เช็กลิสต์ก๊วนบัญชีม้า แผนประทุษกรรมเครือข่าย “เฉิน จื้อ” หลอกตุ๋นคนไทย
สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมได้มีการประชุมหารือครั้งที่ 2/2569 โดยมีรายคดีสำคัญที่คณะกรรมการธุรการมีมติส่งเรื่องให้คณะพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งปรากฏคดีสำคัญ 4 รายคดี ประกอบด้วย 1.รายคดี น.ส.แตงไทย บ้านมะหิงษ์ กรณี MR.LEAK YIM (นายยิม เลียก) นางวิรินยา ยิมจ์ (ภรรยานายยิม เลียก) MR.SMITH BEN (นายเบน สมิธ) และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ (ภรรยาปัจจุบันของนายเบน สมิธ) กับพวก 2.รายคดีนายเฉิน จื้อ กับพวก 3.รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก 4.รายคดี นายเอื้ออังกูร สันติรักษ์โยธิน กับพวก รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์ ตรวจสอบไปยังเว็บไซต์สำนักงาน ปปง. ซึ่งได้มีการเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจากการกระทำความผิดมูลฐาน รายคดี นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก โดยได้มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 69 ว่า “ประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่อง ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน”
ประกาศสำนักงาน ปปง. ระบุว่า ด้วยคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 13/2568 เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 68 ให้ยืดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย.293/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 68 ให้ยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ในความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิด ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงและยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ความผิดฐานฟอกเงินและความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ราย นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก
กรณี 1.ผู้เสียหายได้เข้าไปอินสตาแกรมของตน ได้มีคนร้ายส่งข้อความผ่านทางแชทของอินสตาแกรมเป็นภาษาอังกฤษ โดยแนะนำตัวว่าชื่อ "SEAN LEE" ต่อมาได้ชักชวนไปพูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์ส่วนตัว ชื่อ "AWOY" และได้ชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนเกี่ยวกับการซื้อขายเงินสกุลดิจิทัล โดยหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสัญลักษณ์ชื่อว่า "Up" (เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว คือ "Upbit") ปรากฏลิงก์สำหรับดาวน์โหลดคือ URL "https://www.edexchain.com/app/html/down#" โดยก่อนจะดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวได้นั้น ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันชื่อว่า "Test Flight" (ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนใน Google Playstore สำหรับทดสอบแอปพลิเคชัน ที่อยู่ระหว่างพัฒนา) เสียก่อน
หลังจากนั้นให้กดลิงค์ที่คนร้ายส่งให้ เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมของคนร้ายดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชั่น "Test Flight" ผู้เสียหายหลงเชื่อแล้วลงทุนต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 64 ถึงวันที่ 18 มิ.ย. 64 ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของคนร้ายเป็นจำนวน 67 ครั้ง รวมเป็นเงิน 42,269,221 บาท ภายหลังผู้เสียหายต้องการถอนเงินออก ปรากฏว่าระบบล็อกบัญชี ไม่สามารถถอนเงินออกได้ ผู้เสียหายจึงติดต่อกับเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าในระบบซึ่งแจ้งว่าบัญชีของผู้เสียหายถูกระงับการใช้งาน จะต้องโอนเงินเข้าไปในบัญชีอีกจำนวน 200,000 ดอลลาร์ (คำนวณเป็นเงินไทยประมาณ 6,200,000 บาท) ในการปลดล็อกบัญชีเพื่อถอนเงิน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง และมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อมอบคดีให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้ายกับพวก ตามกฎหมายเป็นคดีอาญาของ สน.ดินแดง ที่ 462/2564
