โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เส้นทางชีวิต อาลี คาเมเนอี ผู้นำอิหร่านต้านอำนาจสหรัฐฯ

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

1 มีนาคม 2569 โลกต้องตกตะลึงกับกระแสข่าวใหญ่จากตะวันออกกลาง เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศ รวมถึงการโพสต์ในโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รายงานการประกาศสำคัญจากทำเนียบขาว ได้ระบุอย่างแข็งกร้าวว่า "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว" พร้อมนิยามเหตุการณ์นี้ว่า เป็นความยุติธรรมสำหรับผู้ที่ถูกกดขี่ภายใต้อำนาจของเขามาตลอดหลายทศวรรษ ท่ามกลางภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนือที่ทำการในกรุงเตหะราน ข่าวนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดจบของยุคสมัยหนึ่ง แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้โลกต้องหันกลับมาทบทวนเส้นทางชีวิตของ "บุรุษเหล็ก" ผู้นี้ ว่าเขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้กุมชะตาอิหร่านได้อย่างไร

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2482 ณ เมืองมัชฮัด เมืองศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี เติบโตขึ้นในครอบครัวที่เคร่งครัดในศาสนาแต่มีฐานะยากจน พ่อของเขาเป็นนักการศาสนาผู้สมถะ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบความอดทนให้แก่เขา คาเมเนอี เริ่มศึกษาคัมภีร์อัลกุรอานตั้งแต่วัยเยาว์และมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายเทววิทยาอย่างเต็มตัว เขาเดินทางไปศึกษาต่อที่เมืองนาจาฟในอิรักก่อนจะกลับมาที่เมืองกุม (Qom) ศูนย์กลางการเรียนรู้ศาสนาที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน ที่นี่เองที่เขาได้พบกับบุคคลที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาลนั่นคือ อยาตอลเลาะฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี

ในช่วงทศวรรษ 1960 คาเมเนอีกลายเป็นศิษย์เอกและมือขวาคนสำคัญของโคไมนี ในขณะนั้นอิหร่านอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งพยายามปฏิรูปประเทศให้กลายเป็นตะวันตกด้วย "การปฏิวัติขาว" คาเมเนอีเห็นว่านโยบายดังกล่าวเป็นการทำลายรากเหง้าอิสลามและเป็นการยอมสยบต่ออิทธิพลของสหรัฐอเมริกา

การต่อสู้ของเขาเริ่มต้นจากการใช้ "วาทศิลป์" และ "งานเขียน" เป็นอาวุธ เขาเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเผยแพร่แนวคิดการต่อต้านระบอบกษัตริย์ ทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของหน่วยตำรวจลับ (SAVAK) ระหว่างปี พ.ศ.2506 ถึง 2521 คาเมเนอีถูกจับกุมและคุมขังถึง 6 ครั้ง เขาต้องเผชิญกับการทรมานและการถูกเนรเทศไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของเขาแข็งแกร่งขึ้น และทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษในสายตาของกลุ่มปัญญาชนและคนชั้นล่าง

เมื่อการปฏิวัติอิสลามปะทุขึ้นในปี 2522 คาเมเนอี คือหนึ่งในบุคคลกลุ่มแรกที่ร่วมเดินทางกลับมาพร้อมกับโคมัยนี เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย จนกระทั่งบททดสอบครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2524 เมื่อเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเหตุลอบสังหารด้วยระเบิดที่ซ่อนอยู่ในเครื่องบันทึกเสียง เหตุการณ์นั้นทำให้แขนขวาของเขาพิการไปตลอดชีวิต แต่ในเวลาต่อมาไม่นาน เขาก็ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของอิหร่าน ท่ามกลางภาวะสงครามกับอิรักที่ยืดเยื้อ 8 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เขาสร้างฐานอำนาจในกองทัพและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ (IRGC) ให้เข้มแข็งที่สุด

บทสรุปสู่บัลลังก์ผู้นำสูงสุด การถึงแก่อสัญกรรมของโคมัยนีในปี 2532 ทิ้งช่องว่างทางอำนาจที่สั่นคลอนประเทศ แม้ คาเมเนอี จะไม่ได้มีสมณศักดิ์ทางศาสนาสูงสุดในขณะนั้น แต่ด้วยบารมีทางการเมืองและความจงรักภักดีที่พิสูจน์มาตลอดหลายสิบปี สภาผู้เชี่ยวชาญจึงเลือกเขาขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) คนที่ 2 ของอิหร่าน

จากเด็กหนุ่มยากจนจากเมืองมัชฮัด สู่บุรุษผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือแผ่นดินเปอร์เซีย ประวัติของ อาลี คาเมเนอี จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของนักการศาสนา แต่คือมหากาพย์ของนักสู้ผู้ใช้ความศรัทธาเป็นเกราะป้องกัน และใช้การเมืองเป็นกลยุทธ์ในการรักษาเอกราชในแบบฉบับของเขาเอง จนกระทั่งถึงฉากสุดท้ายที่โลกได้รับรู้ในวันนี้

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...