนังสือไปโรงเรียน ลืมได้ทุกวัยแหละ….

มันเป็นเรื่องของสติ….ยิ่งแก่ ยิ่งมีเรื่องให้คิดมาก พอคิดมาก แปรงฟันอยู่ก็ไปคิดเรื่องงาน….จะไปหยิบแว่นตาที่ห้องนอนก็คิดเรื่องจะผ่อนบ้านยังไง…จนไปถึงห้องนอน ก็ลืมว่าจะมาทำอะไร….

ไม่ใช่เรื่องความเสื่อมของสมอง…..ยกเว้นว่าเป็นเรื่องนั้นจริงๆ ก็คือโรคภัย….

ฉันจะเล่นอะไรสนุกๆ ของฉันต่อไป

สนุกด้วย…และหาตังค์ใช้หนี้ด้วย…

จะให้ไปขายของติ๊กต่อก ปักตะกร้าอะไรนี่ ก็ทำไม่เป็น…

ฉันก็จะแต่งเพลงตามสั่งต่อไป….มีสองแบบคือ ฟรี กับ แพง….

และก็จะมีอะไรที่ถ้าฉันคิดออก….ฉันก็จะทำต่อไปนะจ๊ะ…

ถ้ามันจะแพล็มมาขอตังค์แม่ประไพพ่อทิดเอิบสักสองไพเบี้ยก็แล้วแต่จะกรุณานะจ๊ะ ตกลงที่พูดมายาวทั้งหมด เล่นเฟซบุคมายี่สิบปี…..นี่คือจะขายของใช่ไหมไอ้ดี้….

ตอบว่า….ใช่….แต่ไม่รู้ตัวมาก่อนเว้ย แล้วยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงด้วย…

สรุปนะแม่ประไพพ่อทิดเอิบ รวมทั้งคุณพระ คุณหลวง ที่คุ้นเคยกันมา….ว่า ชีวิตน่ะ มันไม่มีเกษียณดอก….

คนรวยก็อยากเอาชนะให้รวยกว่าอีก….คนจนก็ต้องดิ้นรนให้รอดให้มีกิน….

เกษียณมีแค่สองแบบ….คือ ติดเตียง กับ มรณะ….จ้ะ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...