สหพัฒน์-ธนจิรา กรุ๊ป ร่วมทุนตั้ง ‘ทีเอสไอ รีเทล’ นำเข้าแบรนด์ญี่ปุ่นบูมตลาดไลฟ์แวร์
บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN ประกาศความร่วมมือกับ เครือสหพัฒน์ โดยบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ICC และ บริษัท ทีพีซีเอกซ์ จำกัด หรือ TPCX ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) บริษัท ทีเอสไอ รีเทล จำกัด (TSI Retail Co., Ltd.)
โดยมีเป้าหมายเพื่อเดินหน้ารุกธุรกิจรีเทลในไทย ภายใต้แนวคิดตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่า Value-for-Money Segment ด้วยกลยุทธ์การคัดเลือกแบรนด์คุณภาพที่สามารถขยายตัวได้ในระยะยาว ควบคู่กับการขยายสาขาในทำเลยุทธศาสตร์ทั่วประเทศไทย เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความคุ้มค่า และการเข้าถึงสินค้าได้ง่ายในราคาที่เหมาะสม
นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN กล่าวว่า การร่วมทุนในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของทั้งสององค์กรในการสร้างการเติบโตอย่างเป็นระบบ โดยธนจิรา รีเทลฯ ถือสัดส่วนการลงทุน 60% และเครือสหพัฒน์ ถือสัดส่วน 40% ซึ่งแสดงถึงบทบาทของธนจิรา กรุ๊ป ในฐานะการเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์การตลาด การบริหารสินค้า (Merchandising) และความเชี่ยวชาญในการบริหารแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ผู้คน
ขณะที่เครือสหพัฒน์มีจุดแข็งด้านโครงสร้างซัพพลายเชน และเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านบริหารวางแผนต้นทุนและระบบการเงินที่แข็งแกร่ง
ทั้งนี้ในปัจจุบัน บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ในบริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความเข้าใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจของธนจิรา กรุ๊ป การต่อยอดสู่การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ จึงเป็นการยกระดับความร่วมมือบนพื้นฐานของประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ความเข้าใจในจุดแข็งของแต่ละฝ่าย และเป้าหมายการเติบโตระยะยาวที่สอดคล้องกัน
“ความร่วมมือกับเครือสหพัฒน์จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาโมเดลรีเทลที่แข็งแรงตลอด Value Chain เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ขยายธุรกิจได้อย่างมีระบบ ซึ่งจะช่วยต่อยอดศักยภาพการเติบโตขององค์กรในระยะยาว”
ด้านนายวรยศ ทองตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เครือสหพัฒน์มีความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างซัพพลายเชนครบวงจร เครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ และความเชี่ยวชาญในการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การร่วมทุนครั้งนี้ เป็นการต่อยอดศักยภาพของทั้งสององค์กร เพื่อสร้างแพลตฟอร์มรีเทลที่สามารถรองรับการนำเข้าและพัฒนาแบรนด์ไลฟ์สไตล์คุณภาพจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างการเติบโตระยะยาวร่วมกัน
สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะแรก บริษัทร่วมทุนมีแผนเปิดตัวธุรกิจในช่วง ไตรมาสที่ 3–4 ของปี 2569 โดยมุ่งนำเข้าและจัดจำหน่าย แบรนด์ไลฟ์แวร์คุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น ในกลุ่มเสื้อผ้าและสินค้าเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่าย ใช้ได้หลากหลายโอกาส
สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ที่มองหาความลงตัวระหว่างฟังก์ชัน คุณภาพ และความคุ้มค่า ในระดับราคาเฉลี่ย 500-1,000 บาท ซึ่งจะเป็นแบรนด์แรกภายใต้บริษัทร่วมทุนนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างการรับรู้ สอดคล้องกับแนวคิด Value-for-Money เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
สำหรับผลประกอบการของบริษัท ธนจิรา รีเทลฯ ในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,882 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เติบโตได้ดีในออนไลน์ และการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน ของแบรนด์ HARNN และแบรนด์ในกลุ่มแฟชั่นอย่าง Marimekko และ GANNI ที่มีการเติบโตโดดเด่น
โดยสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจต่างๆ แบ่งได้เป็น กลุ่มธุรกิจ Lifestyle 48% กลุ่มธุรกิจ Fashion 26% กลุ่มธุรกิจ Beauty & Wellness 19% และกลุ่มธุรกิจ Food & Beverage 7% ตามลำดับ โดยโครงสร้างรายได้จากต่างประเทศ คิดเป็น 13% ของรายได้รวมซึ่งมีการเติบโตจากปีก่อน 77% สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการขยายกิจการในต่างประเทศ
ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 46 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าการเติบโตของรายได้รวมในระยะสั้น และรายการปรับปรุงที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการปรับมาตรฐานบัญชี อย่างไรก็ดีการปรับรายการนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด จึงทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่ากำไรได้ บริษัทมองว่าในระยะยาวธุรกิจในต่างประเทศจะเสริมศักยภาพของกลุ่มธนจิราให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในอนาคต
โดยในปี 2569 บริษัท ตั้งเป้าการเติบโตที่ 10-12% ภายใต้แนวคิด Customer Centric มุ่งให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ พร้อมสร้างความผูกพันระยะยาวกับทุกแบรนด์ในกลุ่มธนจิรา ด้วยการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างชัดเจน