โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศาลแพ่ง สั่งยึดทรัพย์ "บิ๊กโจ๊ก" - เมีย จำนวน 476,318 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลแพ่ง สั่งยึดทรัพย์ "บิ๊กโจ๊ก" - เมีย จำนวน 476,318 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

วันที่ 25 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ศาลแพ่ง อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 ผู้ร้อง นางศิรินัดดา หักพาล และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ขอให้ยึดทรัพย์สินเงินจำนวน 476,318 บาท ของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ตกเป็นของแผ่นดิน
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องเป็นคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า การพิจารณาและพิพากษาคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต้องดำเนินกระบวนการพิจารณาโดยนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่านั้น คดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจึงมิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 ดังนั้นผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เห็นว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีอาญาที่ 468/2566 ไม่ชอบด้วยกฎหมายกฎเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ก็ชอบที่จะใช้สิทธิ์ทางกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีอาญาแยกต่างหากจากคดีนี้ เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมมีการดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดและมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเป็นลำดับมาโดยถูกต้อง พนักงานอัยการผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องเป็นคดีนี้
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่ากรณีมีความผิดมูลฐานและผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 กระทำความผิดหรือมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือไม่ ผู้ร้องมีนายสมเพียร ยันทะรักษ์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เบิกความว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ เป็นผู้ใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่น เพื่อโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่น เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ซึ่งบัญชีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ใช้แทนนั้นเป็นผู้ต้องหาร่วมในคดีอาญาที่ 391/2566 สน. เตาปูน ในความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางเสียงอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนั้น พ.ต.ท.คริษฐ์ ยังถูกดำเนินคดีร่วมกับผู้ต้องหารายอื่นในคดีอาญาที่ 468/2566 สน. ทุ่งมหาเมฆ กล่าวหาว่า ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางเสียงอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงินและความผิดฐานเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยประการที่รู้หรือคนรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
และในช่วงระยะเวลาที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดตรวจสอบพบธุรกรรมการโอนเงินจำนวนมากเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคดีอาญาอื่น การที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้บัญชีผู้อื่นจะทำธุรการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนย่อมส่อเจตนาไม่สุจริตและปกปิดอำพรางทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สุจริต กรณีจึงปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าเบี้ยประกันภัยจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ได้เวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันโดย พ.ต.ท.คริษฐ์ ผ่านทางบัญชีธนาคารของบุคคลทั้ง 3 รายดังกล่าวบริษัท เอไอเอ จำกัด ได้โอนเงินเวนคืนกรมธรรม์เข้าบัญชีธนาคารดังกล่าวข้างต้น กรณีจึงเป็นปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าเงินในบัญชีธนาคารตามคำร้องจำนวน 476,318 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มีการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เกิดขึ้น
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยอาการต่อไปว่าผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 มีความเกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือไม่เห็นว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ กับพวกยังตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประกอบกับตามทางไต่สวนได้ความว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้ใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่นในลักษณะบัญชีตัวแทนและมีเงินหมุนเวียนสูงถึงหลักล้านบาทมาโดยตลอด จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดวิสัยของบุคคลทั่วไปที่ทำธุรกรรมทางการเงินโดยสุจริต พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นข้าราชการตำรวจย่อมรู้หรือควรรู้ว่าการใช้บัญชีของบุคคลอื่นในลักษณะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใดและเป็นการละเมิดต่อกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าพ.ต.ท.คริษฐ์เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ 2542 มาก่อน
เมื่อข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนรับฟังได้ต่อมาว่า พ.ต.ท.คริษฐ์เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้คัดค้านที่ 2 และได้ทำหน้าที่เป็นนายเวรหรือผู้ช่วยส่วนตัวของผู้คัดค้านที่ 2 และเป็นบุคคลซึ่งผู้คัดค้านที่ 2 ได้ไว้วางใจดังจะเห็นได้จากการที่ผู้คัดค้านที่ 2 มอบเงินสดจำนวนมากเพื่อให้พ.ต.ท.คริษฐ์นำไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 รวมถึงเบี้ยประกันชีวิตซึ่งเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 พฤติการณ์บ่งชี้ว่าพ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 มากกว่าเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วไป
ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าผู้ค้านที่ 1 และ 2 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาก่อน
มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่าทรัพย์สินจำนวน 3 รายการตามบัญชีรายการทรัพย์สินเป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลรับฟังข้อเท็จจริงข้างต้นแล้วว่าผู้ค้าที่ 1 และ 2 เป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดตามมูลฐานมาก่อน เมื่อได้ความจากทางไต่สวนว่าบัญชีธนาคารซึ่งใช้รับเงินจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เงินในบัญชีดังกล่าว จึงมีเงินส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานรวมอยู่ด้วย แม้เงินที่ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 จะมอบให้กับ พ.ต.ท.คริษฐ์จะเป็นเงินที่สุจริต แต่เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ไม่สามารถนำสืบให้ศาลเห็นได้ว่า เงินที่ได้รับการเวนคืนจากบริษัท เอไอเอ จำกัด แล้วนำไปเข้าบัญชีของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เงินส่วนใดบ้างที่เป็นเงินมาจากบัญชีของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อันเป็นความผิดมูลฐานรวมอยู่ด้วย และเงินส่วนใดบ้างเป็นเงินที่สุจริตไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนเท่าใด เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานมาก่อนและพยานหลักฐานของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ไม่อาจหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายได้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ทรัพย์สินรายการที่ 1-3 เป็นทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน 3 (9) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จึงมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินรายการที่ 1-3 ตามบัญชีทรัพย์สินเอกสารหมาย ล.10 พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 49 และมาตรา 51

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...