โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บี้รมว.กห.เขมร หยุดทหารโกหก ไร้วินัย-เผาป่า!

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยสกัดไฟป่าจุดชนวนชายแดนไทย-เขมรปะทะ “บิ๊กเล็ก” กังวลลอบวางทุ่นระเบิด ต่อสาย “รมว.กลาโหมกัมพูชา” หยุดพฤติกรรมทหารเขมรโกหก-ไร้วินัยเผาป่า พร้อมกางแผนเดินหน้าสร้างรั้วถาวรบ้านคลองลึก-ทมอดา ขณะที่ "ฮุน มาเนต" จ้อเวทีประชุมคณะกรรมการสันติภาพ เล่นบทเหยื่อฟ้องผู้นำนานาชาติ-สื่อทั่วโลก ขอให้ไทยหยุดข่มขู่ ใช้กำลัง

เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมสภากลาโหม แต่ตนได้ติดตามมาตลอดตั้งแต่ต้นการเริ่มเผาครั้งแรก และได้ติดต่อไปยัง พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ว่าทหารกัมพูชาไม่มีวินัย มีการเผาป่าตามแนวชายแดน

“เป็นเรื่องที่ผมไม่สบายใจและแจ้ง รมว.กลาโหมกัมพูชาไปว่า เรื่องเดิมที่ไทยกังวลคือการวางทุ่นระเบิด ล่าสุดก็คือเรื่องทหารกัมพูชาเผาป่าตามแนวชายแดน ซึ่งอาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ในที่สุด หากกัมพูชาคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยสันติจริงๆ ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะถ้าไฟลุกลามมายังฝั่งไทยแล้วอาจจะทำให้มีปัญหาบานปลายได้ แต่พบว่าเขาก็ยังทำอยู่ และได้ย้ำเตือนไปอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีกรณีทหารกัมพูชาชอบโกหก เฟกนิวส์ กล่าวหาทหารไทยกระทำต่อทหารกัมพูชา ล่าสุดที่กล่าวหาว่าทหารไทยไปยิงจนทำให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตามหลักฐานและด้วยสติปัญญาของวิญญูชนดูออกว่าไม่ใช่แผลจากการยิง และได้เตือนไปทางฝ่ายกัมพูชาแล้ว” พล.อ.ณัฐพลระบุ

พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ระยะทาง 798 กิโลเมตร เมื่อเราปฏิบัติการทางทหารครั้งล่าสุดแล้วเรายึดได้ เรามีความจำเป็นต้องยึดต่อไป เพราะทหารกัมพูชาส่วนใหญ่ที่ส่งมารอบนี้ไม่มีวินัย อาจจะรุกล้ำมาได้ ก็ต้องคงกำลังต่อไป แต่ก็ยอมรับความจริงว่าไม่สามารถคงกำลังอย่างนี้ตลอดไปได้ เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงฝากให้คณะผู้บัญชาการทางทหารพิจารณาว่า พื้นที่ใดต้องคงกำลังไว้ก็คงไว้เพราะต้องรักษาพื้นที่

“ส่วนพื้นที่ไหนที่มีการเข้าออกพลุกพล่าน อย่างเช่น บ้านคลองลึก จ.สระแก้ว, ทมอดา จ.ตราด อาจจำเป็นต้องสร้างรั้วถาวรก็ต้องสร้าง ผสมกับรั้วอิเล็กทรอนิกส์ในบางพื้นที่ มีกล้องซีซีทีวีโดยรอบ ซึ่งเราพยายามประหยัดงบกองทัพให้มากที่สุด” พล.อ.ณัฐพลระบุ

ด้านกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ไฟไหม้บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 23 ก.พ. 2569 พบจุดความร้อนรวม 3 จุด อยู่ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนฝั่งกัมพูชา ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์อยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทย โดยพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษพบไฟไหม้ 2 จุด ใกล้แนวชายแดน บริเวณพื้นที่ซำแต-โดนตรวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า โดยพบว่าทิศตะวันออกเขาสัตตะโสม ฝั่งกัมพูชา ห่างแนวชายแดนประมาณ 400 เมตร และทิศตะวันตกเขาสัตตะโสม ฝั่งกัมพูชา ห่างแนวชายแดนประมาณ 500 เมตร

