โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พายุสงคราม..ถล่มเศรษฐกิจไทย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

หลังข้ามผ่าน 28 ก.พ. 2569 โลกไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนผ่านวันเวลา แต่กลับก้าวเข้าสู่ “หลุมดำ” ทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่สุดรอบหลายทศวรรษ เมื่อไฟสงครามตะวันออกกลางปะทุขึ้น มิได้จำกัดวงอยู่แค่การสู้รบถิ่นอาหรับ ทว่ามันได้ส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าอย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ” กลายเป็นวิกฤตบีบคั้นให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยต้องหยุดชะงัก..!!

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สะท้อนภาพความเป็นจริงอันน่ากังวล ว่าความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มันคือ Perfect Storm(พายุสมบูรณ์แบบ) ที่กำลังพัดเข้าหาเศรษฐกิจไทยอย่างไม่มีทางเลี่ยง เมื่อเส้นทางเดินเรือสำคัญถูกปิดตาย ความเชื่อมั่นตลาดพลังงานโลกจึงพังทลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวสูง สลับกับความผันผวนรุนแรงตามกระแสข่าวรายวัน ถือเป็นสัญญาณอันตรายของความไม่มั่นคง

ด้วยการกางฉากทัศน์ ประเมินอนาคตที่สะท้อนถึงความเปราะบางของตัวเลข GDP จากเดิมคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตแบบประคองตัวระดับ 2% แต่เมื่อเงื่อนไขของสงครามขยับจาก “ระยะสั้น” สู่ “ความยืดเยื้อ” ตัวเลขเหล่านั้นก็ดิ่งลง หากสงครามจบลงภายใน 2 เดือน “ไทย” อาจยังพอประคองตัวได้ที่การขยายตัว 1.4% แต่หากลากยาวถึง 5 เดือน จะเผชิญหน้ากับภาวะ Stagflation หรือเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจฝืดฉุดรั้งให้การเติบโตลดต่ำลงเหลือเพียง 0.9% และซ้ำเติมด้วยราคาสินค้าแพงขึ้น

“ภาพที่เลวร้ายสุด” คือฉากทัศน์ของสงครามเต็มรูปแบบ ที่ยืดเยื้อเกินครึ่งปี ไปจนถึงปลายปี เมื่อนั้นโลกจะก้าวเข้าสู่ภาวะ Global Depression หรือการถดถอยรุนแรงทั่วโลก เศรษฐกิจไทย อาจเติบโตเพียง 0.2% ในทางปฏิบัติแทบจะเท่ากับสถานะหยุดนิ่ง ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอาจพุ่งแตะระดับ 145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อทะลุ 5.8%

นั่นหมายถึงกำลังซื้อของประชาชนจะหดหายไป..พร้อมกับการขาดแคลนอาหารและพลังงาน..!!

ไม่เพียงแค่ตัวเลขทางการเงิน แต่โครงสร้างอุตสาหกรรม กำลังถูกกระทบอย่างหนักหน่วง ปัญหา Supply Chain Disruptionจะเริ่มปรากฏชัดผ่านการขาดแคลนวัตถุดิบต้นน้ำ โดยเฉพาะ “เม็ดพลาสติก” และ “เคมีภัณฑ์” ที่ผูกติดอยู่กับราคาน้ำมันและเส้นทางการขนส่ง หากโรงงานผลิตไม่มีวัตถุดิบภาคส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักของไทยย่อมดับเครื่องลง ส่งผลต่อเนื่องเป็นโดมิโนไปยังการจ้างงาน และรายได้ของครัวเรือนทั่วประเทศอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ด้านการเงิน” ค่าเงินบาทจะเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการอ่อนค่าอย่างรุนแรงนักลงทุนทั่วโลกจะพากันถอนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อหันไปสู่สินทรัพย์ที่มั่นคงกว่า ทำให้ความผันผวนตลาดหุ้นและตลาดเงิน กลายเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนภาคเอกชน

ขณะที่รัฐบาลจะมีข้อจำกัดทางการคลังมากขึ้น ด้านการเข้ามาช่วยพยุงราคาน้ำมัน เนื่องจากระดับราคาสูงเกินกว่าที่กองทุนน้ำมันหรือมาตรการภาษีจะรับไหวในระยะยาว

วิกฤตครั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเจรจาที่ยังไม่มีความชัดเจนในปัจจุบัน ท่าทีของ “อิหร่าน-สหรัฐฯ และอิสราเอล”คือ กุญแจสำคัญที่จะกำหนดชะตากรรมของโลก ตราบใด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ไม่สามารถเปิดให้สัญจรได้อย่างปลอดภัยและถาวร ขณะที่ไทยทำได้เพียงแค่เตรียมรับแรงกระแทกและวางแผนรับมือกับความไม่แน่นอนนี้ เพราะพายุลูกนี้ใหญ่เกินกว่าที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง จะต้านทานได้เพียงลำพัง

การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยปี 2569 จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องเร่งหาตลาดใหม่ แหล่งวัตถุดิบใหม่ และวิธีการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ “ยุคสมัยแห่งความผันผวน” ที่อาจกินเวลายาวนานกว่าที่คิด ด้วยโลกที่เชื่อมโยงกันด้วย “เส้นทางสายน้ำมัน” เสียงระเบิดที่ดังขึ้นในตะวันออกกลาง จึงเปรียบเสมือนเสียงเตือนภัยที่ดังสะท้อนมาถึงไทยจนมิอาจปฏิเสธได้..!?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...