โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ชี้ ไทยต้องเริ่มจาก "ความฝันสังคมคาร์บอนต่ำ" วาง 5 กลไกดันประเทศแข็งแกร่ง-ยั่งยืน ท่ามกลางโลกผันผวน

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“เอกนิติ” ชี้ ไทยต้องเริ่มจาก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand’s New Horizon: ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ” ในงาน “Sustainability Spark by PTT Group 2026” ซึ่งจัดโดยกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศจำเป็นต้องเริ่มจาก “ความฝัน” โดยเฉพาะความฝันที่จะเห็นประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

โดยภาพที่อยากเห็น คือ อาคารต่างๆ มีการวัดปริมาณการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ ใช้ไฟฟ้าสะอาดจากโซลาร์เซลล์บนหลังคา และมีการผลิตแบตเตอรี่ภายในประเทศเพื่อกักเก็บพลังงานและช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว

เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายดังกล่าว นายเอกนิติได้เสนอแนวทางและมาตรการสำคัญ 5 ประการ ได้แก่

1. นโยบายและกฎหมายสู่เป้าหมาย Net Zero

ประเทศไทยตั้งเป้าหมายเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี 2050 ตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีนโยบายและกฎหมายรองรับ โดยปัจจุบันรัฐบาลกำลังผลักดัน พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ร.บ.โลกร้อน) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

2. กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับ

นายเอกนิติระบุว่า กลไกราคาถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ จึงสนับสนุนการใช้กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับ เช่น ภาษีคาร์บอน หรือระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ซึ่งพิสูจน์แล้วในระดับโลกว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ดีกว่าระบบสมัครใจ โดยรายได้จากการจัดเก็บควรนำไปจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนภาคเอกชน โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวได้

3. การเงินสีเขียว (Green Finance)

รัฐบาลได้ออก Sustainability Linked Bond เพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่าน Green Financing หากมีการปรับพฤติกรรมสู่ความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับสภาหอการค้าไทยและสมาคมธนาคารไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อสีเขียวมากขึ้น

4. นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน

เทคโนโลยี Carbon Capture, Utilization, and Storage (CCUS) ถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานและขนส่ง ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 65% ควบคู่กับการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่ระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการทำ Direct PPA เพื่อให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง และจัดตั้ง กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย เพื่อระดมทุนจากภาคเอกชนมาลงทุนในระบบสายส่งและพลังงานสะอาด โดยไม่เพิ่มภาระหนี้สาธารณะ

5. โมเดลความร่วมมือ 4P เพื่อโลก

ความสำเร็จด้านความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตามโมเดล 4P: Public, Private, People Partnership for Planet โดยยกตัวอย่าง “สระบุรีโมเดล” และโครงการ Low Carbon City ในกรุงเทพมหานคร ที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงเรียนและโรงพยาบาล รวมถึงการส่งเสริมชุมชนแยกขยะและทำเกษตรคาร์บอนต่ำ เช่น การทำนาเปียกสลับแห้งเพื่อลดก๊าซมีเทน เพื่อให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตกระจายสู่ระดับท้องถิ่น

พร้อมกันนี้ นายเอกนิติกล่าวย้ำว่า หากคนไทยทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จะสามารถสร้าง “พลังงานสีเขียว ประเทศสีเขียว และอุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อวางรากฐานความยั่งยืนให้ประเทศไทยในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Thailand Energy Awards 2025 เซฟงบพลังงานพุ่ง 1,500 ล้านบาท ลุยช่วยไทย Net Zero ภายในปี 2050

เตือนเศรษฐกิจไทยปี 69 ระวัง "โตช้า-ไร้เครื่องจักรใหม่" ลั่น! รัฐบาลใหม่เลิกแจกเงินกระตุ้นระยะสั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เอกนิติ” ชี้ ไทยต้องเริ่มจาก "ความฝันสังคมคาร์บอนต่ำ" วาง 5 กลไกดันประเทศแข็งแกร่ง-ยั่งยืน ท่ามกลางโลกผันผวน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...