ไพโรจน์ นั่ง ปธ. สภาชั่วคราว หลานเนวิน เลือดใหม่วัย 25 ตบเท้าเข้าประชุมวันแรก
วันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันความพร้อมในการรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 โดยระบุว่าขณะนี้ระบบและสถานที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปกว่า 80% พร้อมเปิดให้สมาชิกเข้ารายงานตัวได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ท่ามกลางบรรยากาศการรายงานตัวที่เต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าไฮไลต์สำคัญที่ถูกจับตามองอย่างมาก คือการปรากฏตัวของสองสมาชิกสภาฯ ที่มีช่วงวัยห่างกันถึง 64 ปี สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองไทยอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่าง ผู้อาวุโสระดับตำนาน และ คลื่นลูกใหม่ ที่ก้าวเข้าสู่รั้วสภาพร้อมกัน
แฟ้มภาพ
สำหรับขั้นตอนการเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 121 ระบุว่า ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศรับรอง สส. ให้ครบอย่างน้อยร้อยละ 95 จากนั้นทางสภาฯ จะประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ขอเปิดประชุมสภาภายใน 15 วัน
ในส่วนของการคัดเลือกผู้ทำหน้าที่ประธานสภาชั่วคราวเพื่อดำเนินการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ตามระเบียบจะคัดเลือกจาก สส. ที่มีความอาวุโสสูงสุดซึ่งอยู่ในห้องประชุมในวันดังกล่าว โดย สส. ที่ได้รับการทำหน้าที่นี้คือ นาย ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร หรือ เตี่ย ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 89 ปี ถือเป็น สส. ที่มีอายุมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้
หากเอ่ยถึงนาม นาย ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร หรือที่คนในแวดวงการเมืองและพี่น้องชาวลำปางต่างขนานนามด้วยความเคารพรักว่า เตี่ย ย่อมเป็นที่ประจักษ์ดีว่าท่านคืออัญมณีเม็ดงามทางการเมืองที่คร่ำหวอดและหยั่งรากลึกอยู่ในหัวใจประชาชนมาอย่างยาวนาน ท่านสร้างสถาบันครอบครัวที่อบอุ่นเคียงข้างคู่ชีวิต นางรำไพ โล่ห์สุนทร โดยมีทายาทรวม 5 คน ได้แก่ น.ส.ตวงรัตน์, น.ส.ศรินทร, นายกิตติกร, น.ส.ณฐาพร และนายธนาธร ซึ่งในจำนวนนี้มีบุตรถึง 3 ท่านที่มุ่งมั่นเดินตามรอยเท้าของบิดา เข้ามาสืบทอดอุดมการณ์รับใช้ประชาชนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน
ด้วยความเชื่อมั่นว่า ความรู้คืออาวุธสำคัญในการพัฒนาเมือง นายไพโรจน์จึงให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านรัฐศาสตร์อย่างยิ่งยวด ท่านมุ่งมั่นศึกษาจนสำเร็จการศึกษา ศิลปศาสตรบัณฑิต และ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะได้รับเกียรติสูงสุดคือ ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันราชภัฏลำปาง (มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางในปัจจุบัน) ซึ่งเปรียบเสมือนตราประทับแห่งการยอมรับในองค์ความรู้และการอุทิศตนเพื่อสังคมในพื้นที่ภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
บนถนนการเมืองที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ด้วยวัย 89 ปี นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร หรือ เตี่ย ชายผู้เกิดในปี 2479 ผ่านร้อนผ่านหนาวบนเส้นทางอำนาจมาอย่างโชกโชน เขาคือภาพจำของนักการเมืองที่ไม่เคยล้มหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ท่านผ่านทั้งยุครัฐบาลผสม การเมืองเปลี่ยนขั้ว และการเปลี่ยนผ่านพรรคการเมืองมาหลากยุคสมัย ตั้งแต่พรรคเอกภาพ, สามัคคีธรรม, ชาติพัฒนา, ไทยรักไทย จนมาถึงพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเดิมเหนียวแน่นไม่เคยเปลี่ยน คือฐานเสียงในจังหวัดลำปางที่ยากจะสั่นคลอน และบทบาทอันสุขุมในสภาฯ ไพโรจน์เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนจะหวนกลับเข้าสภาอย่างสง่างามอีกครั้งในวัย 82 ปี เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 และยังคงยืนหยัดในสนามปี 2566 ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ สมัยที่ 9 จนกระทั่งในปี 2569 นี้ ท่านได้กลับมาใหม่อีกครั้งในฐานะ สส. สมัยที่ 10 ครองตำแหน่งสมาชิกที่อายุมากที่สุดในสภาชุดที่ 27
ขณะที่อีกมุมหนึ่งของสภาฯ กลับมีแรงกระเพื่อมจากคลื่นลูกใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อปรากฏชื่อของ พลอย ณัฐธิดา เล็กอุดากร ว่าที่ สส. อายุน้อยที่สุดในสภาชุดนี้ ด้วยวัยเพียง 25 ปี ซึ่งคว้าชัยชนะในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดบุรีรัมย์ สังกัดพรรคภูมิใจไทย มาได้อย่างสวยงามด้วยคะแนนที่นำโด่งทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอย
สำหรับประวัติของ สส. อายุน้อยที่สุดคนนี้ จัดว่ามีดีกรีไม่ธรรมดาและถูกจับตาในฐานะลูกไม้ใต้ต้นของตระกูลการเมืองดัง โดยเธอเป็นบุตรสาวของ นายภูษิต เล็กอุดากร นายก อบจ. บุรีรัมย์ และยังมีศักดิ์เป็นหลานสาวของ นายเนวิน ชิดชอบ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งค่ายภูมิใจไทย ด้านการศึกษา พลอย ณัฐธิดา จบปริญญาตรีด้าน Accounting and Finance จาก University of Sussex และปริญญาโทด้าน International Business จาก Hult International Business School ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นสถาบันชั้นนำระดับโลก
พื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านการเงินและธุรกิจสมัยใหม่ของเธอ ถูกมองว่าเป็นอาวุธสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มการทำงานในสภาฯ โดยการนำหลักการวิเคราะห์ข้อมูลและมุมมองของคนรุ่นใหม่มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ ชัยชนะของเธอจึงไม่ได้สะท้อนเพียงแค่พลังของเครือข่ายทางการเมือง แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการเปิดรับเลือดใหม่ของชาวบุรีรัมย์ที่ต้องการเห็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์จากรุ่นก่อน และความรู้ด้านเทคโนโลยีจากคนรุ่นใหม่
การเปิดสภาฯ ครั้งนี้จึงจะเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เมื่อประธานชั่วคราววัย 89 ปี อย่างนายไพโรจน์ จะได้ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมที่มีสมาชิกอายุน้อยที่สุดอย่าง ณัฐธิดา ในวัย 25 ปี เข้าร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านและพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนทางความคิดระหว่างสองเจเนอเรชันอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ptp.or.th, เว็บไซต์รัฐสภา, เฟซบุ๊ก ณัฐธิดา เล็กอุดากร Fanclub