โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ดร.ปณิธาน" เตือนชายแดนไทย-กัมพูชาเสี่ยง Pre-War แนะไทยเดินเกม 3 กระดาน

สยามรัฐ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 25 ก.พ.69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ได้โพสต์คลิปสัมภาษณ์ในรายการ Exclusive Talk | ไทยรุกฆาตกัมพูชาสกัดแผนรบรอบ 3 | คุยข้ามช็อต ผ่านเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn พร้อมข้อความระบุว่า…

รอบใหม่: การทูต-ต้องรุกรับให้เป็นจังหวะในเวทีการประชุม การทหาร-ต้องเตรียมรุกฆาตในการรบ แต่การเมืองการต่างประเทศและความมั่นคง-ผู้นำไทยต้องรุกคืบในเวทีโลกให้ได้ But how? (EP.3/3)

โดยมีใจความสำคัญว่า…สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการยั่วยุรายวัน ทั้งการเผาป่า การสร้างข่าวปลอม และล่าสุดคือการยิงลูกระเบิดเข้ามายังฝั่งไทย กำลังถูกมองว่าเป็นสัญญาณอันตรายของ "สภาวะก่อนเกิดสงคราม" หรือ Pre-War ที่อาจนำไปสู่การปะทะรอบที่ 3 ได้ทุกเมื่อ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง วิเคราะห์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือความไร้วินัยของทหารระดับล่าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพิ่มน้ำหนักในเวทีระหว่างประเทศของกัมพูชา,,, ซึ่งพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้ไทยและกัมพูชาเป็นคู่ขัดแย้งที่ทะเลาะวิวาทกันเพื่อดึงมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง โดยกัมพูชามักจะวางตัวเป็น "เหยื่อ" ของประเทศที่ใหญ่กว่าเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเองในระดับสากล ขณะที่ปัจจุบันทั้งสองประเทศอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์และขึงตึงจนเหลือเพียงรอคำสั่งในการปะทะกันอย่างจริงจังเท่านั้น

ดร.ปณิธาน มองว่าจุดอ่อนสำคัญของไทยคือการติด "กับดักทวิภาคี" ที่เน้นการเจรจาเพียงสองฝ่ายและยึดถือกรอบระเบียบพิธีทางการทูตที่เคร่งครัดเกินไป ส่งผลให้ไทยตกเป็นฝ่าย "ตั้งรับ" มาโดยตลอด ขณะที่กัมพูชาเดินเกมรุกทางการเมืองในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายพบผู้นำมหาอำนาจหรือการใช้เวทีสหประชาชาติเพื่อสร้างกระแสกดดันไทย,,, ดังนั้น ยุทธศาสตร์ที่ไทยควรเร่งปรับเปลี่ยนคือการขับเคลื่อน "3 กระดาน" พร้อมกัน คือการเมือง การทูต และการทหาร โดยเฉพาะกระดานการเมืองที่ต้องมีความชัดเจนและรุกคืบมากกว่านี้ ผู้นำรัฐบาลไม่ควรจำกัดตัวเองอยู่แค่การพบปะในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่ต้องใช้สายสัมพันธ์ระดับสูงเพื่อ "ปิดพื้นที่" และ "ถอดปลั๊ก" การสนับสนุนจากนานาชาติที่มีต่อกัมพูชา เช่น การส่งข้อมูลตรงถึงมือผู้นำมหาอำนาจโดยไม่ต้องผ่านพิธีการทูตที่ล่าช้า หรือการตั้งผู้แทนพิเศษที่มีอำนาจเต็มในการเจรจาเชิงลึก,,,

ในมิติของการป้องกันประเทศ ดร.ปณิธาน เสนอแนวคิดการ "ป้องปราม" ที่มากกว่าแค่การวางกำลังทหารในพื้นที่ชายแดน แต่เป็นการส่งสัญญาณ "คำขู่ที่มีประสิทธิภาพ" เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อ, ทหารไทยต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการ "รุกฆาต" หากถูกละเมิดอธิปไตย เช่น การลาดตระเวนด้วยโดรนในจุดยุทธศาสตร์ การฝึกซ้อมรบในพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่องเพื่อกดดันทางจิตวิทยา หรือการใช้โอกาสจากการฝึกร่วม "คอบร้าโกลด์" (Cobra Gold) และกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือส่งสัญญาณความแข็งแกร่งของพันธมิตร,,, สิ่งเหล่านี้เป็นการทำสงครามจิตวิทยาที่ช่วยลดระดับความยั่วยุได้ดีกว่าการประท้วงผ่านกระดาษเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังควรพิจารณาการจัดสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" หรือพื้นที่พัฒนาร่วมกันในจุดพิพาทเพื่อเปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนกว่าการรอให้เกิดการปะทะแล้วจึงเข้าสู่กระบวนการศาลระหว่างประเทศ

ท้ายที่สุด ดร.ปณิธาน เน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยต้องมีความกล้าหาญทางการเมืองในการตัดสินใจเชิงรุก เพราะการนิ่งเฉยในระบบราชการอาจดูปลอดภัยสำหรับคนทำงาน แต่กลับเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งสำหรับอธิปไตยและชีวิตของทหารในแนวหน้า, ไทยต้องเลิกเดินตามหลังเกมของกัมพูชาและเริ่มสร้าง "ความชอบธรรมในการใช้กำลัง" ผ่านการสื่อสารระดับโลกอย่างเป็นระบบ เพื่อบอกให้ชาวโลกรับรู้ว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายคุกคามสันติภาพ, หากไทยสามารถประสานการทำงานเชิงรุกทั้งการเมืองและการทหารเข้าด้วยกันได้ ก็จะสามารถถอดชนวนสงครามรอบใหม่และบีบให้กัมพูชาต้องกลับสู่โต๊ะเจรจาภายใต้เงื่อนไขที่ไทยได้เปรียบ ซึ่งจะเป็นแนวทางที่คุ้มค่ากว่าการปล่อยให้สถานการณ์บานปลายจนเกิดความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกคืนได้

#ปณิธาน #ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #PreWar #ความมั่นคง #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...