กรณี 2.ผู้เสียหายได้เข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Tinder ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับหาเพื่อนแล้วได้เลื่อนไปเจอบัญชีชื่อว่า "Lotus" ต่อมาได้ชักชวนผู้เสียหายพูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์ส่วนตัวชื่อ "Lotus" จากนั้นบัญชีดังกล่าวได้ส่งข้อความพูดคุยกับผู้เสียหายเรื่องการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล คือ USDT ผู้เสียหายสนใจการลงทุน คนร้ายจึงได้ส่งลิงค์เพื่อเพิ่มเพื่อนทางแอปฟลิเคชันไลน์แบบกลุ่มมาให้ผู้เสียหาย ชื่อกลุ่มไลน์ว่า "CBTC" เมื่อเข้าไปในกลุ่มไลน์ดังกล่าว คนร้ายได้ส่งลิงค์เว็บไซต์ลงทุนปลอม คือ "http:www.cbtchp.cn" (ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อ Website เป็น www.beofeng.com) ผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อแอดมิน (ผู้ดูแลระบบ) ในเว็บไซต์ปลอมดังกล่าว แล้วโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของคนร้ายเพื่อซื้อเหรียญ USDT แล้วนำไปลงทุนตามคำแนะนำ ในช่วงแรก ๆ สามารถถอนเงินคืนได้ ซึ่งระหว่างที่ถูกหลอกอยู่นั้น คนร้ายที่ใช้บัญชีไลน์ "Lotus" ได้แนะนำให้รู้จักบัญชีไลน์ชื่อว่า "irina" โดยอ้างว่าเป็นญาติกันและเป็นโบรกเกอร์ และตั้งกลุ่มไลน์แบบ 3 คนขึ้นมา
โดยบัญชีไลน์ชื่อว่า "irina" ได้แนะนำให้ลงทุนเพิ่มในแบบทวีคูณ ซึ่งจะได้ผลตอบแทน 300 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียหายหลงเชื่อและลงทุนเพิ่มโดยโอนเงินไปให้กลุ่มคนร้ายเพิ่มอีก ซึ่งผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากคนร้ายระหว่างวันที่ 8 ก.ย. 64 ถึงวันที่ 24 ต.ค. 64 จำนวน 15 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 4,988,276.65 บาท ต่อมาเมื่อผู้เสียหายจะถอนเงิน แต่แอดมินแจ้งว่าต้องชำระภาษีก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้คนร้ายเพิ่ม แต่ก็ไม่สามารถถอนเงินได้ และถูกบอกให้โอนเงินเพิ่ม ต่อมาผู้เสียหายโทรศัพท์สอบถามสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1599 จึงทราบว่าถูกหลอกลวง จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อมอบคดีให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้ายกับพวกตามกฎหมายเป็นคดีอาญาของ สภ.หนองขาม ที่ 727/2564 โดยปรากฏชื่อบัญชีเงินฝากธนาคารที่พบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน รวม 115 บัญชีธนาคาร
ประกาศสำนักงาน ปปง. ระบุด้วยว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49/1 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2565 และข้อ 3 แห่งกฎกระทรวงการคืนหรือการชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดและการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน พ.ศ. 2567 จึงขอให้บุคคลผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดมูลฐานในรายคดีดังกล่าว และไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดแห่งความเสียหาย และจำนวนความเสียหายที่ได้รับต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ภายในกำหนดเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นอกจากนี้ ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์ ได้ตรวจสอบย้อนหลังไปยังรายงานคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ที่ ย.293/2568 รายคดี นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก ซึ่งสำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยมีฐานใหญ่อยู่ในกัมพูชา เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ กับพวก เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมในแต่ละคดี มีความเกี่ยวข้องกันและใช้วิธีการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิดโดยเปลี่ยนสภาพระหว่างเงินตราในแต่ละประเทศกับสินทรัพย์ดิจิทัล และตรวจสอบพบบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในคดีนี้ และมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงกันไปสู่บุคคลที่อยู่ในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเป็นขบวนการหลอกลวงในลักษณะไฮบริดสแกม ใช้การหลอกลวงในหลายรูปแบบหลายขั้นตอน เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเบื้องต้น จำนวน 102 รายการ เป็นที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 373 ล้านบาท