โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชาวกรุงโซลแห่เติมน้ำมันแน่นปั๊ม หลังสงครามดันราคาพุ่ง

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 17.00 น.

5 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานีบริการน้ำมันในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวานนี้คึกคักเป็นพิเศษ หลังประชาชนจำนวนมากนำรถออกมาเข้าคิวเติมน้ำมัน ท่ามกลางความกังวลว่าราคาพลังงานจะพุ่งสูงขึ้นอีก จากสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก

แม้บรรยากาศยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนก แต่พบว่ารถยนต์ต่อคิวยาวกว่าปกติอย่างชัดเจน โดยผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ระบุว่าต้องการเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนการปรับขึ้นราคาครั้งถัดไป ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินในกรุงโซลทะลุ 1,780 วอนต่อลิตรแล้ว ขณะที่บางสถานีในย่านเศรษฐกิจสำคัญพุ่งสูงถึง 2,780 วอนต่อลิตร ทั้งนี้ การปรับราคาขายในประเทศมักล่าช้ากว่าตลาดโลกประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทำให้ผู้บริโภคเร่งเติมน้ำมันล่วงหน้า

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าเงิน โดยเงินวอนอ่อนค่าทะลุ 1,500 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยหลังธนาคารกลางเกาหลีใต้ส่งสัญญาณพร้อมเข้าแทรกแซงตลาด เนื่องจากเกาหลีใต้นำเข้าน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดของการใช้ในประเทศ จึงมีความเปราะบางสูงต่อทั้งราคาน้ำมันโลกและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะยิ่งเพิ่มต้นทุนนำเข้าและซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อ

ด้านตลาดทุน ดัชนี KOSPI ร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายวานนี้ จนตลาดหลักทรัพย์ต้องใช้มาตรการระงับการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) เพื่อควบคุมความผันผวน หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นจำนวนมากจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมมาตรการรับมือหลายด้าน ทั้งการดูแลสภาพคล่องในตลาดเงิน การตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันเพื่อป้องกันการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริง และการหารือกับ International Energy Agency (IEA) เพื่อเตรียมพิจารณาใช้พลังงานสำรอง หากการชะงักงันของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...