โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รักษาการผู้นำเวเนซุเอลาวอนสหรัฐ “เลิกคว่ำบาตร” ลั่น “เป็นหุ้นส่วนกันแล้ว”

เดลินิวส์

อัพเดต 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.49 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รักษาการผู้นำเวเนซุเอลาเรียกร้องรัฐบาลสหรัฐยุติมาตรการคว่ำบาตรที่ยังเหลืออยู่ เพราะตอนนี้ทั้งสองประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่า นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวระหว่างการปราศรัยในกรุงการากัส ว่าเธอขอเรียกร้องโดยตรงไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้ยุติการปิดล้อมและการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลา "เร็วที่สุด" เพราะตอนนี้สหรัฐกับเวเนซุเอลา "คือหุ้นส่วน" ที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปิดวาระแห่งความร่วมมือใหม่

ถ้อยแถลงดังกล่าวของรักษาการผู้นำเวเนซุเอลาเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กล่าวถึงเวเนซุเอลาในช่วงหนึ่งด้วย ว่า "เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนคนใหม่" พร้อมทั้งกล่าวอีกว่า สหรัฐได้รับน้ำมันจากเวเนซุเอลาแล้ว 80 ล้านบาร์เรล นับตั้งแต่การบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา

แม้มาดูโรร่วงจากอำนาจแล้ว แต่สหรัฐ "ยังคงไว้ใจ" ให้โรดริเกซอยู่ในตำแหน่ง ทั้งที่เธอคือหนึ่งในคนสนิทของมาดูโร อย่างไรก็ตาม ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักของรัฐบาลวอชิงตัน โรดริเกซผลักดันการปฏิรูปการเมือง สังคม และเศรษฐกิจหลายด้าน เพื่อเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน

ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐเริ่มผ่อนปรนการสั่งห้ามนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา หลังคว่ำบาตรมานาน 7 ปี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้กับประเทศแห่งนี้ ซึ่งมีแหล่งน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลก.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...