“เอกนิติ” ชี้ ไทยต้องเริ่มจาก "ความฝันสังคมคาร์บอนต่ำ" วาง 5 กลไกดันประเทศแข็งแกร่ง-ยั่งยืน ท่ามกลางโลกผันผวน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand’s New Horizon: ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ” ในงาน “Sustainability Spark by PTT Group 2026” ซึ่งจัดโดยกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศจำเป็นต้องเริ่มจาก “ความฝัน” โดยเฉพาะความฝันที่จะเห็นประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
โดยภาพที่อยากเห็น คือ อาคารต่างๆ มีการวัดปริมาณการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ ใช้ไฟฟ้าสะอาดจากโซลาร์เซลล์บนหลังคา และมีการผลิตแบตเตอรี่ภายในประเทศเพื่อกักเก็บพลังงานและช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว
เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายดังกล่าว นายเอกนิติได้เสนอแนวทางและมาตรการสำคัญ 5 ประการ ได้แก่
1. นโยบายและกฎหมายสู่เป้าหมาย Net Zero
ประเทศไทยตั้งเป้าหมายเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี 2050 ตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีนโยบายและกฎหมายรองรับ โดยปัจจุบันรัฐบาลกำลังผลักดัน พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ร.บ.โลกร้อน) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
2. กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับ
นายเอกนิติระบุว่า กลไกราคาถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ จึงสนับสนุนการใช้กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับ เช่น ภาษีคาร์บอน หรือระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ซึ่งพิสูจน์แล้วในระดับโลกว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ดีกว่าระบบสมัครใจ โดยรายได้จากการจัดเก็บควรนำไปจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนภาคเอกชน โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวได้
3. การเงินสีเขียว (Green Finance)
รัฐบาลได้ออก Sustainability Linked Bond เพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่าน Green Financing หากมีการปรับพฤติกรรมสู่ความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับสภาหอการค้าไทยและสมาคมธนาคารไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อสีเขียวมากขึ้น
4. นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน
เทคโนโลยี Carbon Capture, Utilization, and Storage (CCUS) ถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานและขนส่ง ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 65% ควบคู่กับการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่ระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการทำ Direct PPA เพื่อให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง และจัดตั้ง กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย เพื่อระดมทุนจากภาคเอกชนมาลงทุนในระบบสายส่งและพลังงานสะอาด โดยไม่เพิ่มภาระหนี้สาธารณะ
5. โมเดลความร่วมมือ 4P เพื่อโลก
ความสำเร็จด้านความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตามโมเดล 4P: Public, Private, People Partnership for Planet โดยยกตัวอย่าง “สระบุรีโมเดล” และโครงการ Low Carbon City ในกรุงเทพมหานคร ที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงเรียนและโรงพยาบาล รวมถึงการส่งเสริมชุมชนแยกขยะและทำเกษตรคาร์บอนต่ำ เช่น การทำนาเปียกสลับแห้งเพื่อลดก๊าซมีเทน เพื่อให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตกระจายสู่ระดับท้องถิ่น
พร้อมกันนี้ นายเอกนิติกล่าวย้ำว่า หากคนไทยทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จะสามารถสร้าง “พลังงานสีเขียว ประเทศสีเขียว และอุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อวางรากฐานความยั่งยืนให้ประเทศไทยในระยะยาวได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Thailand Energy Awards 2025 เซฟงบพลังงานพุ่ง 1,500 ล้านบาท ลุยช่วยไทย Net Zero ภายในปี 2050
เตือนเศรษฐกิจไทยปี 69 ระวัง "โตช้า-ไร้เครื่องจักรใหม่" ลั่น! รัฐบาลใหม่เลิกแจกเงินกระตุ้นระยะสั้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เอกนิติ” ชี้ ไทยต้องเริ่มจาก "ความฝันสังคมคาร์บอนต่ำ" วาง 5 กลไกดันประเทศแข็งแกร่ง-ยั่งยืน ท่ามกลางโลกผันผวน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com