โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อ้อย-สมชาติ ประดิษฐ์พร’ บ้านใหญ่สุราษฎร์ 1 เดียวผู้นำพาประชาธิปัตย์ก้าวข้ามหลุมดำ

THE STATES TIMES

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 09.38 น. • THE STATES TIMES TEAM

ปรากฏการณ์ประชาธิปัตย์ฟื้นคืนชีพสะท้อนผ่านสนามเลือกตั้งภาคใต้ในบางจังหวัด เช่น นครศรีธรรมราช 4 คน สงขลา 2 คน ตรัง 2 คน แต่ยังไม่เพียงพอจะตอบว่า “ประชาธิปัตย์กลับมาแล้วกับกระแสช่วงก่อนหย่อนบัตรที่มาแรงมาก แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ประชาธิปัตย์ไม่สูญพันธุ์ ไม่ใช่พรรคต่ำสิบตามคำปรามาสอีกต่อไป
ปรากฏการณ์ “สมชาติ ประดิษฐ์พร” บ้านใหญ่ที่ไม่เคยหายไปไหนก็กลับมาทวงแชมป์คืนในการเลือกตั้งรอบใหม่ หลังจากประชาธิปัตย์แพ้ยกจังหวัดสุราษฎร์ธานีในการเลือกตั้ง ปี 66
สมชาติ ประดิษฐ์พร อดีต ส.ส. 1 สมัย จากพรรคประชาธิปัตย์ คือหนึ่งในตัวแทนการเมืองแบบ “บ้านใหญ่ท้องถิ่น” ที่ฝังรากลึกในพื้นที่มายาวนาน กลับมาแจ้งเกิดใหม่ และพร้อมเดินหน้าสร้างพรรคต่อไปกลายเป็นการรีเทิร์นที่มีนัยสำคัญ
สมชาติ ประดิษฐพร ว่าที่ ส.ส.เขต 4 สุราษฎร์ธานี หนึ่งเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้คร่ำวอดในแวดวงการเมืองมาอย่างยาวนาน เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มาก่อนเพลี่ยงพล้ำให้กระแสลุงตู่ฟีเวอร์ พ่ายให้กับพันธ์ศักดิ์ บุญแทน จากค่ายรวมไทยสร้างชาติ
อ้อย-สมชาติ ลงเลือกตั้งปี 69 เจอคู่แข่งเก่า สส.ตุด พันธ์ศักดิ์ บุญแทน ที่ย้ายค่ายไปสังกัดสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย อ้อย-สมชาติกลับมาชนะใจคนเขต 4 ได้อีกครั้ง คะแนนรวม 40,000 กว่าคะแนน
กล่าวถึงสมชาติ เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2509 ที่ตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นบุตรของดำรง กับนางประภา ประดิษฐพร ด้านครอบครัวสมรสกับนางวสุ ประดิษฐพร (สกุลเดิม: ยังวิวัฒน์) นายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม มีบุตร 3 คน คือ เด็กหญิงโอฬาริศา ประดิษฐพร, เด็กหญิงไอยวริญ ประดิษฐพร และเด็กหญิงอริญรดา ประดิษฐพร
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และระดับปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
สมชาติ เคยเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 สมัย (2534–2542, 2543–2554, 2555–2561) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (2540–2543) และได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (2552–2561)
จุดยืนที่หนักแน่นชัดเจนมั่นคงต่ออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ชาวบ้านเกิดแรงรักแรงศรัทธาต่อนักการเมืองอย่างอ้อย-สมชาติ
ทำให้ชนะหัวใจของชาวสุราษฎร์ธานีอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทั้งคะแนนเขต และคะแนนบัญชีรายชื่อที่มากที่สุดถึง 330,000 กว่าคะแนน ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของภาคใต้
การกลับมาของอ้อย-สมชาติ คำถามคือ…นี่คือการฟื้นตัวของพรรคประชาธิปัตย์ หรือเป็นเรื่องของ “ตัวบุคคล” หรือสัญญาณชีพของ “เครือข่ายบ้านใหญ่”?
กรณีของสมชาติ จุดแข็งไม่ได้อยู่ที่โลโก้พรรคอย่างเดียว แต่อยู่ที่ สายสัมพันธ์ในพื้นที่ ที่สั่งสมมานาน เวลาเลือกตั้ง บ้านใหญ่ไม่ได้เริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง แต่เริ่มจาก “ทุนทางสังคม” ที่สะสมไว้

ปี 66 ประชาธิปัตย์แพ้เรียบ ยกจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะอะไร
ปี 2566 เป็นปีที่ “กระแสชาติ” กลบ “กระแสพื้นที่”
หลายจังหวัดเกิดการเปลี่ยนขั้วแบบยกแผง บ้านใหญ่หลายแห่งโดนกระแสพรรคใหญ่ระดับประเทศดูดฐานเสียงไป อันเป็นการสอบตกในห่วงกระแสประชาธิปัตย์วูบไปมาก
บ้านใหญ่จึงเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่โดนไฟป่า ไม่ได้ตาย แต่ใบไหม้เกรียม
ปี 69 กลับมาได้ 1 เขต อันเป็นการสะท้อนว่า การกลับมาได้ 1 เขต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันสะท้อนว่าฐานเสียง “แกนแข็ง” ยังอยู่ /เครือข่ายท้องถิ่นยังทำงาน เมื่อกระแสชาติอ่อนลง การเมืองพื้นที่จะกลับมามีบทบาท
บ้านใหญ่แบบสมชาติไม่ได้ชนะเพราะกระแส แต่ชนะเพราะ ความผูกพันเชิงพื้นที่ พูดง่าย ๆ คือ
กระแสมาเร็วไปเร็ว
แต่ความสัมพันธ์ในชุมชนเดินช้า ๆ และอยู่นาน มั่นคงยั่งยืน
นี่คือสัญญาณฟื้นของประชาธิปัตย์หรือไม่?
คำตอบยังไม่เต็มร้อย
ถ้าเป็นการชนะจาก “ตัวบุคคล” แค่คือชัยชนะเฉพาะจุด ถ้าเป็นการชนะจาก “โครงสร้างพรรค” คือการฟื้นระดับระบบ
กรณีนี้ดูจะเอนเอียงไปทาง พลังบ้านใหญ่เฉพาะพื้นที่ มากกว่าพลังแบรนด์พรรค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...