พื้นที่จังหวัดสุรินทร์พบไฟไหม้ 1 จุด บริเวณทิศใต้ช่องจอม ฝั่งกัมพูชา ห่างแนวชายแดนประมาณ 1.5 กิโลเมตร

ภาพรวมสถานการณ์แนวชายแดน ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการลาดตระเวนรบในพื้นที่ ตั้งจุดเฝ้าตรวจในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เสริมความมั่นคงฐานปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งรองรับภารกิจในอนาคต

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงการประชุมสภากลาโหมว่า ในที่ประชุมได้รายงานการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นผลสืบเนื่องจากการลงนามจัดตั้งกลไก IOT ในที่ประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2568 และต่อมาได้มีการแปรสภาพเป็นคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT)

“โดยในห้วงเวลาที่ผ่านมา การปฏิบัติงานยังมีข้อจำกัดด้านการประสานงานและการส่งผ่านข้อมูลข่าวสารระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีข้อเสนอให้จัดทำระเบียบปฏิบัติประจำ (SOP) ของ AOT เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นกลาง โปร่งใส และสามารถกำกับดูแลการประสานงานได้อย่างเป็นระบบ รัดกุม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” พล.ร.ต.สุรสันต์ระบุ

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีการรายงานความคืบหน้า การจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย (Joint Capabilities Command: JCC) เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน ครอบคลุมการปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สงครามสารสนเทศ การปฏิบัติการทางอากาศ (อาทิ UAS และ CUAS) การปฏิบัติการทางอวกาศ โดยให้กองทัพไทยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมในทุกมิติ (Joint All Domain Operations)

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. 2569 ระบุว่า กัมพูชาได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ ต่อกรณีที่เรือของกองทัพเรือไทยปรากฏตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบภายในน่านน้ำอาณาเขตของกัมพูชา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ห่างจากเกาะยอ จังหวัดเกาะกงของกัมพูชา ประมาณ 7.2 ไมล์ทะเล แถลงการณ์ระบุว่า ฝ่ายไทยได้จับกุมชาวกัมพูชาจำนวน 3 คน พร้อมยึดเรือประมง

ขอให้ทางการไทยปล่อยตัวชาวกัมพูชาที่เกี่ยวข้องและคืนเรือประมงโดยทันที รวมถึงยุติการลาดตระเวนทางเรือ และกิจกรรมบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ได้รับอนุญาตภายในน่านน้ำอาณาเขตของกัมพูชาทั้งหมด

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชารายงานผลการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ แถลงการณ์สรุปผลการที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต เดินทางไปเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นประธาน

โดยฮุน มาเนต ยังได้รับการเข้าเยี่ยมคารวะจากผู้แทนจากหลายสถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงสภาแอตแลนติก นำโดยพลเอกจิม โจนส์ และเฟรเดอริก เคมเป ประธานของสภา นอกจากนี้ยังได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สื่อชั้นนำระดับนานาชาติ เช่น รอยเตอร์และฟ็อกซ์นิวส์

ทั้งนี้ ในการประชุม ฮุน มาเนต ได้รายงานสถานการณ์ตามแนวชายแดนติดกับประเทศไทยแก่คู่สนทนาทุกคน โดยเน้นย้ำว่าสันติภาพยังคงเป็นค่านิยมหลักของกัมพูชา

ฮุน มาเนต เรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีอยู่ทั้งหมดระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างเต็มที่และซื่อสัตย์ การระงับข้อพิพาทอย่างสันติโดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ เปิดทางให้มีการกลับคืนสู่ถิ่นฐานและแหล่งทำมาหากินของพลเรือนกัมพูชาอย่างปลอดภัย และการละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลัง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...