เมียนมา ลดแลกเงินจ๊าตดีต่อผู้ส่งออกไทย
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารกลางเมียนมา (Central Bank of Myanmar: CBM) จะปรับลดสัดส่วนการแลกเปลี่ยนรายได้จากการส่งออกเป็นเงินจ๊าตจากเดิมร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 15 ส่งผลให้ผู้ส่งออกสามารถแลกเปลี่ยนรายได้ผ่านอัตราตลาดออนไลน์ได้มากขึ้น และลดภาระการแลกผ่านอัตราทางการ
โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งที่ผ่านมาเมียนมามีการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ผู้ส่งออกต้องแบกรับต้นทุนจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างอัตราทางการและอัตราตลาดส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
โดยปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อเหรียญสหรัฐฯ จริงในท้องตลาดอยู่ที่ประมาณ 4,400.00 จ๊าตต่อเหรียญสหรัฐฯ แต่อัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการของ CBM อยู่ที่ 2,100.00 จ๊าตต่อเหรียญสหรัฐฯ (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568)
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการค้าไทย - เมียนมายังมีอีกหลายปัจจัยทั้งสถานการณ์การเลือกตั้ง และการเมืองภายในประเทศเมียนมา มาตรการกำกับดูแลความมั่นคงชายแดนทั้งไทยและเมียนมา มาตรการทางเศรษฐกิจ อาทิ มาตรการ Import License การห้ามนำเข้าสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะเครื่องดื่ม นมข้น สบู่ ยาสีฟัน รถยนต์ และปูนซีเมนต์ การปิดด่านชายแดนต่าง ๆ อาทิ พญาตองซู - เจดีย์สามองค์ เมียวดี - แม่สอด ล้วนส่งผลกระทบต่อการค้าไทย - เมียนมาอย่างมาก
และไทยจำเป็นต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการยอมรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ของเมียนมาว่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านรวมทั้งไทยอย่างไร
ดังนั้นผู้ประกอบการไทยควรติดตามแนวปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องในเมียนมาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินธุรกรรมเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น
โดยคาดหวังว่าในระยะต่อไป เมียนมาจะทยอยปรับสัดส่วนไปสู่ 100 : 0 และให้อัตราตลาดออนไลน์ มีความใกล้เคียงกับอัตราตลาด (Market rate) มากยิ่งขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อบรรยากาศการค้าไทย - เมียนมา และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง