โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร. สั่งรับมือแก๊งสแกมเมอร์ทะลักเข้าไทย หลังเพื่อนบ้านกวาดล้างหนัก ย้ำชัดไทยไม่ใช่แหล่งกบดาน

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ตร. สั่งรับมือแก๊งสแกมเมอร์ทะลักเข้าไทย หลังเพื่อนบ้านกวาดล้างหนัก ย้ำชัดไทยไม่ใช่แหล่งกบดาน

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงถึงสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ภายหลังประเทศเพื่อนบ้านได้ยกระดับการกวาดล้างเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ข้ามชาติอย่างหนัก ส่งผลให้มีชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว พยายามลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามายังราชอาณาจักรไทยเพิ่มสูงขึ้น

รองโฆษก ตร. เน้นย้ำจุดยืนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้นโยบาย Zero Tolerance (ไม่อดทนต่อการกระทำผิด) โดยยืนยันอย่างเด็ดขาดว่า ประเทศไทยจะไม่ยอมเป็นแหล่งกบดาน ฐานปฏิบัติการ หรือเส้นทางผ่าน (Transit Hub) ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในทุกรูปแบบ

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตร. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.), กองบังคับการตำรวจทางหลวง, ทหาร และหน่วยงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มเป้าหมายตามแนวชายแดน โดยมีผลการจับกุมที่สำคัญ ดังนี้:

  • ชายแดนฝั่งตะวันตก (แม่น้ำเมย): สกัดจับกลุ่มชาวจีนขณะลักลอบข้ามแม่น้ำเมยเข้ามายังฝั่งไทย ผู้ต้องหารับสารภาพว่าหลบหนีออกจากพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชเวโก๊กโก่ ประเทศเมียนมา เนื่องจากทนสภาพการถูกบังคับใช้แรงงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ไหว และต้องการใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่านเพื่อเดินทางกลับประเทศ
  • ชายแดนฝั่งตะวันออก (จุดผ่านแดนสอยดาว จ.จันทบุรี): จับกุมชาวจีน 6 คน ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พยายามหลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยยอมรับว่าต้องการหลบหนีการกวาดล้างอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชา เพื่อหาเส้นทางผ่านประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม

กรณีเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนว่า เครือข่ายอาชญากรรมกำลังถูกกดดันอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน และพยายามใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อหลบหนีการจับกุมหรือย้ายฐานปฏิบัติการ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนขั้นสูงสุด โดยจัดตั้งชุดปฏิบัติการร่วมเพื่อปิดกั้นช่องทางธรรมชาติ และตั้งจุดตรวจจุดสกัดอย่างเข้มงวดตามเส้นทางคมนาคมสายหลักและสายรองทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสมาชิกเครือข่ายอาชญากรรมที่พยายามลักลอบเข้าประเทศจะถูกสกัดจับและดำเนินคดีตามกฎหมายไทยอย่างถึงที่สุด

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเชิงลึกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเครือข่ายเหล่านี้

ในช่วงท้าย รองโฆษก ตร. ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มอาชญากรข้ามชาติทุกกลุ่มว่า ความพยายามใดๆ ที่จะเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการหลอกลวงในประเทศไทย หรือใช้ดินแดนไทยเป็นทางผ่านสำหรับการกระทำผิดกฎหมาย จะต้องเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายที่รวดเร็ว เด็ดขาด และไม่มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...