โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบว์ ณัฏฐา เปิดโลก! วิเคราะห์ไลฟ์ พิมรี่พาย ขายทุเรียน ชี้ผลงานพูดแทนตัวเอง

แนวหน้า

เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 17.00 น.

29 เมษายน 2569 โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา อดีตโฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ให้ผลงานพูดแทนตัวเอง

ถือเป็นการเปิดโลกมากกับการนั่งดูไลฟ์ #พิมรี่พายขายทุกอย่าง ครั้งแรกในชีวิต และเป็นครั้งที่หลายคนคงลุ้นกันตัวโก่งด้วยความอยากรู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง ราคาทุเรียนจะพังเลยมั้ย หรือจะได้ผลตามเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มการบริโภคทุเรียนในประเทศผ่านกระแส Live Commerce ในปีที่ผลผลิตทุเรียนมีมากกว่าปกติถึง 33%

ขอบันทึกสิ่งที่เห็นในช่วง 2-3 วันนี้ และระหว่างไลฟ์ไว้เพื่อความเข้าใจ

1. พิมรี่พายขายทุเรียนลูกละร้อยจริง แต่ไม่ใช่ทุกลูกและไม่ได้ขายถึงล้านลูก แน่นอนว่าในตอนเริ่มต้นคงตั้งใจแบบนั้นตามสไตล์ช่องของเธอ แต่เมื่อไปตระเวนหาซื้อทุเรียนจากสวนด้วยตนเองจึงได้พบความเป็นจริงของตลาดว่าชาวสวนหลายคนก็ไม่อยากขายให้เพราะกลัวจะไปทำลายราคา ช่วงเวลานี้ผลผลิตยังไม่ออกมาเต็มที่ ส่วนที่ซื้อมาได้ก็ราคาสูง และเธอก็เหมาทุเรียนคุณภาพดีมาเท่าที่หาได้ นั่นหมายความว่ามีหลากไซส์ หลายพันธุ์ แล้วก็เอามาตั้งราคาและจัดแพคเกจการขายต่างๆกันไป โดยเธอย้ำตลอดการไลฟ์ว่า นี่ไม่ใช่ราคาตลาด และการลดแลกแจกแถมก็เป็นสิ่งปกติที่เธอทำให้ “เพื่อนรัก” (คำที่เธอใช้เรียกลูกค้า) อยู่แล้ว

2. การสื่อสารระหว่างไลฟ์ของพิมรี่พาย มีการย้ำตลอดว่าสิ่งที่ทำนั้นเพื่อส่งเสริมเกษตรกร โดยถ้าลูกค้ากินทุเรียนแล้วติดใจ ก็สามารถไปซื้อโดยตรงต่อได้จากสวนและร้านค้าทุเรียนทั่วประเทศซึ่งเธอจะทำลิสต์โปรโมทร้านที่มาคอมเมนท์ข้อมูลไว้ให้ด้วย หรือถ้าใครไม่อยากรอ ไม่อยากซื้อจากเธอ ก็สามารถออกไปซื้อทุเรียนจากร้านค้าหรือรถเร่ขายต่างๆได้เลย เพราะนั่นคือจุดประสงค์ของเธออยู่แล้วที่อยากให้คนไทยได้อุดหนุนทุเรียนไทย และให้ทุเรียนไทยขายได้ราคาดีๆ

3. ตลอดการไลฟ์มีการให้ข้อมูลความรู้และเปิดมุมมองใหม่ๆเกี่ยวกับทุเรียน จากสินค้าหลายพันธุ์หลายขนาดที่เธอนำมาขาย โดยพิมรี่พายย้ำว่าทุเรียนลูกเล็กไม่ได้หมายความว่าไม่มีคุณภาพ เพราะก็มาจากต้นเดียวกับลูกใหญ่ มีเนื้อแบบเดียวกัน จึงไม่ควรถูกลดเกรดลงไป และเหมาะมากกับการกินคนเดียว

4. ราคาที่ตั้งในไลฟ์มีทั้งถูกทั้งแพงให้ตื่นเต้น ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น และทั้งหมด Sold Out เพราะเป็นโปรโมชั่นที่ขายต่ำกว่าราคาจริง ในขณะที่มีคนดูไลฟ์พร้อมกันอยู่กว่าเจ็ดแสนคน ลูกค้าหลายคนคอมเมนท์บ่นว่ากดไม่ทันสักที แต่ก็ยังเกาะติดจอกันด้วยความสนุกสนานกับลีลา ดนตรี สีสันและบทสนทนาระหว่างการไลฟ์ รวมถึงการถกเถียงระหว่างพิมรี่พายกับคนที่เข้ามาคอมเมนท์ เช่น เมื่อมีคนบอกว่าไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะขาดทุนเป็นสิบล้านกับงานนี้ เธอตอบกลับไปว่าปกติช่องเธอก็แจกทั้งรถ ไอโฟน ไอแพด และทองคำเป็นปกติอยู่แล้ว และ “ถ้าคุณเคยขายของได้สามพันเจ็ดร้อยล้านบาท สิบล้านก็แค่ธุรกิจ!”

5. การเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้าของพิมรี่พาย มีความเป็นธรรมชาติและมีพลังสูงมาก ด้วยตัวตนของเธอที่เป็นแม่ค้าสู้ชีวิต คำว่า “เพื่อนรัก” จึงมีความหมายมากกว่าแค่คำเรียกลูกค้า แต่คือเพื่อนร่วมชาติที่ต่างต้องสู้ชีวิตไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคนค้าคนขาย หรือคนซื้อที่ไม่ได้มีกำลังซื้อมากแต่สามารถเข้ามามีความสุขกับคนที่เข้าใจกันและกับของถูกคุณภาพดีได้

6. ตลอดไลฟ์ขายของนี้ มีทั้งเสียงหัวเราะ มุกตลก คำด่า ดนตรี การเต้นรำ รอยยิ้มและ “น้ำตา” เป็นทั้งน้ำตาจากความอัดอั้นตันใจ จากสิ่งที่ผ่านมาในช่วงสองวันนี้ ความกดดันในการต้องหาทุเรียนมาขาย การตั้งคำถามจากสังคม และบางครั้งก็เป็นการหลั่งน้ำตาร่วมไปกับคนสู้ชีวิตที่ตั้งใจเอาของมาขายเช่นกัน บางคนมีเรื่องราวการต่อสู้ของครอบครัวที่ผ่านมาซึ่งเชื่อมโยงอยู่กับของที่นำมาขาย อย่างน้องวัยรุ่นที่ขาย “ทุเรียนทอด” หรือหนุ่มสาวจากนราธิวาสที่นั่งรถมา 16 ชั่วโมงเพื่อขาย “ทุเรียนกวน” ของดีประจำชุมชนด้วยความช่วยเหลือของพิมรี่พาย ทุกอย่าง Sold Out ในสองนาที (ไม่แปลกใจว่าทำไม เพราะเราก็กดเหมือนกัน)

สุดท้ายพิมรี่พายหลั่งน้ำตาด้วยความภาคภูมิใจกับทีมงาน เมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

ไม่ต้องกลัวว่าราคาทุเรียนจะถูก “ทุบ” จากงานนี้ เพราะเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ไม่ได้พาไปในทางนั้น พิมรี่พายมีการปรับรายละเอียดทั้งจากการรับฟังเสียงสังคมและจากสถานการณ์หน้าสวนจริง นี่คือครั้งแรกของเธอกับประสบการณ์ในการขายทุเรียน พืชสวนที่มีรายละเอียดซับซ้อนมากที่สุดชนิดหนึ่ง

ที่สำคัญ เป้าหมายที่พี่แต๋ม ศุภจี และกระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้กับกิจกรรมนี้ ก็น่าจะบรรลุแล้วอย่างงดงาม จากคนที่นั่งดูไลฟ์รวมแล้วเป็นล้านแน่ๆ ยังไม่นับคนที่ติดตามกระแสข่าวในช่วงนี้ ย่อมกระตุ้นให้เกิดความสนใจอยากบริโภคทุเรียนขึ้นมากจนเพิ่มอุปสงค์ (demand) ในตลาดได้ พอที่จะรองรับกับ supply ที่จะหลั่งไหลสู่ตลาดในเดือนหน้า

แน่นอนว่าปัญหาเกี่ยวกับทุเรียนและพืชเกษตรทั้งหมดต้องแก้ทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ การแปรรูป การตลาด รวมถึงปัญหาเฉพาะตัวของแต่ละวงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล้ง การสวมสิทธิ์ อุปสรรคทางการค้าที่แต่ละประเทศตั้งขึ้น หรือการผูกขาดตลาดโดยขาใหญ่ต่างๆ ซึ่งคุณศุภจีก็พูดตลอดว่าต้องแก้ไขกันอย่างเป็นระบบ

เพียงแค่ในช่วงเวลานี้ บริบทของทุเรียนคือปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้หลังเก็บเกี่ยวล็อตแรกไปแล้ว เพื่อไม่ให้ของออกมาแล้วล้นตลาดต่อไป จึงต้องรีบดึง demand ในประเทศให้เพิ่มขึ้นก่อน ซึ่งก็ดูเหมือนจะทำได้เกินความคาดหมาย จากวันนี้จนหมดฤดูกาล คนไทยน่าจะหาซื้อทุเรียนกินกันมากกว่าปีที่ผ่านๆมา ส่งผลให้ราคาไม่ตกต่อไป

ถือเป็นผลงานของผู้หญิงทำงานสองคนและทีมงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมรสุมยกแรกไปอย่างงดงาม ในความพยายามเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...